Test

Saturday, January 5, 2019

แบบฝึกเขียน 1 : ปลักหมู

" In another life
I would make you stay"

ตัวอักษรโย้เย้ เขียนด้วยดินสอไม้สีดำ คือประโยคสุดท้าย ที่ฉันเขียนขึ้นกลางหน้ากระดาษสีขาว หน้าสุดท้ายของสมุดไดอารี่ที่ใช้เขียนมาตลอดทั้งปี

ฉันปิดสมุดเล่มนั้นแล้วโยนลงบนเตียงนอน เก็บเสื้อผ้าอีกสองสามชุดที่เหลือใส่กระเป๋าเป้ นำมันขึ้นสะพายหลัง ก้มลงใส่รองเท้าคอนเวิสสีชมพูที่เก่าจนหมอง

เดินไปที่ประตูห้อง และหันกลับมามองห้องพักที่ฉันและเขา "เคย" อาศัย อยู่ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย

พอกันทีกับความรัก แค่คิดถึงฉันก็เริ่มรู้สึกขมที่ลำคอ
ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าจนบ่าย แต่ฉันกลับรู้สึกอยากอาเจียน
...
ฉันจะไปที่ไหนดีล่ะ ? นั่นคือคำถามแรกเมื่อฉันเดินออกมาจากอพาร์ทเม้นท์สูงใหญ่ ปลักโคลน ของบรรดาหมูสกปรกที่อาศัยชุดสีขาวของนักศึกษาเป็นเครื่องสวมใส่ ทุกๆ วันหมู่เหล่านั้นร่ำร้องด้วยน้ำเสียงประหลาด หมกตัวอยู่ในโคลนตมของความแหลวเหลกทั้งปวง  สวาปามกินขยะทุกชนิดที่ ทั้งความขี้เกียจ ความเลวทราม ความสนุกสนาน และสิ่งสวยงามอันหลอกลวงทุกชนิด ทำน้ำหนักให้เต็มที่ รอคอยเวลาก่อนถูกส่งตัวเขาสู่โรงเชือดที่ถูกเรียกว่า "ความจริง"

ฉันเองก็ เป็นหมูในปลักตัวหนึ่งที่กำลังจะเข้าสู่โรงเชือด ต่างกันที่ฉันไม่ใช่หมูตัวอ้วน แต่เป็นหมูผอมขี้โรคที่เบื่อหน่ายการกินอาหารในกองปลัก ฉันกำลังจะเดินเข้าสู่โรงเชือดด้วยความสมัครใจ

ยานอนหลับสองกระปุกในกระเป๋า หนักถ่วงหลัง เมื่อฉันย่ำเดินออกไปในแสงแดดยามบ่าย จนเหงื่อไคลไหลย้อย พระอาทิตย์ร้อนรุนแรง และถนนคอนกรีตก็มีไอแดดอุ่นออกมาแผดเผาฝ่าเท้า
ฉันจะตายที่ไหนดีนะ ? นี่อาจจะเป็นคำถามสุดท้าย ที่ยากที่สุด ฉันไม่อยากตายข้างถนน มันอุจาดสายตาผู้คนมากเกินไป บางทีฉันอาจจะตายบนเนินเขา แต่สถานที่อย่างนั้นก็ไม่มีอยู่ในแถบนี้เลย อากาศบริสุทธิ์ และพื้นที่โล่ง ๆ หายากพอๆ กับความจริงใจ

บางทีอาจจะเป็นทุ่งร้าง สักที่ที่ไร้คนดูแล ทันใดนั้นฉันเหลือบไปเห็นป้ายประกาศขายที่ดิน หนองน้ำขนาดใหญ่ ที่มีผักหญ้า อะไรสักอย่างขึ้นสูง ... ที่นั่นจะมีงูไหมนะ บางทีหลังจากที่ฉันกินยานอนหลับจนหมดกระป๋อง ฉันอาจจะถูกงูกินก่อนก็ได้ โถเอ๋ย ทำไมต้องเป็นงูด้วยนะ แล้วไหนจะยุงอีกละ ฉันพนันได้เลยว่าในหนองน้ำนั้นต้องมีฝูงยุงอยู่เป็นล้าน ๆ ตัว

เอาล่ะ ฉันจะโบกรถไปที่ไหนสักที่หนึ่ง ฉันคิดเมื่อมองไปยังถนนโล่ง ยาวไกลสุดสายตา
บางทีอาจจะเป็นภูเขา และที่นั่นฉันอาจจะได้นอนตายบนทุ่งโล่งสมใจเสียที แต่ถ้าฉันถูกพวกโรคจิตจับไปข่มขืนล่ะ ? นั่นอาจจะเลวร้ายกว่าการตายตั้งร้อยเท่าพันเท่า

แต่มาคิดอีกที ฉันคงไม่มีทางถูกข่มขืนหรอก ก็หน้าตาฉันมันน่าเกลียด หุ่นก็ไม้กระดาน ไม่น่าจะมีใครทำอะไรฉันหรอกจริงไหม ... แต่คิดอีกทีแล้วฉันจะบอกคนขับรถว่าไปไหนดีล่ะ ในเมื่อฉันไม่รู้จักที่ไหนเลย

การตายนี่มันยุ่งยากจริงแฮะ

ฉันคิดอย่าวท้อแท้ก่อนทรุดตัวลงนั่งลงใต้ต้นไม้ริมทางเดิน ต้นไทรใหญ่ มีรากไทรย้อยลงมาห่มคลุมศาลาเก่าริมถนน ดูวังเวงน่ากลัวแม้ในยามกลางวัน

คอแห้งชะมัด หิวน้ำด้วย ฉันน่าจะเตรียมน้ำมาสักขวดสองขวด เมื่อคิดได้แล้วก็หงุดหงิดในความไม่รอบคอบของตนเอง คงเพราะเหตุผลนี้ละมั้ง ที่ทำให้เขาทิ้งฉันไป ทันใดนั้นน้ำตาก็ปริ่มขึ้นมาบนขอบตาเมื่อคิดถึงชายหนุ่มเจ้าของห้องพัก

แม้หญิงสาวคิดว่า เธอร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลอีกต่อไป แต่น้ำตาก็ยังคงไม่หยุดไหล เธอพยายามทุกทางแล้ว ที่จะไม่ให้เขาไป แต่เจ้าหมูโง่นั่นก็ยืนยันด้วยถ้อยคำที่รุนแรงราวกับปักมีดลงบนหัวใจของเธอ "เราไม่รักเธอแล้ว" คำง่ายๆ แค่นี้กลับเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่เธอเคยเจอมา

จริงๆ เมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้รักเธอ จนเมื่อเขารักเธอแล้ว เธอกลับมั่นใจว่าเขาจะรักเธอตลอดไป ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร

หญิงสาวคิดและยกมือขึ้นปาดน้ำตา เสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นจนเธอสะดุ้งไหว

ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มกลายเป็นสีดำ เมฆฝนกำลังเคลื่อนเข้ามาบดบังแสงตะวัน

หรือเราอาจจะเลื่อนการตายออกไปก่อน ? เราตายเมื่อไหร่ก็ได้นี่นาจริงไหม
และบางทีคืนนี้ เขาอาจจะกลับมา

หญิงสาวคิดได้ดังนั้นจึง เดินพาร่างตนเองเดินย้อนกลับไปยังทางเดิมอีกครั้ง ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำ ภาวนาให้เดินทางถึงปลักหมูก่อนเม็ดฝนโปรยปราย














No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...