Test

Friday, April 26, 2019

26/4 อเวนเจอร์ เอนเกมส์ แอนด์ ดาบมังกรหยก 2019

สวัสดีไดอารี่

ช่วงนี้เรารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก ๆ อีกครั้งนึง
ครั้งที่เรายังชอบเขียนไดอารี่และเขียนทุกอย่างลงไปราวกับมันเป็นเพื่อนสนิทของเรา
เรื่องที่เราเขียนลงไดอารี่มักเป็นเรื่องประหลาดที่พูดจากับคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง
หรือถ้าหากรู้ เราก็รุสึกเหนื่อยหน่ายเกินไปที่จะนั่งอธิบายด้วยถ้อยคำที่เราไม่ได้เรียบเรียง
และอาจถูกขัดจังหวะ ถูกเข้าใจผิด มากมาย
ถ้อยคำยากเกินไปจริง ๆ

แน่ ๆ แหละเราเหงามากขึ้น แต่คิดอีกทีนึงเราก็ปรับตัวได้มากขึ้นเยอะแล้ว
ใครจะว่าช้าหรือเร็วก็ช่าง เราคิดว่าเราทำได้ดีมากแล้วล่ะ

วันนี้ตอนนี้ดูซีรีส์ ดาบมังกรหยก 2019 ตลอดทั้งเช้า ใช้เวลาไปกว่าสามชั่วโมง ดูไปสามหรือสี่ตอนนี่แหละ ตอนละ สี่สิบห้านาที

น่าสังเกตว่าเราจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขสั่วๆ พวกนี้มากขึ้น
เราคงเห็นเวลาสำคัญขึ้นมากจริง ๆ นั่นแหละ

สิ่งที่ได้จากการดูซีรีส์อมตะเรื่องนี้อีกครั้ง คือความสุขอย่างหนนึ่ง
ถ้าถามว่าสุขมากมั้ย ก็คงไม่ได้มากมายอะไร แต่เหมือนการได้กลับไปรู้จักตัวละครเก่า ๆ เหมือนเพื่อนเก่าที่ห่างหายไป นำมาปัดฝุ่น ทบทวนความทรงจำอีกครั้ง
แต่ที่ต่างออกไปชัดเจนก็คือครั้งนี้เราดู พากย์จีน และซับไทย (หาพากย์ไทยดูไม่ได้นี่สิ)

ตัวละครหลักอย่าง เตียบ้อกี้ ก็ยังคงเป็นตัวละครที่ซื่อสุด ๆ เหมือนเดิม
เนื้อเรื่อง ความขัดแย้งหลักก็ยังเหมือนกำลังภายในร่วมสมัยอื่น ๆ นั่นคือ บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ เรื่องจะจบลงในตอนเดียวถ้าหากตัวละครหลักรู้จักให้อภัยกันทั้งหมด

แต่นั่นแหละ ไม่งั้นก็ไม่สนุกน่ะซิ

ละครกำลังภายใน นอกจากจะให้ความสนุกแล้วยังเป็นการสอนผู้อ่าน ปลูกจิตสำนึก น่าจะใช้คำนี้ได้เลย ให้เป็นคนดี คนอดทน ยึดมั่นในคำสัญญา
และละครภายใน ก็ ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมไปตามกาลเวลา
ค่านิยม ในตัวผู้คนร่วมยุคสมัยก็เปลี่ยนไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

ไม่รู้ว่าอะไร เปลี่ยนก่อนกัน จริง ๆ ก็เหมือนกับ "สื่อ" ที่เราเรียนนั่นแหละ
สังคมที่นั่นเป็นอย่างไรดูได้จากสื่อของสังคมนั้น ๆ

พอดีเมื่อวันก่อนก้อ่านหนังสือเรื่อง "ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด"
กล่าวถึงผู้หญิงผิวดำ ชาวไทย ที่ชอบแต่งตัวสีสันฉูดฉาดจนใคร ๆ ก็มองว่าเป็น "เมียเช่า" ฝรั่ง
แต่แท้จริงเป็นผู้หญิงเก่ง หัวก้าวหน้า หัวธุรกิจ เอาการเอางาน

นั่นแหละ
การปลูกค่านิยมในสังคมไทย

แต่ละครจีนสนุกกว่าเยอะเลย 5555

ตอนบ่ายไปดูอเวนเจอร์ เอนด์เกม
กลับกลายเป็นภาคนี้ น่าเบื่อที่สุด
รู้สึกไม่มีอะไรแปลกใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น
ฮีโร่ยกขโยงกันมาโผล่เรียกค่าตัว และใช้ ท่าไม้ตาย
ให้คนดูได้หายคิดถึง
จริง ๆ มันไม่ได้มีอะไรเลยนะ
พลอตเรื่อง คาดเดาได้ไม่ยาก หรืออาจเป็นเพราะรเารู้จักกับฮีโร่แต่ละตัวอย่างดี
แต่อ่ะนะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนมาร์เวล

เราคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องสุดท้ายแล้ว
ที่เราจะดูแนวฮีโร่มาร์เวล

รู้สึกมันมัดมือชก บังคับให้ดู ตลอด ๆ
และนอกจากนั้น ก็ยังไม่มีพลอตเรื่องอะไรใหม่ ๆที่น่าสนใจ

คนธรรมดา >> อยุติธรรม >> ได้พลัง (ซักวิธีนั่นแหละ) >ต่อสู้ >> สู้ไม่ได้ รวมพลัง ETC.>> ใช้สักวิธีนั่นแหละ

น่าแปลกที่คนพูดกันว่าอย่างสปอยล์ ๆ  ทั้ง ๆ ที่มันก็มไ่ได้มีอะไรที่สปอยล์ทั้งนั้น

ไม่ได้มีอะไรหักมุม คุณคิดว่าตัวละครทั้งหมดนั่นถ้าไม่มีใครตายเลย ชัยชนะที่ได้มามันจะไม่ราบรื่นไปหน่อยหรอ ที่เหลือก็แค่เดาว่ามีใครตาย
เห้อ

เรากลายเป็นหนุ่มขี้บ่นไปแล้ว
อีกไม่นานก็กลายเป็น คนแก่ขี้บ่น
555

เราว่าอีกไม่นานอาจจะเลิกเขียนลงบลอคแล้ว

ยังไงก็ไม่มีใครเข้ามาอ่านอยู่ดี
และที่สำคัญ มันอาจจะไร้สาระเกินกว่าที่เราจะอยากให้ใครสักคนเสียเวลาเข้ามาอ่าน

คน ๆ นั้นน่าจะเอาเวลาอันมีค่าไปทำอะไรอย่างอื่นมากกว่า

ในตอนเย็นเราออกไปกิน KFC รู้สึกอยากกินแต่พอกินแล้วก็หายอยาก
มีความสุขไม่ถึงห้านาทีมั้ง 55
 แต่ได้นั่งมองฟ้าเปลี่ยนสี ในตอนเย็น ๆ ก็ถือว่าไม่เลว
จำได้ว่าครั้งหนึ่งขณะ นั่นทำงานในออฟฟิศ
เลยหวังว่าจะได้ทำงานอะไรสักอย่างที่มีเวลามองพระอาิทตย์ตกในตอนเย็นบ่อย ๆ

เราโชคดีมากแล้วนะที่ได้งานนี้

ส่วนเรื่องแฟน

เราขี้เกียจมาก ๆ ขี้เกียจคุย ขี้เกียจวนลูป
ไม่ได้สิ้นหวัง แต่อาจจะยังไม่เห็นอะไรที่ควรค่าแก่การพยายามอีกครั้ง

เราดูดาบมังกรหยก แล้วความคิดเราเปลี่ยนไปนิดหน่อย
เราจำได้ว่า เมื่อก่อน อ่านหนังสือ ก็ชื่นชอบตัวเอกอยู่แหละนะ

แต่ในตอนนี้เราชอบฝ่าย อธรรม มากกว่า
55555
ยิ่งเวลามีความรัก ตัวโกงมักเท่ห์ เสมอ

การรอคอย ทำให้ความรักในนิยายกำลังภายในดูมีคุณค่า
และการที่ข้ามฉากเซ็กส์ไป

เราพึ่งเข้าใจว่า เหตุผลไม่ใช่เพราะ ไม่อยากให้เด็กดู
แต่เพราะว่ามันไม่สำคัญต่างหาก
ความรัก ความมั่นคงสำคัญกว่าฉากพวกนั้นมาก

หลายครั้ง ที่ตัวละครในเรื่อง มีอะไรกันครั้งเดียว (อย่างน้อยก็คืนเดียว)
แล้วท้องเลย

ก่อนตัวละครทั้งคู่จะไม่ได้พบกันอีกเลย หรือพบกันอีกทีสิบยี่สิบปีให้หลัง

แต่ความรักครั้งนั้นกลับส่งผลต่อตัวละครอย่างใหญ่หลวง

และระหว่างที่ห่างกันนั้น ตัวละครต่างฝึกฝนวิชา เพื่อจุดประสงค์อะไรสักอย่าง
แต่อย่างน้อยก็ทำให้ตัวเองเก่งขึ้น

จริง ๆ เราก็ควรฝึกฝนวิชา
ไม่ว่าสิ่งที่เรารอคอยอยู่จะสำเร็จผลหรือไม่
แต่ เราก็จะทำให้แน่ใจว่า การรอคอยนั้นมีความหมาย

และเมื่อถึงวันนั้น การรอคอยจะไม่ใช่แค่การปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป

(แหม่จบได้หล่อจริง ๆ )





No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...