Test

Friday, May 31, 2019

After India

กลับมาจากอินเดียแล้ว

การเดินทางครั้งนี้ต่างจากการเดินทางไปเนปาลครั้งก่อน ๆ มาทีเดียว

สิ่งที่ต่างมากที่สุดคือคือความรู้สึก

ความรู้สึกที่ชัดที่สุดคือ อิสระ
ครั้งก่อนเรารู้สึกอิสระมาก ๆ เหมือนนกที่หลุดออกจากกรง พยายามตามหาท้องฟ้าที่สูงที่สุดที่ปีกของมันสามารถบินไปได้ถึง
เราอยากไปไหนก้ได้ อยากพักที่ไหน อยากแวะที่ไหนก้ได้

ในหัวโล่งมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย แต่ยังไม่จำเป็นมากนัก และเรารู้ดีว่า คำตอบของเรื่องที่ต้องคิดนั้นจะเกิดก็ต่อเมื่อเรายินยอมให้ตัวเองได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง

ในการเดินทางครั้งนั้น คำตอบทีไ่ด้ กลายมาเป็นเหตุผลในการเดินทางครั้งนี้


การเดินทางครั้งนี้ มีการวางแผน เต็มไปด้วยการเตรียมการ
เราเตรียมอุปกรณ์มากมายเพียงเพื่อจะพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามแผนที่ถูกส่งมาให้

อุปกรณ์ราคาแพงหลายอย่างไม่ได้ใช้ หลายอย่างเกินความจำเป็น
และหลายอย่าง พังลงในสองวันแรกของการใช้งาน

เงินและอุปกรณ์ดี ๆ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรมากเท่าความคิด

หากเราคิดบวก ร่าเริงและมีความสุข (เหมือนกับเพื่อนร่วมทริปอายุน้อยกว่าอีกหลาย ๆ คน ที่เพิ่งมาทริปนี้เป็นครั้งแรก และบางคนยังไม่เคยเห็นหิมะมาก่อนด้วยซ้ำ! ซึ่งการใส่ผ้าพันคอ cotton แสนสวยแต่ชุ่มน้ำเปียกโชก กลางฝนและหิมะ ก็เป็นความสุขได้หากต้องการ)

ความสุขสำคัญที่สุด
ในครั้งนี เรารู้สึกว่าเรามาเรียน
เราก็เอนจอยกับธรรมชาติรอบตัวมาก
แต่ก็ยังติดอยู่ว่า "เรามาเรียน"

เราเรียนได้ดี เลยล่ะ เราทำได้ดี

แต่เราอาจจะไม่ได้ยิ้มและหัวเราะมากเท่าอินเดียคนอื่น ๆ
อุปสรรคทางภาษาเป็นกำแพงอย่างหนึ่ง
และการรู้มากเกินไป ก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง
การเดินได้มากกว่าทีม จนทำให้การพักบ่อย ๆ กลายเป็นความเบื่อ

และอีกอย่างหนึ่งคือความรู้สึกภายใน

เราเขียนบันทึกเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นการเรียบเรียง
และทบทวนตนเอง เราคิดถึงชมพู่ พยายามทำให้เธอเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอีกครั้ง

ในชีวิตอ่อนแอ เรามักต้องการคนคนหนึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
น่าเสียดายที่สิ่งนั้น หรือ คนนั้นไม่สามารถเป็นครอบครัวของเราได้
เราจึงต้องลอยคอตามน้ำหาที่ยึดเหนี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ

บางครั้งเราเจอเกาะ บางครั้งเราพบขอนไม้

ทั้งนี้ทั้งนั้น

ในวันที่กลับมาถึงไทย ก็มีเหตุการณ์บางอย่างให้เราเสียใจมาก ๆ
เราจำได้ และไม่คิดว่าจะเล่าให้ใครฟัง 55 (ขอโทษด้วยนะ)

แต่นั้นแหละ
มันทำให้เราคิดว่า เราพยายามกับชมพู่ มาเกือบสุดทางแล้ว
ชมพู่รู้จักเรา รู้จักตัวตนที่เราเป็น
รู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง มากน้อยแค่ไหน

มันเหลืออีกไม่อีกอย่างที่เราทำได้
และจะทำให้
หากถึงวันนั้นแล้ว ชมพู่ยังตัดสินใจไม่ได้หรือเลือกให้เราจากไป
เราก็คงไป

เราก็ยังคงเป็นเราแบบนี้ เพราะเราเป็นแบบอื่นไม่ได้
ไม่งั้นคนเราก็คงลองไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
เราไม่คิดจะลองใช้ชีวิตด้านใหม่ ๆ เช่นการเที่ยวกลางคืน
ดื่มเหล้า เข้าผับ บาร์ ราคาแพงที่มีเพลงเสียงดัง ๆ

ใช่ว่าไม่เคยลอง เราเคยลองและบอกกับตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ

ด้านอื่น ๆ เราก็ไม่ได้คิดที่จะลองอะไร

เรารู้สึกว่าข้อดีของเราคือ
การที่เรามีความสุขอย่างง่าย ๆ
เช่นการมองดูนุ่นดูนี่รอบตัว เราก็มีความสุขได้
อย่างนกคาบกิ่งไม้ หรือ คราบหยดน้ำที่ติดกระจกรถยนต์

เราชอบเปิดโลกโดยการอ่านหนังสือ
กินอาหารที่มีประโยชน์ ทำใหม่ ๆ มันอาจไม่อร่อยมากเท่าไหร่
เพราะแทบไม่ได้ปรุงอะไรเลย แต่มันก็อร่อยมากพอ
ไม่ชอบของแพงแบบไม่เข้าใจ

เราไม่ใช่ player ไม่ใช่ผู้ชายที่นอนกับผู้หญิงคนไหนแล้วผู้หญิงจะหลงรักหัวปักหัวปำ
มันอาจไม่นับเป็นจุดเด่นได้ แต่ก็ไม่ใช่จุดด้อย
เรายังสงสัยกับเรื่อง sex อยู่พอสมควร
บางครั้งเราทำได้ดี บางครั้งเราทำได้ไม่ดี
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรในการ ฝึกฝน

เรามีเพื่อนที่ดี และหลากหลายประเภท
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้ออกไปเจอใครเท่าไหร่

รวม ๆ แล้วเรามีชีวิตที่ดีเลยล่ะ แต่มันก็น่าจะดีกว่านี้อีกถ้ามีเธอเข้ามาอยู่ด้วย

: )










No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...