Test

Monday, January 21, 2019

21/01 ร้าน "โก" โรตีชาชัก วังหิน

หลังจากมื้ออาหารเย็นในร้านข้าวต้มปลา ผมกับชมพู่เดินเท้าระยะ 5 นาทีจนถึงร้าน "โก" โรตีชาขัก
ชื่อร้านขนมหวานนี้อาจจะก๊อปมาจาก ร้านโรตีชาชักชื่อดัง อย่าง "กู" โรตีชาชัก แต่ช่างปะไรผมรู้สึกว่าชาชักร้านนี้หวานมัน และอุ่นกำลังดี ส่วนโรตีถึงแม้จะโรยนมข้นหวานมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีรสชาติจืดของแป้งโรตีปะปนอยู่

ครั้งหนึ่งผมเคยชวนเพื่อนหญิงชาวใต้มาทานขนมที่ร้านแห่งนี้ เธอบอกกับผมว่า ไม่อร่อยเท่าที่บ้านสงขลาของเธอ แต่ก้ช่างปะไรอีกครั้ง ที่นี่คือกรุงเทพฯ ไกลจากสงขลาหลายร้อยกี่โลเมตร และนี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดของผมในเวลานี้ 

หน้าร้านโรตีชาชักเปิดโล่งรับลม ขนาดกว้างประมาณ 10 เมตร มีโต๊ะเก้าอี้แบบสี่เหลี่ยมจตุรัส อยู่ด้านหน้าประมาณ 6 ตัว โต๊ะทุกตัวมีร่มขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ คล้ายร่มริมชายหาด กันแดดได้บ้างและกันฝนได้แย่ยิ่งกว่า ส่วนความยาวของร้านนั้น ยาวลึกสุดไปเกือบยี่สิบเมตร วางโต๊ะได้ทั้งสิ้น 5 ตัว และเหลือพื้นที่นิดหน่อย สำหรับให้พนักงานจัดการเตรียมอุปกรณ์ พัดลมตัวใหญ่ตั้งอยู่ริมซ้ายขวาของร้านคอยพัดลมร้อน ๆ ให้ออกจากภายในร้านสู่ภายนอก 

อธิบายมาถึงตอนนี้ก็อยากจะบอกว่า เกณฑ์วัดด้วยสายตาของผมมันห่วยสิ้นดี แต่หวังว่าน่าจะทำให้เห็นภาพได้บ้าง เมื่อผมทอดสายตาหาที่ว่างนั่งก็พบว่าในค่ำคืนนี้ โต๊ะที่ร้านเต็มเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะโต๊ะด้านหน้า ผมและชมพู่เดินเข้าไปจับจองโต๊ะว่างกลางร้านที่ยังเหลืออยู่เพียงสองตัวสุดท้าย

โต๊ะบาร์ยาวด้านข้างที่หันหน้าหากระจก ดูน่าสนใจ แต่อาจจะไม่ตอบโจทย์ ของการมองหน้ากัน ระหว่างทานอาหารของเธอและผม ?

ชมพู่พลิกเมนูคู่หนึ่งก่อนเลือก ขนมปังแยมสตอร์เบอรรี่ ส่วนเครื่องดื่มนั้น เธอบอกผมว่าเธอเจ็บคอและต้องการ อะไรร้อน ๆ ผมเสนอ เมนูโปรดของผม ชาชักร้อน ชาชักสีส้มฟองฟอดเหนือแก้ว หวานปนขมกำลังดี เธอแย้งว่า มันออกจะข้นไป อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจเลือกโกโก้ ซึ่งก็น่าจะหวานและข้นพอกัน

ตัวผมสั่งเมนูประจำ ได้แก่ โรตี นมข้น หนานุ่ม และ ชาชักร้อนสีส้ม บรรจงเขียนเลขโต๊ะ จำนวนอาหารในช่องว่างเมนู ก่อนส่งให้บริกร ที่ไม่ค่อยสนใจพวกเรามากเท่าไรนัก บริกรหนุ่ม หยิบใบออเดอร์ไปและส่งน้ำชาเย็นในเยือกเล็กให้พวกเราทาน น้ำเปล่าสีชาใส่น้ำแข็ง... อย่างน้อยก็ดีกว่าน้ำเปล่า 
ผมเทชานั้นลงในถ้วยเล็ก สองถ้วยสำหรับผมและชมพู่ ยกมันขึ้นจิบให้เหมือนสุรา ความรู้สึกเย็นวาบไปทั่วปาก ผมจิบอีกครั้ง จินตนาการล้ำลึกกว่าเดิมถึงการดื่มสุราเมามายกับเพื่อนฝูง

