Test

Wednesday, April 25, 2012

ตำนานรักใต้ต้นเมเปิ้ล




 . . . ใต้ต้นเมเปิ้ลในคืนที่หิมะตกหนักทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า ขาวโพลน เข้ามาสิฉันมีกองไฟและหัวใจอุ่นๆ เรื่องราวดีๆที่เธออาจจะอยากฟัง เข้ามาเถอะฉันรอเธออยู่. . . 

                ในคืนนั้น เด็กหญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง อายุดูแล้วไม่น่าจะเกิน 10 ขวบเธอนั่งร้องไห้ใต้ต้นเมเปิ้ลนี้อยู่นาน  มือขวาของเธอมีเศษกระดาษแผ่นน้อยๆกับลายมือที่อ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องเธอคงมีจุดประสงค์เช่นเดียวกับชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ การขอพรจากต้นเมเปิ้ลนี่ไงล่ะ ความเชื่อที่ว่าพรที่ขอใดๆจะสัมฤทธิ์ผล ก็ต่อเมื่อสามารถนำคำอธิษฐานนั้นไปติดที่กิ่งบนสุดของต้นเมเปิ้ลที่สูงหลายเมตรนี้. . . หลายคนมาด้วยเครื่องทุ่นแรง . . . เช่นบันไดยาว บ้างก็ว่าสำเร็จ บ้างก็ไม่สำเร็จ 
            แต่สำหรับเด็กหญิงตัวเล็กคนนี้ ไม่มีเครื่องทุ่นแรงใดๆ 

                เหมือนดั่งสายลมจะเป็นใจรับรู้แรงปรารถนาของเธอ กระดาษแผ่นน้อยๆหลุดลอยละลิ่วจากมือของเธอไปอย่างช้าๆ ตามแรงลม มันร่อน และ ล่องในอากาศสักพัก ก่อนที่จะไปหยุดอยู่บนกิ่งที่สูงที่สุดได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม่หนูน้อยยิ้มพร้อมกับคราบน้ำตาบนใบหน้า ดูเหมือนเธอจะดีใจมาก เธอเดินไปยิ้มไปด้วยความสุข จนพ้นสายตาของฉันไป หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอเพิ่งกระทำลงไปมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเสียใจไปตลอดกาล . . . 

                เด็กหญิงตื่นเช้าขึ้นมาและพบกับสิ่งที่แปลกไปร่างกายของเธอ. . . เธอสูงขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเอวบางสะโพกผาย และ หน้าอกที่โตขึ้นชั่วข้ามคืน เปลี่ยนสภาพจากเด็กอายุ 10 ขวบจนเข้าสู่วัยรุ่นตอนปลายเธอดีใจมาก   ถึงแม้เธอใส่เสื้อผ้าชุดโปรดของเธอไม่ได้อีกต่อไป   แต่เธอก็มีเสื้อสวยๆมากมายของพี่สาวและคุณแม่ที่เธอหมายตาไว้ . . .

                เธอคิดว่าพ่อแม่และพี่สาวและเพื่อนๆของเธอคงจะดีใจมาก  แต่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้น ไม่มีใครจำเธอได้เธอถูกพ่อ แม่ และพี่สาวแท้ๆของเธอไล่ออกจากบ้าน  พวกเขาจำเธอไม่ได้  เช่นเดียวกับเพื่อนๆและคุณครู. . .

             เมื่อไม่มีที่ใดต้อนรับเธอจึงอกอเดินอย่างไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา ความสับสนเริ่มครอบงำ ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ เมื่อกลุ่มกุ๊ยข้างถนนมองเธอ ตาเป็นมัน  พวกมันเริ่มใกล้เข้ามาและใกล้เข้ามา    
         เธอเริ่มหันหลังหนีแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว   ก่อนที่เธอจะถูกพวกเศษสังคมย่ำยี  เขา”  เข้ามาช่วยเธอไว้ราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาถามเธอถึงที่มาที่ไป ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น และ อ่อนโยนเธอไม่กล้าตอบเธอกลัวเขาหาว่าเธอบ้าเหมือนๆกับที่ทุกๆคนบอกกับเธอเมื่อเธอเล่าความจริงให้ฟัง เขามองตาเธอ      ความหมายที่ลึกซึ้งที่เธอรับรู้ได้ในแทบจะทันทีเขารักเธอและดูเหมือนว่าเธอก็รักเขา เช่นกันเขาไม่สนใจว่าเธอจะมาจากไหน  เขารักเธอและเธอก็รักเขา แค่นี้ก็เพียงพอต่อเหตุผลแล้ว . . .

