ก่อนเขียนวันนี้ขอเล่าเรื่องนิดนึง
จู่ ๆ ก็คิดถึงคำพูดของนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จคนหนึ่งเค้าบอกว่า
ไม่ว่าจะทำอะไรให้ทำให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด
คำนี้จะเป็นจริงรึเปล่า แล้วมันจะดีจริง มั้ย น่าสงสัย
....
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ฤดูหนาว ไฮซีซั่น สำหรับเมืองหนาวในเอเชีย อย่างญี่ปุ่นและเกาหลี
ไฟล์ XJ638 เป็นไฟล์ทบินตรงมานาโกย่าเพียงไฟล์ทเดียวในแต่ละวัน เครื่องบินออกประมาณ ตีสองกว่า ๆ ถึงสนามบินชุบุ จังหวัดนาโกย่าประมาณ สิบโมงเช้า
ผมล้มตัวลงนอนใส่ที่อุดหู ยกผ้าห่มขึ้นคลุมหัว แล้วหลับเป็นตายหลังจากพลิกตัว สองสามครั้ง
ไฟล์ทนี้ ผมและลูกเรือคนอื่นๆ นัดกันจะไปกินข้าวในเวลา บ่ายสามโมงตรง
ตื่นอีกทีเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง พี่ฮิวโก้ เพอร์เซอร์ ที่เป็นรูมเมทผมตั้งเวลาปลุกไว้ล่วงหน้าครึ่งชั่วโมง
ผมโดดตัวลอยเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก การนอนอย่างตั้งใจและระแวดระวังเรื่องเวลาเกินความจำเป็นทำให้ผมติดนิสัย ไว ต่อการปลุกในทุกรูปแบบ
และลุกขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุกอย่างรวดเร็ว
บ้าชิบ เหลืออีกตั้ง ครึ่งชั่วโมง ผมคิดแล้วล้มตัวลงนอนต่อ ในขณะที่กล่าวขอโทษพี่ฮิวโก้
เรื่องปิดเสียงโทรศัพท์ของเค้าโดยไม่ตั้งใจ
สองสี่สิบห้า ผมตื่นจริงจัง และลุกขึ้นแต่งตัว
เสื้อกันหนาวตัวเดิม เสื้อดาวน์เจ็คเก็ตสีดำมีเฟอร์ตรงคอยี่ห้อคอนเวิส เสื้อยืดข้างในสีดำ เหมือนเดิม กางเกงตัวเดิม
แต่กางเกงในเปลี่ยนตัวใหม่
ผมและลูกเรือคนอื่น ๆ ลงมาเจอกันตรงเวลา ตรงลอบบี้ของโรงแรม
โรงแรมที่พวกผมพักอยู่นี้ เป็นโรงแรมสนามบินอย่างแท้จริง นั่นหมายความว่าเราสามารถเดินจากสายพานท่าเทียบเครื่องบิน มุ่งตรงสู่โรงแรมได้เลย
พี่ ๆ พาพวกเราเดินไปหาของกินในสนามบิน หลังจากลบเมคอัพแล้ว ผมไม่แน่ใจใดๆ เลยว่าใครเป็นใคร
เรากินข้าวหน้าครอบครัว หรือที่เรียกว่า โอยะ (Oya) ข้าวหน้าเนื้อไก่ (สายพันธ์พื้นเมือง) และ ไข่ไม่สุกสีทองเหลืองอร่าม ชื่อเมนูนี้ก็ดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน เพราะว่า กินมันทั้งครอบครัวเลย จริง ๆ โอยะแปลว่า ผู้ปกครอง หรือ พ่อ แม่ ถ้าครอบครัวจริง ๆ ต้องเรียกว่า คะโซคุ
อาหารราคาแพงและไม่อร่อยเท่าไหร่นัก หนักไปทางเค็ม หลังจากนั้นผมกับลูกเรือหลายคนแยกย้ายไปซื้อของในสนามบิน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีส่วนลดให้ลูกเรือประมาณร้านละ สิบเปอร์เซ็นต์
ผมไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะสงสัยและลังเลกับเรื่องราคา อาจจะเรียกว่าขี้งกก้ได้ แต่ผมไม่อยากซื้ออะไรให้รกบ้านหากไม่ได้ต้องการมันจริง ๆ
