Test

Sunday, April 21, 2019

หนึ่งเดือนหลังเลิกกับชมพู่


ตอนนี้รู้สึกว่า เหนื่อย เหนื่อยอย่างที่ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง

มันน่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าเหนื่อยใจ

เราหลับพักผ่อนตื่นมาก้ไม่หาย ออกกำลังกายก้ไม่หาย
อาบน้ำหลายๆ ครั้ง (ทั้งๆที่เราชอบอาบน้ำมาก) ก็ยังไม่หาย

หาอะไรกินอร่อย ๆ ยากเต็มทน

รู้สึกเหมือนจะตกหลุมรักใครหลาย ๆ ครั้ง แต่มันก้ไม่สุด
เหมือนอะไรบางอย่างห้ามเราไว้ ก่อนที่จะตกหลุมลงไปลึกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

หรือจริง ๆ เราควรจะตกหลุมรักใครอย่างนั้นอีกครั้ง
เสี่ยงกันไปเลยว่าก้นหลุมมีอะไรซ่อนอยู่

อาจเป็นดงดอกไม้ อาจเป็นสัตว์ร้าย หรืออาจไม่มีอะไรรออยู่ในหลุมนั้น ๆ เลย

ทั้ง ๆ ที่ไม่เชื่อเลยแต่กลับคิดถึงคำทำนายของฟิลลิปบ่อยครั้ง
ที่บอกว่า ชมพู่จะเป็นคนสุดท้ายแล้ว ถ้าเราเลิกกับชมพู่ไป
เราจะไม่เจอใครดี ๆ อีกในชีวิต

นั่นแหละ เราไม่เชื่อหรอกว่าเราจะไม่เจอใครดี ๆ อีกในชีวิต
เอาจริงๆ คนดี มีอยู่รอบตัว
แต่เราอาจจะไม่ได้ต้องการ คนรักที่เป็นคนดีๆ ขนาดนั้น

มันอาจต้องการพลังบางอย่าง
อะไรบางอย่าง ที่กระตุ้นเราให้ออกตามหา หรือ พยายามลงลอคกับใครสักคน
ที่ไม่ใช่เหตุผลเพราะว่าเหงา

เราชอบทินเดอร์มากพอๆ กับเกลียดมัน
มันง่าย ฉาบฉวย ผ่านไปไวเหมือนกับค่ำคืน

ที่จริงเราอาจทำให้มันยาวนานกว่านี้ได้
แต่เราเลือกที่จะไม่ทำ เราไม่พลังเพียงพอที่จะยืดสิ่งนั้นออกไปได้
จะได้เจอหรือไม่ได้เจอ ทุกอย่างจบลงในนัดเพียงครั้งแรก
หากไม่ได้เจอ ก็จะไม่มีการนัดครั้งที่สองอีก
น่าแปลก

เราไม่เข้าใจ มากพอ ๆ กับเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงไม่ค่อยชอบออกมาพบกันซึ่งๆ หน้า
มันอาจเร็วเกินไป
ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นการประหยัดเวลาอย่างถึงที่สุด

หนังสือบางเล่มบอกว่า เราไม่มีเวลาให้กับอะไรหรอก ถ้าเราไม่เผื่อเวลาให้กับสิ่งนั้น

เรามีความคิดมากมายที่แตกหน่องอกเงยเหมือนต้นไม้
ที่แตกยอดขึ้นสู่ดวงอาทิตย์
แต่เราไม่มีคนคุยเรื่องราวเหล่านั้นด้วย
เราอยากคุยแบบเจอหน้า
เราอาจจะขอมากไป
แต่การคุยผ่านโทรศัพท์ มันจืดชืดและเงียบเหงา

และที่สำคัญผู้คนที่สนใจเรื่องราวของยอดต้นไม้ที่หงิกงอแปลกประหลาดมีอยู่ไม่มากนัก
เรื่องบางอย่างอยู่สูงเหนือระดับสายตา และถูกเมฆหมอกบังไว้มิด
คนทั่วไปมักมองไม่เห็น หรือ ไม่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ
มีเพียงคนน้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะมองเห็นสิ่งเหล่านั้นได้
คนเหล่านั้นย่อมเป็นคนพิเศษ

