Test

Monday, July 15, 2019

15/7 ฝนตกตลอดเวลา


ในห้องเล็ก ๆ ที่มีหน้าต่างไม่กี่บาน
มีผมและแม่อยู่กันเพียงสองคน
และแมวสีส้มพูดได้ตัวหนึ่ง

หน้าต่างไม่กี่บานนั้นมีผ้าม่านสีดำกั้นอยู่
ในวัยเด็ก ความสนุกสนานของผมคือการมองออกไปนอกหน้าต่าง
แอบดูสิ่งต่าง ๆ ภายนอกกรอบกระจก
กระจกบางใส คล้ายล่องหน 
ทว่าเมื่อออกแรงผลัก
กลับรู้สึกถึงความเย็นเยียบ
กระจกแน่นแข็งแรงไม่ไหวติง
/ฝนตกอยู่ อย่าออกไปข้างนอก/
แม่ผมกล่าว

/แต่ท้องฟ้าสดใส ไม่มีเมฆฝน/
ในความหมองเศร้า
แม่บอกผมว่า
ฝนตกตลอดเวลา

ผมพยักหน้าหงึกหงัก
มองท้องฟ้าสีทองค่อยๆ เลือนลับล่มสลาย
ดวงอาทิตย์ใหญ่กลืนหายในหมู่เมฆดำ
สรรพเสียงร้อยสำเนียงถูกแทนที่ด้วยเสียงหยดฝน
แผ่วเบา ทว่าถี่หนักแน่น
กลบกลืนทุกสิ่งจนกลายเป็นความเงียบงัน

พลันนั้นแมวสีส้มครางหง่าว
สะบัดหางกลมเป็นวงกว้าง
ยกอุ้งเท้าขึ้นสัมผัสหนวดและแลบลิ้นเลีย
ลอกเลียนเสียงครืดคราดคล้ายฟ้าผ่าแผ่วเบาในลำคอ
ร้องเรียกผมให้เข้าใกล้ ก่อนเล่าเรื่องราวของโลกแปลกพิสดาร
ภายนอกหน้าต่าง แลกกับการเกาพุง
และลูบไล้ขนอ่อนนุ่มใต้คาง

เวลาผ่านเนิ่นนาน 
แม่จากไปพร้อมร่มคันหนึ่ง
ฝนยังคงตกอยู่
ตราบจนวันสุดท้ายในชีวิตของเธอ

ผมเติบโตขึ้น 
หล่อเลี้ยงตนเองจากเรื่องเล่าของแมวสีส้ม
หลับนอนและตื่นพร้อมเสียงฝนพรำ
คล้ายเสียงดนตรีที่เปิดทิ้งไว้จนลืมเลือน

ผมยังคงเปิดหน้าต่างอยู่บ้าง
แต่ยิ่งนานจำนวนครั้ง
ก็ลดน้อยถอยลง
จนผมไม่คิดเปิดมันอีก

เพียงหลับตา
ผมมองทะลุม่านสีดำ
เห็นภาพท้องฟ้ามัวซัว
และเม็ดฝนโปรยปราย

วันหนึ่ง
เสียงเคาะกระจกดังขึ้น
หญิงสาวคนหนึ่ง
กางร่มอยู่นอกหน้าต่าง
เธอยิ้มและกล่าวขอหลบฝนชั่วครู่หนึ่ง

หัวใจผมปั่นป่วน 
ท่วงทำนองแห่งสายฝนบิดตัวเป็นเกลียวคลื่น
เมื่อรอยยิ้มเจิดจ้าผสานกับหนาวเย็นจากสายฝน
ครู่หนึ่งนั้นคล้ายยืดยาวออกไร้ที่สิ้นสุด

จนผลั้งเผลอคิดไปเองว่า
เห็นปลายแดดแวบวับ
เล็ดลอดจากขอบเมฆดำที่ไหนสักแห่ง
บนฟ้าแสนไกล

ความสุขกลางสายฝนยาวนาน
ทว่าไม่ยั่งยืน
หญิงสาวคิดถึงแสงแดด
เธอแง้มผ้าม่าน
สายฝนพัดผ่านสายลม

/อย่าออกไปเลยฝนตกอยู่/
/แต่อากาศข้างนอก แจ่มใสไร้เมฆฝน/

/ไม่มีทางหรอก ฝนตกตลอดเวลา/ ผมกล่าว
หญิงสาวส่ายหัว
/ไม่มีฝนที่ไหนที่ตกตลอดเวลา/
เธอแหวกผ้าม่าน เปิดหน้าต่าง
และก้าวออกสู่ โลกแห่งสายฝน
ร่างของเธอกำลังจะเปียกปอน
เธอจะหนาวสั่น
เธอจะหวาดกลัว

/ไปกับฉันเถอะ ไปดูแสงอาทิตย์กัน/
/ไม่มีแสงอาทิตย์หรอก ฝนตกตลอดเวลา/

หญิงสาวเริ่มเปียกฝนแล้ว
ชายหนุ่มดึงฉุดเธอเข้าห้องสายฝน
หญิงสาวสะบัดมือก่อนวิ่งถลาโบยบิน
หายเข้าไปในสายฝน

อึมทึมซึมเซา มืดหมองมัว
ชายหนุ่มซบหน้าลงกับฝ่ามือ
ร่ำร้องเกรี้ยวกราด
พายุฝนภายนอกโหมกระหน่ำ
คลื่นน้ำกระแทกหัวใจอย่างรุนแรง
ระลอกแล้ว ระลอกเล่า

พลันนั้นหญิงสาวปรากฏตัวพร้อมร่มคันหนึ่ง
/ จับร่มไว้แล้วมากับฉัน /
/ ถึงฝนจะไม่ได้ตก แต่ถ้ามันจะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย /
/ จับร่มไว้แล้วมากับฉัน / หญิงสาวกล่าวเร็วระรัว

ฝนตกรุนแรง พายุเกรี้ยวกราด
หญิงสาวยืนโดดเด่นท้าทาย
/ แต่ ร่มคันเล็กเกินไป / ชายหนุ่มละล่ำละลัก
หญิงสาวจ้องตานิ่ง ยืนกางร่มกลางสายฝน

รังเกียจการหลบอยู่แต่ในห้องสายฝน
จ้องมองฝนที่ไม่มีวันหยุดตก
โหยหาความอบอุ่นจากรอยยิ้มดวงตะวัน
ชายหนุ่มก้าวเท้าออกจากหน้าต่าง
คว้าคันจับร่ม

พริบตานั้น หยดฝนพลันแห้งเหือด ละเหยหาย
เมฆฝนหมุนวนก่อนวับหายในอากาศ
แทนที่ด้วยสีฟ้าเจิดจ้า จนต้องหยีตา
อากาศเย็นชื้น อบอุ่นขึ้นจนกลายเป็นโลกใบใหม่
ฝนหยุดตกแล้ว

ทว่ายังคงมีเสียงฟ้าผ่าแผ่วเบา
ชายหนุ่มหันตามองตามต้นเสียง
แมวสีส้มนอนฟุบหลับริมโคนไม้ หลับตาหยี
อ้าปากหาว ก่อนซุกอุ้งเท้าหน้าใต้ขนคอหนา
หลับตาอย่างเป็นสุขในฤดูร้อนอันคุ้นเคย
...
ราวกับฝนไม่เคยตกมาก่อนในชีวิตของมัน



No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...