หลังจากนั้นผมชักชวน น้องๆ เพื่อน ๆ หลายคนไปชายหาดริงกุ หลายคนตอบรับในตอนแรกก่อนจะบอกว่าไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมา ซึ่งฟังดูประหลาด กระเป๋าใบใหญ่มาก ๆ ใหญ่สัด ๆ ทำไมมันถึงไม่มีเสื้อกันหนาวแม้สักตัว แต่เอาเถอะสุดท้ายแล้วผมนั่งรถบัสจากสนามบินมากับพี่ฮิวโก้ พี่เพอร์เซอร์ร่างใหญ่ในแบรนด์เนม อันเดอร์อามเมอร์ทั้งตัว
พี่ฮิวโก้ขอตัวแยกย้ายไป ซื้อของ ส่วนผม มุ่งหน้าสู่ชายทะเล
วันนี้เป็นวันศุกร์ ผมเดินผ่านศูนย์การค้า อีออนมอล์และเข้าสู่ Wonder Forest Curio ซึ่งในวันปกติมักเงียบเหงา แต่ในวันเสาร์เช่นนี้ มีเด็กมากมาย โผล่ออกมายุ่บยั่บ ทั่วไปหมด
เด็กญี่ปุ่นเหล่านั้นน่ารัก หัวเราะกรีดเสียง ตาเล็กหยี เนื้อดูนุ่มสีขาวอมชมพู เด็กมีมาก และส่งพลังแห่งเด็ก ความสุขอันไร้เดียงสา ความสุขอันเกิดจาก จิตใต้สำนึกและความต้องการตามสัญชาตญาณดิบ
ที่เล่นสนุกสำหรับเด็กมีมากมายและเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงปีนผาเตี้ย ๆ แต่ชาเลนจ์กำลังดีสำหรับเด็ก ๆ อายุประมาณ 5-7 ปี หรือจะเป็นสไลด์เดอร์ที่ทำเป็นเนินสูงสีขาว มีสโลปลื่นและกว้างพอสำหรับเด็ก 4-5 คนสไลด์ลงมาได้ พร้อมกัน
ผมเห็นชายหนุ่มสวมแว่นคนหนึ่งเล่นปะปน อยู่ในนัน้ด้วย แต่ก้ไม่ได้มีใครว่าอะไร
ชายหนุ่มสวมแว่นผมสั้น คล้ายนักศึกษาทำหน้านิ่งและสไลด์ลงมาตามทางโดยใช้เท้าสองข้าง ประกับกับพื้นและสไลด์ลงมาช้า ๆ ต่างกับเด็ก ที่ทิ่มหน้า ทิ่มหลัง กระโดด ตะแคงข้าง ลงมา
ชายหนุ่มอาจต้องทำงานต่อในวันจันทร์และไม่อาจทิ่มหน้าลงมาได้
"ไปกันเถอะ นัตสึจัง" เสียงแม่คนหนึ่งเรียกลูกชายให้ เดินตามมา
เสียงนุ่มนวล สายตาอ่อนโยน
ภาพนี้ทำให้ผมฝันถึงครอบครัวอันแสนสุข
วันหนึ่งผมอาจมีลูก มีภรรยา และพาพวกเขามาเล่นสนุกที่นี่
หากเหตุการณ์ในอนาคตนั้นเกิดขึ้นจริง
ในวันนั้น ในตอนนั้นผมกำลังคิดอะไรอยู่นะ
ผมเดินผ่านกลุ่มผู้ปกครองที่ยืนกางร่มพูดคุยกัน
ผ่านสนามรถมินิคาร์ทเรซซิ่ง
ผ่านสนามไอซ์สเก็ต ในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเกือบห้าโมงเย็น
พระอาทิตย์กำลังทอแสงสีส้มยามบ่าย
ยังไม่ใช่เวลาที่สวยที่สุดแต่ก้ใกล้มากแล้ว
ทว่าน่าแปลก เมื่อผ่านเสียงหัวเราะมา และได้ยินเสียงเพลงพื้นหลัง ชัดเจนขึ้น
เพลงบรรเลงที่เปิดทั่วไปในสวนแห่งนั้น กลับมีกลิ่นไอของความเศร้า
มันเป็นเพลง The end of the world ของ Skeeter Davis
ผมข้ามถนนจาก Wonder Forest Cario เมื่อสัญญาณข้ามถนนเปลี่ยนเป็นสีเขียวและรู้สึกได้ถึงลมหนาวที่พัดตึงเข้าใส่ใบหน้า
ลมหนาว แต่ไม่หนาวจัดเหมือนช่วงต้นปี
