Test

Thursday, May 9, 2019

9/5 เกือบเสร็จแล้วนะ !


ปกติเราไม่ค่อยเขียนเรื่องราวความรักลงบลอค เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว
แต่คนเราพอถึงจุด ๆ นึงก็ไม่อยากให้เรื่องความรักของตนเองเป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป
เราอาจจะถึงจุดนั้น แล้วมั้ง 

เราอยากมีชมพู่อยู่ข้าง ๆ ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่สวยที่สุดในชีวิตของเรา
การที่ผู้หญิงคนนึงจะเป็นคนที่สวยที่สุดได้ ผู้หญิงคนนั้นไม่จำเป็นต้องสวยขนาดนางงามจักรวาล 
แต่คน ๆ นั้นต้องผ่านกระบวนการได้รับความรักอย่างสมบูรณ์แบบเสียก่อน สำหรับชมพู่ เธอถึงจุด ๆ นั้นแล้วล่ะเราว่า
ถ้าเธอจะให้อภัยเราอีกครั้ง 
แค่เพียงครั้งเดียวจริง ๆ 

เรายอมรับความจริงว่า เราเป็นคนรู้ตัวช้า 
จริง ๆ แล้วเรารักชมพู่มาตลอด
แม้ความรักอาจจะลดน้อยลงไปบ้างในช่วงที่เลิกกัน
แต่มันไม่เคยหมดไป

เรากลับไปง้อชมพู 
และลงเอยด้วยการตัดสินใจ จีบชมพู่ใหม่อีกครั้งนึง 

จีบใหม่แบบจีบใหม่จริง ๆ 
จีบใหม่แบบที่ ผู้หญิงจะตอบน้อย ๆ ผู้หญิงเป็นต่อมาก ๆ
แต่เราก็ทำเท่าที่เราทำได้นั้นแหละ

เราคิดอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นใคร
เราคงทำไม่ได้
เราทำได้เพียงแค่เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมเท่านั้นแหละ
 
วันก่อนเราเอาดอกทานตะวันช่อใหญ่ไปเซอร์ไพรสชมพู่ที่ทำงาน 
ดอกทานตะวันสวยและใหญ่มากจริงๆ นะ
เราคิดว่าถ้าเราได้เซอร์ไพรสที่สนามบินนี่คงกรี๊ด มากกกก

เซอร์ไพรสขั้นที่สองด้วยการยืมชุดพี่ ลาลามูฟ มาใส่ (เสื้อแจ๊คแกต หมวกสีส้ม ๆ และถุงมือหนังขับมอไซค์)

ชุดนั้นพอดีกับเราอย่างน่าประหลาดทีเดียว

เซอร์ไพรสขั้นที่สามด้วย ข้าวเหนียวมะม่วง แม่อะไรสักอย่าง ชื่อดัง สี่กล่อง !!

แต่เซอร์ไพรสขนาดนี้ ชมพู่ก็ยังดูเหมือนไม่ค่อยดีใจตอนได้ของ 
เธอออกแนว ตกใจ และประหลาดใจมากกว่า

แต่ชมพู่ก็ถามเราว่า ขับมอไซค์มาถึงนี่เลยหรอ
สงสัยชมพู่จะจำ ลาลามูฟไม่ได้ 5555

ตอนแรกอยากได้แกรบไบค์ แต่เสียดายมาก ๆ บริการส่งของเป็นลาลามูฟ 

คนที่ตื่นเต้นกว่าชมพู่ น่าจะเป็นพี่ยาม
พี่ยามทั้งยิ้ม ทั้งหัวเราะ ตอนเห็นเราเปลี่ยนชุด

ส่วนตอนเซ็นต์รับเอกสาร 
ชมพู่เหมือนไม่ได้อ่านอะไรเลย
เราเขียนในโทรศัพท์ (note FE) ว่า
"เซ็นตอบรักด้วยครับ"
นางก็เซ็นชื่อลงไปอย่างไม่สนใจสิ่งใด 
5555

วันนั้นก็เฟล นิด ๆ ตอนกลับ
กลับอย่างห่อเหี่ยวเลยทีเดียว

หลังจากนั้น ชมพู่ก็เล่าให้ฟังว่าพี่ ๆ ที่ทำงานเชียร์ให้กลับมาคืนดี
เราก็ดีใจนะ ที่ได้ยินอย่างนั้น 
แต่ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับชมพู่จริง ๆ

วันนี้เป็นวันที่เราได้พัก 36 ชม. ที่เกาหลี
ได้ห้องคนเดียวด้วย
มันช่างเป็น 36 ชม. ที่ยาวนาน

เราตัดสินใจเขียนนิยายให้จบก่อนแล้วค่อยอ่านหนังสือสอบนักบิน
การตั้งเป้าหมายแล้วมันก็ควรจะทำให้สำเร็จ

ไม่งั้นก็เป็นความเลื่อนลอย ตั้งเป้าหมายใหม่ไปเรื่อย ๆ 
เราร่นระยะเวลา ของงานเขียนให้เสร็จภายในเดือน 6 
ซึ่งเหลืออีกเดือนกว่า ๆ แต่งานของเราก็ไปได้เกือบ 80% แล้ว

วันนี้เขียนได้เพิ่มหลายบทมาก ๆ 
ปัญหาของนิยายเราตอนนี้คือ ลำดับเนื้อเรื่องเท่านั้น 
เหลือแค่ว่าจะใส่อะไรไว้ตอนไหน หรือ ควรตัดสลับบทอย่างไรให้นิยายไม่น่าเบื่อ 

เราออกกำลังกายหนักมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 
หลังจากออกกำลังกาย อยู่บ้านมาเองเกือบครึ่งเดือนแล้ว

การเข้าฟิตเนสได้ผลเห็นชัดกว่ามาก ๆ 

เราคิดแล้วว่าเราอยากจะมีกล้าม และตัวใหญ่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เพราะอย่างน้อยก็ดูเหมือนเป็นการปกป้องครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง 

เรากินอาหารเยอะ มากขึ้น โดยไม่เสียดายค่าอาหารอีกต่อไป
ก็คงจำเป็นนั่นแหละ 

วันนี้ เราไปร้าน ซุปกระดูกหมูร้านประจำมา
"เปียวแฮจังกึก ฮานา บุทะคัมนิดา" 

ขอซุปกระดูกหมู 1 ที่ ครับ(please) 

คือประโยคที่เราใช้บ้อยบ่อย 

ที่ร้านนี้จะมีผู้ชายคนหนึ่ง คอยเป็นแคชเชียร์หลัก และช่วยเสริฟในบางครั้ง และยังมีป้าอีกสองสามคนทำหน้าที่เป็นพนักงานเสริฟ เต็มตัว 

หลายครั้งเรามักคิดว่า ชีวิตของเขาช่างน่าเบื่อ ต้องอยู่กับบ้านไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเก็บตังเฉย ๆ 
แต่ถ้าคิดกลับกันว่า เขาได้มีชีวิตอยู่กับคนรัก ในทุก ๆ วัน

เออ! กลายเป็นรู้สึกว่าชีวิตของเขาช่างน่าอิจฉาอะไรขนาดนี้ 

........

มีเมียทีเดียวสามคนเลยหรอลุง 5555








No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...