Test
Tuesday, January 29, 2019
kofujiyama (2 จบ)
ออกจากโรงเราผมมุ่งตรงไปยังสถานี ริงกุ ทาวน์ รถไฟฟ้าสาย JR ตู้หยอดเหรียญเป็นแบบระบบสัมผัสสามารถเลือกได้ ตามใจว่าจะหยอดเหรียญ ใส่ธนบัตร หรือ ใช้บัตรเติมเงินรูด จะว่าไปก็คล้ายบ้านเราเว้นเพียงแต่ นอกจากภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังมี สัญลักษณ์ รูปภาพ เป็นตัวช่วยอย่างที่สามอีกด้วย
ผมจิ้มหน้าจอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ กดเลือกสถานีโดยการใส่ชื่อ เพียงพิมพ์คำว่า "Hi" ลงไป เป็นภาษาอังกฤษชื่อของสถานีฮิเนโนะก็ปรากฏขึ้นมา ราคาอยู่ที่ประมาณ สามร้อยกว่าเยน เงินไทยราคาเกือบหนึ่งร้อยบาท ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับ อาหารหนึ่งมื้อ
ผมบรรจงหยอดเหรียญสกุลเงินญี่ปุ่นที่เก็บไว้ในถุงพลาสติก เหรียญหนึ่งร้อยเย็นมีขนาดค่อนข้างใหญ่สีเงิน และเช่นเดียวกับเหรียญ สิบเยน ที่มีขนาดเล็กกว่า ส่วนเหรียญห้าสิบเยนนั้นเป็นสีทองแดงคล้ายเหรียญห้าสิบสตางค์บ้านเรา
ผมรับบัตรใบเล็กๆ เป็นกระดาษแข็งที่มีรายละเอียดครบถ้วน และเดินไปบริเวณทางเข้า รถไฟฟ้าที่นี่ไม่มีที่หนีบเหมือนบ้านเราที่ต้อง "สไลด์เอว" อย่างรวดเร็วผ่านที่หนีบประตู (ทั้งเล็กและแคบ) ข่าวชายโชคร้ายถูกหนีบอวัยวะเพศทำให้การเคลื่อนที่ผ่านที่กั้นประตูของชายไทยโดยทั่วไปไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผมมองซ้ายขวา ขึ้นบันไดด้านซ้ายมือสู่ชานชลาของรถไฟสาย kansaikuko line ป้ายบนชานชลาบอก เวลาอีกเกือบยี่สิบนาที กว่ารถไฟอีกคันจะเทียบท่า ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาฆ่าเวลาด้วยการเรียนภาษาญี่ปุ่นผ่านแอปพลิเคชั่นและแอบมองผู้คนบนชานชาลา อากาศหนาวเย็นแต่ยังพอทนรับไหว
บนชานชาลามีชาวญี่ปุ่นอยู่ไม่ถึงสิบคน สี่คนนั่งอีกหกคนยืน มีสองคนที่แต่งตัวในชุด นักธุรกิจ ชาวญี่ปุ่น ใส่สูทผูกไทด์ มือหิ้วกระเป๋าถือ สีดำ ผมเรียบแปล้ สายตาเพ่งมองตรง และก้มมองนาฬิกาเป็นครั้งคราว หญิงคนหนึ่งสวมหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดด จนคล้ายกำลังจะออกไปรับแดดอุ่นที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
ครู่ใหญ่ป้ายบอกข้อมูลรถไฟ ก็กระพริบและมีถ้อยคำวิ่งต่อท้ายเป็นภาษาญี่ปุ่น ตามด้วยประโยคภาษาอังกฤษ ( out of service ) ผมชะงัก เชี่ย อีกยี่สิบนาทีและยังงดให้บริการอีก คันถัดไปแม่งกี่โมงวะ
ยี่สิบนาทีผ่านไป รถไฟก็ผ่านมาและผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมเหลือบตามองป้ายบอกเวลา รถไฟอีกขบวนจะมาถึงในสามนาที ผมโล่งอก
ในรถไฟคนเบาบางเช่นเดียวกับบนชานชาลา ผู้คนดูไม่เร่งรีบเท่าในเมืองโตเกียว และความเชื่อบางอย่างที่ว่า คนญี่ปุ่นเร่งรีบอยู่เสมอนั้นไม่เป็นความจริง
