เสียงฝักบัวในห้องน้ำไหล แสงไฟแยงตา ผมลืมตาขึ้นงัวเงีย จามขึ้นหนึ่งทีเนื่องจากอากาศเย็นจัด เพื่อนร่วมห้องกลับมาแล้ว ผมคิด เหลือบมองไปที่นาฬิกาตัวเลขดิจิตอลหัวเตียง ตัวเลขสีเขียวบอกเวลา เจ็ดโมงเช้า ... ผมนอนหลับไปเกือบเจ็ดชั่วโมงแล้ว น่าจะเพียงพอสำหรับเช้าวันใหม่
ทว่าในผ้าห่มอุ่นสบาย ผมหลับตาลง และดึงผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่คลุมหัว
ตื่นอีกครั้งในเวลาเกือบแปดโมงกว่า ผมลุกขึ้นใส่กางเกงขายาวสวมเสื้อกันหนาวดาวน์ตัวใหญ่สีดำที่มีขนอะไรสักอย่างติดอยู่บริเวณปกเสื้อ ขนนุ่มดีถึงแม้จะไม่ค่อยช่วยกันหนาวเท่าไหร่ก้ตาม
กดเปิดสวิตซ์ไฟห้องน้ำ ไฟสามดวงก็สว่างพรึ่บ มองหน้าตัวเองในกระจก ผมยาวเกินไปแล้ว กลับไทยไปครั้งนี้ยังไงก็คงต้องไปตัดผม หยิบแปรงสีฟันในแก้วน้ำ บีบยาสีฟันป้ายลงเป็นก้อนเล็ก ๆ กะขนาดให้ได้ประมาณ หนึ่งเม็ดถั่วเขียว และเปิดโปรแกรมแปลงฟันให้กับมือขวา ทำงานไปแบบระบบอัตโนมัติ
กลับมาที่เก้าอี้อีกครั้ง ผมก้มลงใส่รองเท้าเดินเขายี่ห้อเดอะนอร์ทเฟสสีน้ำตาล ที่คราวก่อนนู้นปลื้มปริ่มกับคุณสมบัติต่าง ๆ หากหลังจากผ่านศึกใหญ่ในหิมาลัยเมื่องสองปีที่แล้วก็ทำให้ได้รู้ว่า มันกันน้ำได้ไม่ดีเท่าที่โอ้อวด ทว่ายังคงใส่นุ่มสบาย และมีน้ำหนักเบา เหมาะกับทุกสภาพป่าที่ไม่มีน้ำเจิ่งนอง
หุบเขาเบค่อน หรือ เบก้อน ที่กำลังจะไปวันนี้ก็น่าจะแห้งสนิท ไม่มีน้ำเจิ่งนอง
ผมกดลิฟต์ลงไปชั้นสาม หลังจากเสียเวลาย้ำคิดย้ำทำ กลัวลืมคีย์การ์ดและอุปกรณ์อื่นๆ อยู่นาน ลิฟต์ในโรงแรมมายสเตย์นี้จะระบุ ลิฟต์ที่จะมารับเรา จากแสงไฟที่สว่างขึ้น เหนือตัวเลขเบอร์ของลิฟต์ ทำให้เราสามารถยืนรอหน้าลิฟต์ได้
ลิฟต์เปิดที่ชั้นสาม ผมเดินออกมาพบลอบบี้โรงแรม มีพนักงานชาวเกาหลีสองสามคนประจำโต๊ะรับรอง หรือ front desk อยู่ สองหญิงหนึ่งชาย พวกเขาสวมชุดสีแดงเบกันดี้มิดไนท์ พนักงานหญิงจะสวมหมวกทรงสี่เหลี่ยมบนศีรษะ และรวมผมเป็นมวยไว้ด้านหลัง ส่วนพนังงานชายสวมเสื้อปกแข็งตั้งขึ้นรอบคอ
ผมเดินผ่านฟร้อนเดสก์ไป เลี้ยวซ้ายผ่านโซฟานั่งเล่นหลายชุด ก่อนเข้าสู่ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่โอบรอบด้วยกระจกใส ผู้คนบางตา อาหารเช้ามีเวลาตั้งแต่ 6.30 - 9.30 คนส่วนใหญ่มักตื่นสายไม่ทันอาหารเช้า หรือไม่ก็ลงมาในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
ผมยื่นคูปอง อาหารเช้าฟรีให้พนักงานต้อนรับ กล่าวทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ดูเป็นทางการ และดูสากล ทั้งๆ ที่สำเนียงออกจะชัดเจนตามแนวภาษาอังกฤษ เอเซียนสปีกเกอร์
พนักงานค้อมหลัง ยิ้มตอบรับด้วยภาษาเกาหลีสุดแสนสุภาพ
"อันยอง ชามิกา" แทนที่จะกล่าวสวัสดีแบบทั่วไป อย่าง อันยองฮาเซโย
ในห้องอาหารหอมกรุ่นกลิ่นกาแฟสด อาหารคาวต่าง ๆ ถูกปิดไว้มิดชิด ด้วยภาชนะเหล็กที่ดูสะอาดสะอ้าน ซุปมีฝาทรงนูนใสปิดไว้ เมื่อเปิดออก ควันจะกรุ่นออกมาเพิ่มรสชาติให้อาหารทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ลองชิม
พนักงานครัว สวมหมวกสีขาวยาวทรงเชฟ กำลังทอดไข่ให้หญิงชาวต่างชาติสูงอายุ ที่นี่คุณสามารถระบุได้ว่าต้องการไข่ดาวแบบสุกแค่ไหน ผมไม่รู้ว่าจะต้องสั่งอย่างไรเพราะการกินไข่ดาวในเมนูบุฟเฟ่ต์ดูผิดบาปชอบกล