ครู่หนึ่งขนมปังแยมสตอร์เบอรี่ก็มาถึงติดตามด้วยชาชักและโกโก้ร้อน ผมส่งส้อมให้แฟนสาวก่อน เธอจิ้มขนมชิ้นแรกเข้าปาก ผมจึงค่อยหยิบส้อมของผม แยมสตอร์เบอรรี่รสชาติไม่เลว ขนมปังร้อนกำลังดี เนย และแยมสตอร์เบออรี่ หวาน แต่ผมบอกอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ ไม่ได้กินแยมสตอร์เบอรี่มากขนาดนั้น แต่ผมเดาว่ามันคงอร่อย เพราะชมพู่ทานอย่างมีความสุข 

จู่ๆ ชมพู่ก็ถามผมว่า ทำไมผมจึงดูเหมือนหมดอาลัยตายอยากขนาดนั้น 
" ผมเบื่อ ๆ น่ะ เหมือนกับว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว "
" แต่เธอต้องสนใจชั้นนะ "
" เราสนใจเธอตลอดเวลามันเป็นไปไม่ได้หรอก "
" ต้องได้สิ ชั้นอยากได้แฟนที่สนใจชั้นตลอดเวลา "
" ไม่มีหรอกผู้ชายแบบนั้น สุดท้ายแล้วทุกคนก็จะเป็นแบบชั้นนี่แหละ" 

 ชมพู่พูดอะไรต่ออีกสองสามคำ ผมเอี้ยวตัวบอกกับบริกรว่าผมยังไม่ได้ โรตีหนานุ่ม นมข้นคลั่ก บริกรพยักหน้าและหันกลับไปเช็ดโต๊ะต่อ ... ผมเลิกสนใจและหยิบ นอร์วิเจียน วู้ด ขึ้นมาอ่าน
หนังสือที่ยอดเยี่ยม ผมอ่านจบไปแล้วสองรอบและเริ่มรอบที่สามมาแล้วเกินครึ่ง 
สำนวนยอดเยี่ยม ตัวเอกมีบุคลิกที่ผมชื่นชม เนื้อเรื่องกล่าวถึงความตายและความเศร้า ปนเรื่องเซ็กส์พอหอมปากหอมคอ แทบไม่มีใครในเรื่องที่ปกติสักคน

หลังจากอ่านหนังสือไปครู่หนึ่ง โรตีก็มาถึง ผมหยิบส้อมจิ้มโรตีนมข้นใส่ปาก เคี้ยวหยับๆ อ่านบรรทัดถัดไป หลังจากเคี้ยวจนโรตีหนานุ่มเปลี่ยนรสชาติจาก หวานหอมของนมข้น กลายเป็น จืดนวลจากรสชาติของแป้ง ผมกลืนแป้งโรตีจืดนั้นลงคอ และดื่มชาชักร้อนสีส้มตามติดลงไป
ยอดเยี่ยม ! ส่วนผสมที่ลงตัว 

ผมพลิกหน้าหนังสือ อ่านบรรทัดถัดไป และดำเนินการแบบเดิมซ้ำ จนโรตีเกือบหมดจาน
ชมพู่บอกว่าเธอเองไม่สบาย และต้องการกลับบ้าน 
ผมอ้อยอิ่ง ต่อรองขอกินโรตีจนหมดก่อนจะลุกจากโต๊ะ 
เธอทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ ผมกินเหลือคำสุดท้าย และลุกจากโต๊ะ เพื่อแสดงให้เธอเห็นว่าผมแคร์และเร่งรีบมากแค่ไหน ทั้งๆ ที่ใจจริงผมอยากกินโรตีแสนอร่อยให้หมด

ผมหยิบเงินจ่ายค่าอาหาร เกือบร้อยบาท หรือร้อยกว่าบาท เริ่มไม่แน่ใจ เดินออกจากร้านด้วยความอิ่มเอมใจ ชมพู่ดูหงุดหงิด เธอน่าจะถามอะไร ๆ เกี่ยวกับแฟน-ความรัก กับผมในร้านมากพอสมควรแต่ ผมจำเรื่องเหล่านั้นแทบไม่ได้เลย หลังจากตอบเสร็จผมก็ลืมมันไปเสียส่วนใหญ่ 

เรื่องราวน่าเบื่อ ผ่านมาและผ่านไป ไม่ชวนให้จดจำ 




No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...