รถไฟขึ้นและลงบนรางครู่เดียว ก็ถึงสถานี ฮิเนโนะ ผมก้าวลงสอบถามทางไปยังป้ายรถเมล์อย่างสุภาพ นายสถานีสองคนยืนอยู่บริเวณนั้น อาสาเดินไปส่งผมเนื่องจากเป็นทางเดียวกัน เมื่อถึงป้ายรถเมล์ ที่ปราศจากผู้คน ถนนโล่งไม่มีแม้แต่แมวสักตัวหนึ่ง บนถนนมีรถสองสามคันวิ่งผ่าน กระนั้นยังคงติดไฟแดง ร้านเช่าจักรยานตั้งอยู่ใกล้ๆ เขียนราคา หน้าร้าน "1800 เยน" อาจเป็นราคาสำหรับหนึ่งวัน หรือ เท่าไหร่ไม่ทราบแต่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับค่ารถบัสอีก เพียงสามร้อยกว่าเยน
รถบัสคันถัดไปจะมาถึงในสี่สิบนาที นายสถานียิ้มๆ และบอกกับผมว่าให้ขึ้นรถเมล์สายที่ 21 มุ่งหน้าสู่ "ทานุกิทามะซัง" ผมพยายามเรียบเรียงประโยคมั่ว ๆ แล้วถามว่า ทานุกิ ทามะ ซัง หมายถึง คุณทานุกิชื่อทามะรึเปล่า นายสถานทีสั่นหัว บอกผมว่าฟังไม่รู้เรื่อง และโบกมือลา
รถเมล์ในญี่ปุ่นก็ตรงเวลาอย่างร้ายกาจเช่นเดียวกับรถไฟ คนขับรถอารมณ์ดีพูดภาษาอังกฤษได้มั่นใจกว่าพนักงานโรงแรมระดับห้าดาว ผมนั่งรถไปยี่สิบนาที รถบัสเลี้ยวเลาะเข้าตามตรอกซอยซอยต่าง ๆ ที่มีผู้โดยสารรออยู่คนรึสองคน บ้านช่องเรียบร้อยสะอาดตา ทุกป้ายรถเมล์มีตารางเวลารถบัสบอกอย่างชัดเจน ผมเห็นแมวสีขาวตัวหนึ่งยืนบนกำแพงบ้าน ชอตภาพประทับใจที่ผมเฝ้าคอย
รถเลี้ยวซ้ายอีกครั้งผ่านทุ่งนาสีเหลืองทองขนาดเล็ก ที่คั่นด้วยตัวบ้าน คนขับประกาศชื่อป้ายรถเมล์เป็นภาษาอังกฤษอย่างจงใจ ผมแลกเหรียญกับเครื่องแลกเงินที่ด้านข้างคนขับและหยอดเหรียญเงินให้พอดี
ป้ายสถานี ซึจิมารุ ตั้งอยู่บริเวณหัวโค้งของถนนที่มองเห็นภูเขาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า ผมเปิดกูเกิ้ลแมพบอกเวลาอีก 29 นาทีสำหรับการเดินเท้าสู่ยอดเขา
ผมเหลือบมองนาฬิกา เพิ่งสิบเอ็ดโมง ผมไม่ได้พกอะไรมากินและบริเวณรอบข้างก็ดูร้างโล่ง ไร้ผู้คน ไร้ร้านค้า มีเพียงบ้านเรือนที่ดูไม่มีคนอยู่และทุ่งนา แปลงผัก ที่เอิบอิ่มจากการดูแลยามเช้า กำลังดูดกินคาร์บอนและสังเคราะห์แสงอย่างสบายใจในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
ผมเดินลัดเลาะไปตามคันนา มุ่งสู่ถนนสองเลนแคบ ๆ ชายชาวนาคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มชาวนา (สีเทาหม่นกลืนตั้งแต่หมวกปีกกว้างไปจนถึงกางเกงขายาว สวมบู้ทสีดำ) กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ในแปลงผัก พร้อมรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ
อากาศบริสุทธิ์และแดดอ่อน ให้ความรู้สึกยอดเยี่ยม ผมเดินไปตามริมถนนอย่างไม่เร่งรีบอะไรนัก รถญี่ปุ่นขับสวนมาคันสองคัน รถที่ออกแบบอย่างกระทัดรัด เช่นเดียวกับบรรดาห้องเช่าในโตเกียว รถหน้าสั้น เล็กที่สุดเท่าที่รถคันหนึ่งจะยังสามารถขับได้อย่างเป็นปรกติ
เมื่อสุดถนน ผมเดินหักเลี้ยวขวาเข้าด้านใน ผ่านโรงเรียนประถม ที่มีสนามหญ้าสีเขียวและโกลล์สูงของเบสบอล รั้วขนาดสูงโอบล้อมรอบ ผมชะโงกหน้าเข้ามอง ไม่เห้นนักเรียนสักคน น่าแปลก โรงเรียนกลับร้างมากพอ ๆ กับทุ่งนา
