Test

Saturday, July 27, 2019

27/7 การพบเเจอและจากลาที่สนามบิน

การพบเจอและจากลา
ที่สนามบิน

มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในงานที่ผมชอบที่สุด
ผมรู้สึกว่าช่วงเวลาของการพบเจอ และจากลากันในสนามบิน
เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกอย่างหนึ่ง
คล้ายเวลาเปลี่ยนผ่านระหว่างกลางวันกับกลางคืน
คล้ายการผสมผสานอารมณ์ระหว่าง
ความมืดและแสงสว่าง
ให้ความรู้สึกหม่นเศร้าที่แปรเปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจ
ของกวีในทุกยุคทุกสมัย

หากยังจดจำการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกได้
ผู้คนมักจะตื่นเต้น สนามบินกว้างใหญ่
ความห่วงหา ถาโถม การตระเตรียมการมักเนิ่นนาน

การเดินเข้าเกจเพื่อตรวจสัมภาระดูราวกับ
ภารกิจอามาเกด้อน (1998)
การโบกมือให้ญาติพี่น้องเบื้องหลัง
ดูยิ่งใหญ่ ราวกับจะไม่ได้พบกันอีก

เมื่อถึงจุดหมาย
หากโชคดีมีใครสักคนที่มาคอยรับ
ในวินาทีที่คุณเปิดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
หัวใจก็จะเริ่มเต้นตึกตัก
ใครสักคนที่บอกว่าจะรอที่สนามบิน
เขาเดินทางมาถึงหรือยัง ?

บางคนคาดหวังเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจากเพื่อนฝูง
บางคนขอเห็นหน้าครอบครัวหลังไม่เจอกว่าแรมปี
บางคนต้องการพลขับส่วนตัวพ่วงฐานะคนรู้ใจ
บ้างไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการภาวนาให้ถึงบ้านโดยเร็ว
นอนหลับยาว ๆ อย่างมีคุณภาพ สักตื่นหนึ่ง
หลังจากผ่านการตกหลุมอากาศอย่างหนักหน่วง

หากวันใดหลังจากการทำงาน
เห็นผู้คนรายล้อม สรวลเสเฮฮา
ยินดีกับการมาถึงของคนผู้หนึ่ง
ไม่สำคัญว่าผู้โดยสารนั้นจะมาจากไฟล์ทบินใด
นั่นจะเป็นวันดี ๆ วันหนึ่งของผม
หลังการอดหลับอดนอนดูแลผู้โดยสารมาตลอดทาง
...

หลังการบินไปบินกลับครั้งที่ร้อย
การเดินทางกลายเป็นเรื่องปกติ
เครื่องบินก็คล้ายวินมอเตอไซค์หน้าบ้าน
ไม่มีผู้ใดรอคอย ไม่มีผู้ใดเดินไปส่ง

เพื่อนผู้หนึ่งของผมบอกว่า
ไม่ว่าอย่างไร เธอรู้สึกอยากให้มีใครสักคนมารับที่สนามบิน
เธอโตแล้ว กลับบ้านเองได้
แต่ผมเดาว่าความรู้สึกได้รับการต้อนรับจากใครสักคน
ที่อุตส่าห์ดั้นด้น ฝ่ารถติดมารอที่สนามบิน
ยังคงเป็นที่ต้องการเสมอมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เด็กต่างจังหวังที่ยังมีภารกิจแห่งความฝัน
ดำเนินชีวิตไปกับความจริง
และเติบโตไปพร้อม ๆ กับความเหงา
ของเมืองใหญ่อย่าง กรุงเทพมหานครฯ





No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...