น่าเสียดาย คนเหล่านั้นค่อย ๆ หายไปจากชีวิตเราจนหมด
หรือไม่ก็เป็นเราเอง ที่ไม่หันกลับไปมอง ไม่รั้ง หรือ ตัดขาดคนเหล่านั้นออกไป
ด้วยเหตุผลโง่ ๆ ที่ฟังไม่เข้าใจ แม้จะอธิบายด้วยคำประหลาด ๆ มากแค่ไหน

ความต้องการอะไรบางอย่างนั้น เป็นเหมือนความมืด
ที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนสูงในยามค่ำคืน
และหายไปอย่างไร้ร่องรอยในยามกลางวัน

รอคอยเวลา ที่จะกลับมาอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตก

เรารู้มันจะเกิดขึ้นอีก วนเวียนซ้ำซาก แต่แน่นอน ไม่มีใครสามารถห้ามไม่ให้พระอาิทตย์ตกได้
ทำได้เพียงเลือกที่จะมีความสุขกับมัน
เรายังทำไม่ได้

หมู่นี้เราชอบพระอาทิตย์มาก
แม้แต่การนอนยังรู้สึกว่า การนอนใต้แสงอาทิตย์อบอุ่นมาก
(เปิดแอร์แล้วให้แดดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง)

เราเบื่ออะไรหลายอย่างมากขึ้น
อ่านหนังสือมากขึ้น (แน่ละ ว่างขึ้นเยอะ)

เขียนหนังสือนิยายได้น้องลง
แทบไม่ได้แตะมันเลยในรอบสัปดาห์

เราอยากเป็นแบบ อูเว ตัวละครที่อ่านในหนังสือชื่อ "ชายชื่ออูเว"
ชายโลกเก่าที่โค่ด นิยามของคำว่า แมน
ปากร้ายใจดี
ซ่อมทุกอย่างเป็น
แต่อ่านๆ แล้วถึงจะอยากเป็นแค่ไหน แต่ต้องยอมรับว่าทักษะด้านนี้ของเราแม่งอ่อนด้อยมาก ๆ เลยว่ะ


อุปกรณ์เดินเขายังไม่ครบ
น้ำยาเคลือบรองเท้าที่ซื้อมา ใช้ไม่ได้ผล
รองเท้าน่าจะขาด
จนเมื่อจุ่มเท้าลงในอ่างน้ำ น้ำก็ทะลักเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

อาจต้องซื้อรองเท้าใหม่อีกสองคู่ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่รวมแล้วอาจมีราคาเกือบหมื่น

ตลกตัวเอง
เดือนหน้าเราอาจจะบอกแม่อย่างหน้าด้าน ๆ ว่า
"แม่ครับเดือนนี้ไม่ได้ให้เงินนะ"

อะไรแบบนี้

จริง ๆ เราก้ให้ตั้งสามหมื่นแน่ะ
งดไปเดือนนึงอาจจะน่าเกลียด

แต่ทำไงได้

หนังสือเรื่อง กาเหว่าที่บางเพลงที่พึ่งอ่านจบห่วยกว่าที่คิด
เป็นเรื่องที่เน้นไอเดียจริง ๆ สมกับเป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ ยุคบุกเบิก

นั่นแหละ มันมีแต่ไอเดีย ไม่ค่อยได้ความงามทางภาษา ไม่สนุกเท่าไหร่
เมื่อเทียบกับสี่แผ่นดิน ของนักเขียนคนเดียวกัน
แต่ก็มีกลิ่นอายของนามปากกาอยู่อย่างครบถ้วน

ฝากแซมซื้อรองเท้าเลยดีเปล่านะ
เกรงใจแหละ แต่ถ้าหิ้วกลับมาได้ นี่น่าจะประหยัดไปได้หลายพัน
แต่ก็ต้องเสี่ยงกับการที่เพื่อนโดนปรับ และติด ตม. ไม่เอาดีกว่า

ไปลองที่ญี่ปุ่นก้ได้ โถ่เอ้ย

ใช้เงินให้มันส์ไปเลย !!




No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...