ปกติเราไม่ค่อยเขียนเรื่องราวความรักลงบลอค เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว
แต่คนเราพอถึงจุด ๆ นึงก็ไม่อยากให้เรื่องความรักของตนเองเป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป
เราอาจจะถึงจุดนั้น แล้วมั้ง
เราอยากมีชมพู่อยู่ข้าง ๆ ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่สวยที่สุดในชีวิตของเรา
การที่ผู้หญิงคนนึงจะเป็นคนที่สวยที่สุดได้ ผู้หญิงคนนั้นไม่จำเป็นต้องสวยขนาดนางงามจักรวาล
แต่คน ๆ นั้นต้องผ่านกระบวนการได้รับความรักอย่างสมบูรณ์แบบเสียก่อน สำหรับชมพู่ เธอถึงจุด ๆ นั้นแล้วล่ะเราว่า
ถ้าเธอจะให้อภัยเราอีกครั้ง
แค่เพียงครั้งเดียวจริง ๆ
เรายอมรับความจริงว่า เราเป็นคนรู้ตัวช้า
จริง ๆ แล้วเรารักชมพู่มาตลอด
แม้ความรักอาจจะลดน้อยลงไปบ้างในช่วงที่เลิกกัน
แต่มันไม่เคยหมดไป
เรากลับไปง้อชมพู
และลงเอยด้วยการตัดสินใจ จีบชมพู่ใหม่อีกครั้งนึง
จีบใหม่แบบจีบใหม่จริง ๆ
จีบใหม่แบบที่ ผู้หญิงจะตอบน้อย ๆ ผู้หญิงเป็นต่อมาก ๆ
แต่เราก็ทำเท่าที่เราทำได้นั้นแหละ
เราคิดอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นใคร
เราคงทำไม่ได้
เราทำได้เพียงแค่เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมเท่านั้นแหละ
วันก่อนเราเอาดอกทานตะวันช่อใหญ่ไปเซอร์ไพรสชมพู่ที่ทำงาน
ดอกทานตะวันสวยและใหญ่มากจริงๆ นะ
เราคิดว่าถ้าเราได้เซอร์ไพรสที่สนามบินนี่คงกรี๊ด มากกกก
เซอร์ไพรสขั้นที่สองด้วยการยืมชุดพี่ ลาลามูฟ มาใส่ (เสื้อแจ๊คแกต หมวกสีส้ม ๆ และถุงมือหนังขับมอไซค์)
ชุดนั้นพอดีกับเราอย่างน่าประหลาดทีเดียว
เซอร์ไพรสขั้นที่สามด้วย ข้าวเหนียวมะม่วง แม่อะไรสักอย่าง ชื่อดัง สี่กล่อง !!
แต่เซอร์ไพรสขนาดนี้ ชมพู่ก็ยังดูเหมือนไม่ค่อยดีใจตอนได้ของ
เธอออกแนว ตกใจ และประหลาดใจมากกว่า
แต่ชมพู่ก็ถามเราว่า ขับมอไซค์มาถึงนี่เลยหรอ
สงสัยชมพู่จะจำ ลาลามูฟไม่ได้ 5555
ตอนแรกอยากได้แกรบไบค์ แต่เสียดายมาก ๆ บริการส่งของเป็นลาลามูฟ
คนที่ตื่นเต้นกว่าชมพู่ น่าจะเป็นพี่ยาม
พี่ยามทั้งยิ้ม ทั้งหัวเราะ ตอนเห็นเราเปลี่ยนชุด
ส่วนตอนเซ็นต์รับเอกสาร
ชมพู่เหมือนไม่ได้อ่านอะไรเลย
เราเขียนในโทรศัพท์ (note FE) ว่า
"เซ็นตอบรักด้วยครับ"
นางก็เซ็นชื่อลงไปอย่างไม่สนใจสิ่งใด
5555
วันนั้นก็เฟล นิด ๆ ตอนกลับ
กลับอย่างห่อเหี่ยวเลยทีเดียว
หลังจากนั้น ชมพู่ก็เล่าให้ฟังว่าพี่ ๆ ที่ทำงานเชียร์ให้กลับมาคืนดี
เราก็ดีใจนะ ที่ได้ยินอย่างนั้น
แต่ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับชมพู่จริง ๆ
วันนี้เป็นวันที่เราได้พัก 36 ชม. ที่เกาหลี
ได้ห้องคนเดียวด้วย
มันช่างเป็น 36 ชม. ที่ยาวนาน
เราตัดสินใจเขียนนิยายให้จบก่อนแล้วค่อยอ่านหนังสือสอบนักบิน
การตั้งเป้าหมายแล้วมันก็ควรจะทำให้สำเร็จ
ไม่งั้นก็เป็นความเลื่อนลอย ตั้งเป้าหมายใหม่ไปเรื่อย ๆ
เราร่นระยะเวลา ของงานเขียนให้เสร็จภายในเดือน 6
ซึ่งเหลืออีกเดือนกว่า ๆ แต่งานของเราก็ไปได้เกือบ 80% แล้ว
วันนี้เขียนได้เพิ่มหลายบทมาก ๆ
ปัญหาของนิยายเราตอนนี้คือ ลำดับเนื้อเรื่องเท่านั้น
เหลือแค่ว่าจะใส่อะไรไว้ตอนไหน หรือ ควรตัดสลับบทอย่างไรให้นิยายไม่น่าเบื่อ
เราออกกำลังกายหนักมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลังจากออกกำลังกาย อยู่บ้านมาเองเกือบครึ่งเดือนแล้ว
การเข้าฟิตเนสได้ผลเห็นชัดกว่ามาก ๆ
เราคิดแล้วว่าเราอยากจะมีกล้าม และตัวใหญ่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เพราะอย่างน้อยก็ดูเหมือนเป็นการปกป้องครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง
เรากินอาหารเยอะ มากขึ้น โดยไม่เสียดายค่าอาหารอีกต่อไป
ก็คงจำเป็นนั่นแหละ
วันนี้ เราไปร้าน ซุปกระดูกหมูร้านประจำมา
"เปียวแฮจังกึก ฮานา บุทะคัมนิดา"
ขอซุปกระดูกหมู 1 ที่ ครับ(please)
คือประโยคที่เราใช้บ้อยบ่อย
ที่ร้านนี้จะมีผู้ชายคนหนึ่ง คอยเป็นแคชเชียร์หลัก และช่วยเสริฟในบางครั้ง และยังมีป้าอีกสองสามคนทำหน้าที่เป็นพนักงานเสริฟ เต็มตัว
หลายครั้งเรามักคิดว่า ชีวิตของเขาช่างน่าเบื่อ ต้องอยู่กับบ้านไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเก็บตังเฉย ๆ
แต่ถ้าคิดกลับกันว่า เขาได้มีชีวิตอยู่กับคนรัก ในทุก ๆ วัน
เออ! กลายเป็นรู้สึกว่าชีวิตของเขาช่างน่าอิจฉาอะไรขนาดนี้
........
มีเมียทีเดียวสามคนเลยหรอลุง 5555
No comments:
Post a Comment