เอาตัวรอดอย่างไร
ในยุคที่ใครๆก็พูดว่า
"เหนื่อยมาก"
ใครๆก็พูดว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยร่างแทบสลาย ให้เราได้ยินอยู่บ่อยๆ
ทั้งบ่นลอยๆ ในโลกโซเชียลหรือการพูดกรอกเสียงผ่านสายโทรศัพท์
เราทำอะไรกันหรือถึงพูดว่าเหนื่อยมาก
จริงๆ "เหนื่อย" ไม่มีอะไรเป็นมาตรวัดได้แน่นอน
ยกเว้นว่าใครสักคนอาจจะบอกว่า หากร่างกายทำงานหนักเกิน 60% ของแรงสูงสุดที่มนุษย์คนนั้นๆสามารถรับไหว นั่นอาจเรียกว่าเหนื่อยและหากเกิน 80% จึงสามารถเรียกว่าเหนื่อยมากได้
(ข้อมูลมั่วนะครับ ไม่ได้อ้างอิงข้อเท็จจริงใดๆ ขีี้เกียจหาข้อมูล อยากรู้กูเกิ้ลเอาจ้ะ)
วันนั้นเมื่อใครสักคนบอกว่า "เหนื่อยมาก" อาจมีใครอีกคนแย้งขึ้นมาได้อย่างทันควัน
แต่ในปัจจุบัน อาการ "เหนื่อย" เกิดได้จากสองสาเหตุ นั่นคือ "เหนื่อยกาย" กับ "เหนื่อยใจ"
ผมอนุมานเอาเองว่า เมื่อคนพูดว่า "เหนื่อยมาก" ส่วนใหญ่แล้วเกิดจาก อาการเหนื่อยใจ
เคยได้ยินไหมครับ คับที่อยู่ง่ายคับใจอยู่ยาก
ก็คิดว่าคงจะเป็นแบบนั้น
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเหนื่อยกายหรือเหนื่อยใจ
ความเหนื่อยของคนเรามีค่าไม่เท่ากัน
นั่นคือไม่สามารถบอกได้ว่า
คนสองคนหากทำงานในปริมาณที่เท่ากัน
โดนกดดันและมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ใกล้เคียงกัน (ถึงแม้จะทำไม่ได้ก็เถอะ)
สองคนนั้นจะบ่นว่า "เหนื่อยมาก" ทั้งคู่
ผมหมายถึงในงานทั่วๆไปนะ
แต่ถ้าใครจะบอกว่าให้ไปทำงานก่อสร้าง อดหลับอดนอนติดต่อกันยี่สิบชั่วโมง
ไม่ว่าใครก็คงบอกว่า "เหนื่อยมาก" กันทั้งนั้น
เอาล่ะ แล้วก็มาถึงประเด็นคำถามที่จั่วหัวไว้ตั้งแต่ต้น
แล้วเราจะทำยังไงในยุคที่หันหน้าไปทางไหนก็เจอแต่คนบ่นว่า "เหนื่อยมาก"
1.ก็เหนื่อยไปพร้อมๆกับเค้าซี่ บ่นมาบ่นกลับไม่โกง
เออ วิธีนี้ก็น่าจะดี ใครฟังบ่นไม่ไหวแพ้ก็วางสายไป
2.คิดในใจว่า ฟังบ่นวันนี้ บ่นให้ฟังฟรีวันหน้า
ก็ได้นะ เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่น่าจะเลือกทำ
บางคนแย้งว่า (อ้าวเพื่อนก็มีไว้บ่นไม่ใช่หรอ)
3.บอกไปตรงๆเลย จะบ่นไรนักหนา ใครๆก็ทำงานเหนื่อยทั้งนั้นแหละ
บ่นแล้วงานมันเบาลงหรอ เอาเวลาไปนอนมั้ย
คำตอบนี้น่าจะมีเหตุผลและน่าปฏิบัติตามมากที่สุด
ในกรณีที่ความเหนื่อยนั้นเกิดจาก เหนื่อยกายล้วนๆ
เหนื่อยใจนอนไปก็ไม่ค่อยหาย
สำหรับในด้านจิตวิทยา (คิดเองอีกแหละไม่ได้อ้างอิงที่ไหนหรอก)
เวลามีคนบ่นว่าเหนื่อยมากผ่านโซเชียลอาจเกิดได้จากหลายกรณี
1.ก็เหนื่อยจริงๆอ่ะ ละไม่มีคนให้โทรหาด้วยก็เลยระบายผ่านโซเชียล
อื้ม น่าเห็นใจ โถ ไอ้เพื่อนไม่คบ
2.บอกว่าเหนื่อยมากไว้ก่อน เอาน่าคนอื่นก็บอกกันเยอะแยะ
เดี๋ยวคนอื่นจะนึกว่างานกูมันไก่กา เห้ย งานกูก็มีคุณค่าและยากเหมือนกันนะโว้ยพวกมึง
เห็นมั้ยกูบ่นว่า "เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่ก็ภูมิใจกับผลงาน"
3.โพสแท๊กซี่
ที่โพสไปอ่ะ กูเหนื่อยเห็นมั้ย สนใจกูหน่อย ไม่ใช่สังคมหรอกที่อยากบอกอ่ะ
แค่เธอนั่นแหละ เออเธอคนเดียวนั่นแหละ ทักกูซี่ ทักกูซี่
น่าสงสารเค้านะครับ
เอาล่ะ
สำหรับผู้วางตัวอยู่เหนือการ "เหนื่อยมาก" ทั้งหลาย
เมื่อคุณคิดได้ดังนี้แล้วก็จงปล่อยวางและให้อภัยบุคคลที่ยังหลงมัวเมาในโลกโซเชียลทั้งหลายและยิ้มรับทำน้ำเสียงให้มีมิตรไมตรีกับเสียงตามสายใดๆ ด้วยเทอญ
สาธุ
**วันนี้ฝึกการเขียนที่ไม่ต้อง Edit
นักเขียนหลายยุคหลายสมัยมาแล้วที่เขียนโดยใช้ดินสอและกระดาษ
พวกเขาไม่ลบ หากแต่ขยำกระดาษทิ้ง
ซึ่งยากกว่าการกดลบ ตัวอักษรบนแป้นพิมพ์มากมายนัก
การเขียนรอบเดียวจบต้องอาศัยทักษะการเขียนสูงมาก
แต่มักจะเป็นประโยชน์ในเวลาที่มีงานเข้าจำนวนมาก
ถ้ามัวแต่ edit ประดิษฐ์ประดอย ก็จะทำให้งานเสร็จไม่ทัน!!
สาธุ ชิตังเมโป้งงงง
Test
Monday, February 12, 2018
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด
จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้ 1. งานไม่ผ่านโปร ไ...
-
คุณเศร้ามั้ย? ถ้าคุณเศร้า เราน่าจะเข้ากันได้นะ ผีย่อมเห็นผี คนเศร้ามักจะดึงดูดคนเศร้าได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องบอกผมก็ได้ว่าคุณเศร้าด้ว...
-
เขียนนวนิยายเรื่องแรกจบแล้วเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ (พร้อมกับราคา krypto ตกไปเกือบ 10%) ถึงจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่ก็จบแล้ว ทำให้รู...
No comments:
Post a Comment