ต้นมะพร้าวเบื้องหน้าเอนไหวลู่ ตามแรงลม กำแพงหินเตี้ย ๆ ด้านหน้าทอดยาวไปตลอดชายหาด สีน้ำตาล ไร้เศษขยะ มีเพียงทรายเม็ดทยาบและแห้ง
กลุ่มวัยรุ่นสี่ห้าคนในเสื้อผ้าเบาบางวิ่งเข้าใส่กำแพง ก้าวกระโดด นั่งทับ หัวเราะส่งเสียงดัง
เป็นความสุขที่ต่างจากเด็กเล่นสไลด์ลื่น
อาจต่างหรืออาจไม่ต่าง จริงๆ ผมก้ไม่รู้
ผมติดกระดุมคอเสื้อกันหนาวขนเป็ด ให้ฮู้ดด้านหลังกระชับเข้ากลายเป็นผ้าผันคอผืนอุ่น สวมถุงมือ และหมวกไหมพรหม โดดลงจากกำแพงหิน เดินเลียบไปตามชายหาด ก้มลงมองรองเท้าหนาของตนเอง
รองเท้า เดอะนอร์ทเฟส เฮดฮอกจ์ ฟาสเทรค ทู รองเท้าที่ผมสุดแสนภูมิใจเมื่อครั้งสองปีก่อนในการเดินเส้นทางอันนาปุรณะเซอร์กิต คนเดียวกว่ายี่สิบวัน
ในตอนนี้รองเท้าคู่เก่าไม่ดีพออีกต่อไปสำหรับ ทริปในเดือนพฤษภาคมที่จะถึง
รองเท้าไม่สามารถกันน้ำได้ตามราคาโฆษณา นอกเหนือจากนัน้มันทำงานได้ดี
ผมรู้สึกขอบคุณรองเท้า
ก้าวเท้าต่อไป สายตายังคงจดจ้องผืนทรายสลับกับท้องน้ำ บนชายหาดมีร่องรอยอยู่มาก บ้างเป็น เศษปะการัง บ้างเป็นก้อนหิน บ้างเป็นรอยเท้าที่ถูกลมพัดจนผิดรูป มีขยะให้เห็นบ้างประปราย
ลมหนาวพัดทวีความรุนแรงขึ้น ผมได้กลิ่นทะเล ได้ยินเสียงทะเลชัดเจนขึ้น
ทะเลแหว่งเว้าเป็นสีฟ้าเทาปนน้ำเงินเข้ม ในเกลียวคลื่นปรากฏสีขาวของฟองและสีดำของช่องว่าง
นกเป็ดน้ำสีเทาตัวหนึ่งพยายามบินขึ้นกลางอากาศแต่กลับถูกลมพัดจนตัดสินใจเปลี่ยนทิศทาง ย้อนกลับไปทางเดิม บินวนและหาลมสายใหม่ช่วยพยุงปีก
ยื่นยาวออกไปในทะเลเป็นแหลมทางหนึ่ง ที่ผมคิดไม่ออกว่าถูกสร้างเผื่อเหตุผลใด ?
อาจเป็นการชะลอความแรงน้ำทะเล และสัตว์น้ำอื่น ๆ เพื่อกันโซนให้มนุษย์สามารถลงเล่นน้ำได้ หรืออาจเป็นสิ่งสุดยอดทางสถาปัตยกรรม
ผมไม่ทราบ หากแต่สงสัย มีอะไรรออยู่ที่สุดปลาย แหลมโค้งที่ยื่นยาวลงไปสู่ทะเล
ผมสวมฮู้ดขึ้นคลุมหัว ปิดบังวิสัยทัศน์แคบจนเห็นเพียงพื้นหินเบื้องหน้า
หินมากมายถูกถมลงมาทำเป็นทางโค้งยาวสู่ทะเล เพราะอะไร
พลันนั้นเสียงลมดังขึ้น เสียงคลื่นกระแทกหิน นำทะเลสาดซ่าขึ้นสู่ฝั่งขวาของผม ละลองน้ำทะเลทำให้ กางเกงผมเปื้อนรอยหยดน้ำ เสื้อกันหนาวกันน้ำได้ระดับหนึ่ง แต่กางเกงผมจะเปียก
ผมก้าวต่อไปเบื้องหน้า
ลมพัดแรง ผมเซเกือบในทุกครั้งที่ยกขา การยกขาจึงเป็นการยกก้าวขาแบบไม่ยกสูง แต่เคลื่อนไปข้างหน้าให้ไกลขึ้น ผมบรรจงยกขาและก้าวไปข้างหน้า
ครู่หนึ่งผมรู้สึกถึงประสบการณ์ตอนเดินทางไกลบนเทือกเขาอันณาปุรณะ หากหลับตาและเปลี่ยนสถานที่รอบข้าง ความรุนแรงของลมและความหนาวเย็นใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง
และหากประกอบกับว่า หากก้าวพลาดเซตกน้ำเย็นเยียบ
หรือ ก้าวลงระหว่างร่องหินและเท้าพลิก จนไม่สามารถบินกลับไทยแล้ว