อย่างไรก็ตามผมเดินไปกดกาแฟ ณ ตู้บริการตนเอง กาแฟใส่นมหรือลาเต้ ร้อนเป็นกาแฟที่ผมโปรด
นมจะผสมลงในกาแฟให้อ่อนลง จนสามารถกินได้แม้ไม่ใส่น้ำตาล นอกเหนือจากนั้น นมยังช่วยให้คาเฟอีนในกาแฟค่อย ๆ ซึมสู่กระแสเลือดส่งผลได้เบาบางแต่ยาวนานกว่า แทนที่จะฉีดปุบปับและหมดลงในไม่กี่ชั่วโมง
ระหว่างรอเครื่องกาแฟชงสำเร็จ ผมเดินไปหยิบพายลูกพีชใส่ในเครื่องให้ความร้อน เบเกอรี่จะมีกลิ่นหอมและอุ่นหน่อย ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับกาแฟ หลังจากนั้นผมเดินไปหยิบผลไม้ใส่จานกระเบื้องสีขาว เลือกผลไม้ที่มีรสหวานและฉ่ำน้ำอย่างองุ่นลูกโตสีม่วง ใส่เกือบสิบลูก
ที่เกาหลี เมืองอินชอน เวลานี้พระอาทิตย์จะขึ้นเวลา เจ็ดโมงเช้า อุณหภูมิประมาณ 1 องศาซึ่งถือว่ายังไม่หนาวเกินไปนัก เพราะในวันที่หนาวจัดตัวเลขจะสามารถตกลงไปได้เกือบ -10 วิวในห้องอาหารจะเป็นวิวที่มองออกไปเห็นสถานีรถไฟฟ้าอินชอน และลานกว้างอเนประสงค์ขนาดใหญ่ ในช่วงที่หิมะตกลานกว้างจะถูกหิมะสีขาวปกคลุมจนกลายเป็นทุ่งหิมะ ลมที่หนาวเย็นพัดแรงตลอดปีทำให้บรรดาลูกเรือจากสายการบินต่าง ๆ หมกตัวอยู่ในห้องกับผ้าห่มอุ่นสบาย ไม่ออกไปไหนแม้แต่ออกไปฉีดหน้าที่เมียงดง
หากมองออกไปทิศเหนือ หรือด้านซ้ายของสถานีฯ ก็จะพบยอดเขา เบค่อน สูงเด่นอยู่ไกลลิบๆ จากสถานี ผมเลือกโต๊ะที่มองเห็นพระอาทิตย์ชัดที่สุด นั่งลงละเมียดละไมกับกาแฟหอมกรุ่น ผลไม้และพายลูกพีชตรงหน้า
หลังอาหารเพื่อจิตวิญญาณในยามเช้าหมดลงแล้ว ผมจึงจะออกไปตักอาหารเพื่อร่างกายเพิ่มเติมอีกสักหน่อย อกไก่ฉีกในน้ำมันมะกอกหรือ สลัดแซลม่อน ขาวผัด บูลโกกิ แฮชบราวน์หรือไส้กรอกหลายหลายประเภท และอาจจะตบด้วยโยเกิร์ตอีกสักถ้วย
ผมออกจากโรงแรมพร้อมด้วย แก้วกาแฟลาเต้ร้อนในมือ ลมพัดหนาวเย็นทว่าพอทนไหว รู้ดีว่าหากเดินอีกไม่นาน ร่างกายก้จะอบอุ่นขึ้น ระหว่างทางผมสั่งคิมบัพทูน่าห่อกระดาษฟรอยด์ติดมือไปด้วย สำหรับเป็นอาหารกลางวันบนยอดเขาเบค่อน
คิมบัปนี้เป็นอาหารเกาหลีที่ผมชอบที่สุด เวลาทำ แม่ครัวจะใช้ไม้สานสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเกือบ 1 A4 วางลงกับเคาเตอร์ ปูสาหร่ายแผ่นโต ตามด้วยข้าว เรียงผักชนิดต่างๆ ทั้งดองและสดที่หันตามยาวเป็นแท่งๆ ลงไป ปิดท้ายด้วยทูน่าที่ดูคล้ายทูน่านอร์ติลุส ในกระป๋อง จำนวนหนึ่ง ก่อนม้วนเป็นก้อนกลม นวดเค้นให้ส่วนผสมแน่นเข้ากันกำลังดี แล้วจึงหั่นออกเป็นแว่น ๆ หุ้มฟรอยด์ ใส่ถุงพลาสติกสีดำ โยนตะเกียบหนึ่งอันลงไปเป็นอันเสร็จพิธี คิมบัพกำลังอิ่มม้วนนี้สนนราคาประมาณ 3900 วอน หรือประมาณ ร้อยสิบบาท ถือว่าไม่แพงสำหรับค่าอาหารมื้อทั่วไปในเกาหลี
Test
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด
จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้ 1. งานไม่ผ่านโปร ไ...
-
คุณเศร้ามั้ย? ถ้าคุณเศร้า เราน่าจะเข้ากันได้นะ ผีย่อมเห็นผี คนเศร้ามักจะดึงดูดคนเศร้าได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องบอกผมก็ได้ว่าคุณเศร้าด้ว...
-
เขียนนวนิยายเรื่องแรกจบแล้วเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ (พร้อมกับราคา krypto ตกไปเกือบ 10%) ถึงจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่ก็จบแล้ว ทำให้รู...
No comments:
Post a Comment