ผมเดินต่อมุดลอดผ่านอุโมงค์มืดด้านข้างมีร่องน้ำที่ปราศจากร่องรอยน้ำไหล ในฤดูฝนหรือฤดูใบไม้ผลิ ท่อน้ำนี้น่าจะลำเลียงน้ำจากภูเขาเข้าสู่ตัวเมือง น้ำคงเย็นฉ่ำ และสดชื่น ทว่าอากาศตอนนี้เย็นและแห้งแล้ง
เมื่อพ้นอุโมงค์ ถนนคอนกรีตเปลี่ยนเป็นทางเดินดิน ที่เริ่มแคบและชัน กระนั้นด้วยอากาศที่เย็นจัด ฝุ่นก็ยังไม่ฟุ้ง มีบ้านเรือนตั้งอยู่ไม่มากนัก และบ้านบางหลังก็รกร้าง ทรุดโทรม
ผมเดินเลี้ยวขึ้นภูเขา สองข้างทางกลายเป็นต้นไม้สีเขียว ทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่มหนา ร่องรอยล้อบนถนนทำให้ผมใจชื้นขึ้นบ้างว่านี่ยังไม่ใช่การเดินทางสู่แดนลี้ลับ
ก้าวเดินขึ้นตามผืนดินสีน้ำตาล ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นหิน ผมพบต้นสนใหญ่ล้มขวางถนน และหลุมบ่อ รวมทั้งเศษดินถล่ม ไร้ป้ายบอกทาง ภูเขาลูกนี้อาจไม่เคยถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือ อาจจะไม่มีใครบ้าพอจะมาเที่ยวในฤดูแล้ง ไม่มีทั้งสายน้ำเย็นสดชื่น และใบไม้หลากสีให้ชื่นชม
อีกสิบนาทีผมก็เดินขึ้นถึงยอด ซึ่งสามารถกวาดสายตามองเห็นวิวหุบเขาทั้งหมดได้ ผมรูดซิบเสื้อนอกออกเหลือเพียงเสื้อยืดผ้าฝ้ายสีดำ ระยะทางไม่ไกลนัก แต่ก็ทำให้ร่างกายร้อนจนสามารถถอดเสื้อกันหนาวขนเป็ดออกได้ ในอุณหภูมิ เกือบติดลบ พันธ์ไม้รอบ ๆ ส่วนใหญ่แล้วเป็นพืชตระกูลสน และ เฟิร์น
ภูเขา โคะ ฟูจิยามะ แปลตรงตัวได้ว่า ภูเขาไฟฟูจิลูกเล็ก บางทีมันอาจมีอะไรที่คล้าย ๆ ฟูจิอยู่ก้ได้มั้ง ผมเดินสำรวจไปทั่ว ผ่านทางเดินแคบที่รายล้อมไปด้วยต้นสน แหวกพุ่มไม้เตี้ยไร้ใบที่มีลูกไม้ป่าสีแดงติดคาต้น พบซากอารายธรรมของมนุษย์ถูกทิ้งร้าง เช่นบ้านเรือนไร้การดูแล กองไฟที่มอดดับ และค้นพบวิวที่มองเห็นตัวเมืองและสามารถนั่งชมได้โดยมีร่มไม้กันแดด เมื่อหาที่เหมาะ ๆ ผมก็นำเสื้อกันหนาวขนเป็ดปูพื้น ถอดรองเท้าเดินป่าที่แน่นและหนาหนัก ถอดถุงเท้ากลิ่นเหม็นโยนไปที่ไกลๆ เอนหลังลงนอน นำหมวกไหมพรมปิดหน้า หลับตา รู้สึกถึงแดด อุ่น ๆ กระทบผิว รูจมูกบานเต็มที่สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ถอดหูฟังออก และฟังเสียงนกที่ไม่ทราบชนิดส่งเสียงพูดคุยกันในบ่ายธรรมดาวันหนึ่งบนภูเขาโคะฟูจียาม่า ภูเขาลูกนี้ไม่เห็นมีอะไรที่คล้ายกับฟูเขาไฟฟูจี แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย...
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด
จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้ 1. งานไม่ผ่านโปร ไ...
-
คุณเศร้ามั้ย? ถ้าคุณเศร้า เราน่าจะเข้ากันได้นะ ผีย่อมเห็นผี คนเศร้ามักจะดึงดูดคนเศร้าได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องบอกผมก็ได้ว่าคุณเศร้าด้ว...
-
เขียนนวนิยายเรื่องแรกจบแล้วเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ (พร้อมกับราคา krypto ตกไปเกือบ 10%) ถึงจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่ก็จบแล้ว ทำให้รู...
No comments:
Post a Comment