                หลายปีผ่านไป 
      ความรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะไปได้ด้วยดี และเรื่องราวทั้งหมดก็น่าจะจบลงตรงนี้แต่ มันไม่เป็นเช่นนั้น ความสงสัย ทำให้ความรักและหัวใจของชายหนุ่ม "ร้าว" ขึ้นทุกวันเธอยังคงไม่รู้ความจริงนี้  และในวันหนึ่งวันที่ความอดทนสิ้นสุด ความรัก ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยเคลือบแคลง . . .
  . . . เขาถามเธออีกครั้งว่าเธอเป็นใครมาจากไหน. . . 

     พร้อมกับกำชับว่าเขารับเธอได้ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร . . .เธอตัดสินใจพูดความจริง . . . 
     เขาคิดว่าเธอบ้า เขาไม่เชื่อเรื่องของเธอเขาขับไล่ไสส่งเธอเด็กหญิงเสียใจมากเธอร้องไห้แทบเป็นสายเลือดและพยายามรั้งเขาไว้ 
     เธอรักเขามากจริงๆ . . . . 
           เมื่อหญิงสาวเซ้าซี้หนักเข้า ชายหนุ่มก็เริ่มไม่พอใจและเข้าทำร้ายเธอ เธอเจ็บ  เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจพาร่างที่อ่อนแรงสูญสิ้นไปหมดทั้งกำลังกายและกำลังใจ ออกเดินซมซานไร้จุดหมาย 
       อีกครั้ง . . . หิมะเริ่มตกหนักเคล้ากับน้ำตา เธอตัดสินใจกลับบ้าน. . .

                ทางเดินที่คุ้นเคย . . . ถนนที่เธอเคยผ่าน และบ้านที่เธอเคยอยู่ . . . ความทรงจำของเธอย้อนกลับมาทำร้ายเธออย่างรุนแรงคล้ายกับบทลงโทษที่เธอลืมความทรงจำเหล่านั้นและหลงไปกับความสุขและความรักอันสวยงาม 
             บัดนี้บ้านที่เธอเคยอยู่ รกร้าง เงียบเหงาไม่มีใครอาศัยอยู่ไม่มีใครรู้จักเธอและไม่มีตัวตนอีกต่อไป

*************

                คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่หิมะตกหนักบ้านทุกหลังยังปกคลุมด้วยหิมะสีขาว หญิงสาวคนเดิมกระเสือกกระสนเดินฝ่าความหนาวเหน็บมาพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า เธอหยุดที่ต้นเมเปิ้ลสูงใหญ่  กระดาษแผ่นน้อยๆแผ่นหนึ่ง ลอยตกมาตรงหน้าเธอเธอหยิบมันขึ้นมาดูพร้อมกับมือที่สั่นเทา   
            น้ำตามากมายที่พรั่งพรูออกมาจนฉันไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ ระบายบนใบหน้าอันขาวซีดของเธอเธอทรุดตัวลงและอ่านข้อความในกระดาษพอได้ใจความว่าหนูอยากโตเป็นผู้ใหญ่ และ มีความรักค่ะ  . . .

                เธอค่อยๆทรุดตัวลงต่อหน้าฉัน
 ฉันเสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ . . .นอกจากเฝ้าดูและ ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องนี้ ออกไปตามความต้องการของเธอ . . .

สุดท้ายนี้หวังว่าฉันคงไม่ตกหล่นอะไรไป หลับให้สบาย นะสาวน้อย . . . 
ราตรีสวัสดิ์

No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...