เรื่องราวอาจรุนแรง กว่าแค่การเจ็บไข้ได้ป่วย
แต่จริง ๆ มันอาจไม่มีอะไรก้ได้ ตกน้ำ ไม่สบาย ไม่ได้บินกลับ
ตกน้ำ ขาพลิก ตาย
หากไม่ตายเรื่องราวก้คงยังไม่จบ
หลังจากความพยายามเนิ่นนาน จนเวลากลายเป็นเรื่องรอง
ผมไม่ได้ใส่ใจถึงตัวเลขนาฬิกา หาก แต่เมื่อก้าวเดินถึงปลายสุดผม เลิกฮู้ดคลุมหัวออก
ทัศนวิสัยกว้างขึ้น จนเป็นปกติ ผมเห็นแหลมหิน เห็นท้องฟ้าเบื้องบนและเห็นดวงอาทิตย์ทอสีส้มจัด กำลังจะลับขอบฟ้า แม้ไม่ทราบว่าป้ายเบื้องหน้าในสุดทางเดินนั้นหมายถึงอะไร แต่อย่างไรก็ตามผมรู้สึกว่า ผมได้ก้าวมาถึงอีกจุดหนึ่งที่ไม่เคยไปมาก่อน
เบื้อหน้าแหลมหินเป็นท้องทะเล มีเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ อยู่เบื้องหน้าไกลลิบ ปรากฏเป้นภาพเงาจาง ๆ ในหมอกเมฆ
กระแสน้ำและลมยังคงพัดแรงและสาดกระเซ็นใส่ตัวผม หยดน้ำเล็ก ๆ กระทบริมฝีบางรับรสได้ถึงความเค็มของท้องทะเล
ตอนนั้นผมนึกถึง หนังสือที่เพ่ิงอ่านจบไปเร็ว ๆ นี้เรื่อง ลูกทะเล ของวิคเตอร์ ฮูโก
ชายร่างใหญ่ กำยำ ผิวสีคล้ำ ใต้แดดแรง เชี่ยวชาญเรื่องทะเล ราวกับ อควาแมนผู้ไร้เชื้อสายแอตแลนทิส
ออกทะเลเพื่อทำภารกิจบางอย่าง ห้าวหาญ ฮึกเหิม ก่อนกลับสู่ความว่างเปล่า
ไร้ซึ่งสิ่งใด ไม่อาจคว้าสิ่งใด
ผมหันหลังกลับ เดินฝ่าลมและละลองน้ำทะเล มองฝูงนก มองก้อนหินเบื้องหน้า เกร็งฝ่าเท้าก้าวเดินให้มั่นคงที่สุด หลบเลี่ยง รองเท้าบู้ททะเลเก่าขาด กิ่งปะการังเกยตื้น ร่องมืดดำระหว่างหิน ที่อาจทำให้เท้าพลิก
เมื่อถึงปลายแหลมฝั่งชายหาด ผมเห็นชายหญิงสองคน ดูคล้ายคู่รัก เดินสวนกับผมไปยังปลายแหลมสู่ทะเล ผมเดินกลับก้มหน้า สวมฮู้ดคลุมศีรษะ และทรุดตัวลงนั่งในมุมอับของแหลมหิน เอนหลังพิงหินก้อนใหญ่ พื้นที่นี้ถูกแหลมหินบังลมไว้ ทว่ายังคงมีน้ำทะเลสาดกระเซ็นเข้าใส่บ้าง
ฟ้าเบื้องหน้าใกล้มืดเต็มที่ หากจะมองเวลาคงใกล้หกโมงเย็นแล้ว
ผมหลับตา และหลับไหลลงในมุมอับของหิน รับรู้สัมผัสรสเค็มของน้ำทะเล
ฟังเสียงคลื่นซัดสาด และอากาศหนาวเย็นแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง
Test
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด
จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้ 1. งานไม่ผ่านโปร ไ...
-
คุณเศร้ามั้ย? ถ้าคุณเศร้า เราน่าจะเข้ากันได้นะ ผีย่อมเห็นผี คนเศร้ามักจะดึงดูดคนเศร้าได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องบอกผมก็ได้ว่าคุณเศร้าด้ว...
-
เขียนนวนิยายเรื่องแรกจบแล้วเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ (พร้อมกับราคา krypto ตกไปเกือบ 10%) ถึงจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่ก็จบแล้ว ทำให้รู...
No comments:
Post a Comment