. . . ใต้ต้นเมเปิ้ลในคืนที่หิมะตกหนักทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า ขาวโพลน เข้ามาสิฉันมีกองไฟและหัวใจอุ่นๆ เรื่องราวดีๆที่เธออาจจะอยากฟัง เข้ามาเถอะฉันรอเธออยู่. . .
ในคืนนั้น เด็กหญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง
อายุดูแล้วไม่น่าจะเกิน 10 ขวบเธอนั่งร้องไห้ใต้ต้นเมเปิ้ลนี้อยู่นาน มือขวาของเธอมีเศษกระดาษแผ่นน้อยๆกับลายมือที่อ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องเธอคงมีจุดประสงค์เช่นเดียวกับชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ การขอพรจากต้นเมเปิ้ลนี่ไงล่ะ ความเชื่อที่ว่าพรที่ขอใดๆจะสัมฤทธิ์ผล
ก็ต่อเมื่อสามารถนำคำอธิษฐานนั้นไปติดที่กิ่งบนสุดของต้นเมเปิ้ลที่สูงหลายเมตรนี้.
. . หลายคนมาด้วยเครื่องทุ่นแรง . . . เช่นบันไดยาว บ้างก็ว่าสำเร็จ บ้างก็ไม่สำเร็จ
แต่สำหรับเด็กหญิงตัวเล็กคนนี้ ไม่มีเครื่องทุ่นแรงใดๆ
แต่สำหรับเด็กหญิงตัวเล็กคนนี้ ไม่มีเครื่องทุ่นแรงใดๆ
เหมือนดั่งสายลมจะเป็นใจรับรู้แรงปรารถนาของเธอ
กระดาษแผ่นน้อยๆหลุดลอยละลิ่วจากมือของเธอไปอย่างช้าๆ ตามแรงลม มันร่อน และ
ล่องในอากาศสักพัก ก่อนที่จะไปหยุดอยู่บนกิ่งที่สูงที่สุดได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม่หนูน้อยยิ้มพร้อมกับคราบน้ำตาบนใบหน้า ดูเหมือนเธอจะดีใจมาก เธอเดินไปยิ้มไปด้วยความสุข จนพ้นสายตาของฉันไป หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอเพิ่งกระทำลงไปมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเสียใจไปตลอดกาล . . .
เด็กหญิงตื่นเช้าขึ้นมาและพบกับสิ่งที่แปลกไปร่างกายของเธอ. . . เธอสูงขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเอวบางสะโพกผาย และ หน้าอกที่โตขึ้นชั่วข้ามคืน
เปลี่ยนสภาพจากเด็กอายุ 10 ขวบจนเข้าสู่วัยรุ่นตอนปลายเธอดีใจมาก ถึงแม้เธอใส่เสื้อผ้าชุดโปรดของเธอไม่ได้อีกต่อไป แต่เธอก็มีเสื้อสวยๆมากมายของพี่สาวและคุณแม่ที่เธอหมายตาไว้ . . .
เธอคิดว่าพ่อแม่และพี่สาวและเพื่อนๆของเธอคงจะดีใจมาก แต่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ไม่มีใครจำเธอได้เธอถูกพ่อ แม่ และพี่สาวแท้ๆของเธอไล่ออกจากบ้าน พวกเขาจำเธอไม่ได้ เช่นเดียวกับเพื่อนๆและคุณครู. . .
เมื่อไม่มีที่ใดต้อนรับเธอจึงอกอเดินอย่างไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา ความสับสนเริ่มครอบงำ ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ เมื่อกลุ่มกุ๊ยข้างถนนมองเธอ ตาเป็นมัน พวกมันเริ่มใกล้เข้ามาและใกล้เข้ามา
เธอเริ่มหันหลังหนีแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว ก่อนที่เธอจะถูกพวกเศษสังคมย่ำยี “เขา” เข้ามาช่วยเธอไว้ราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาถามเธอถึงที่มาที่ไป ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น และ อ่อนโยนเธอไม่กล้าตอบเธอกลัวเขาหาว่าเธอบ้าเหมือนๆกับที่ทุกๆคนบอกกับเธอเมื่อเธอเล่าความจริงให้ฟัง เขามองตาเธอ ความหมายที่ลึกซึ้งที่เธอรับรู้ได้ในแทบจะทันทีเขารักเธอและดูเหมือนว่าเธอก็รักเขา เช่นกันเขาไม่สนใจว่าเธอจะมาจากไหน เขารักเธอและเธอก็รักเขา แค่นี้ก็เพียงพอต่อเหตุผลแล้ว . . .
เธอเริ่มหันหลังหนีแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว ก่อนที่เธอจะถูกพวกเศษสังคมย่ำยี “เขา” เข้ามาช่วยเธอไว้ราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาถามเธอถึงที่มาที่ไป ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น และ อ่อนโยนเธอไม่กล้าตอบเธอกลัวเขาหาว่าเธอบ้าเหมือนๆกับที่ทุกๆคนบอกกับเธอเมื่อเธอเล่าความจริงให้ฟัง เขามองตาเธอ ความหมายที่ลึกซึ้งที่เธอรับรู้ได้ในแทบจะทันทีเขารักเธอและดูเหมือนว่าเธอก็รักเขา เช่นกันเขาไม่สนใจว่าเธอจะมาจากไหน เขารักเธอและเธอก็รักเขา แค่นี้ก็เพียงพอต่อเหตุผลแล้ว . . .
หลายปีผ่านไป ความรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะไปได้ด้วยดี และเรื่องราวทั้งหมดก็น่าจะจบลงตรงนี้แต่ มันไม่เป็นเช่นนั้น ความสงสัย ทำให้ความรักและหัวใจของชายหนุ่ม "ร้าว" ขึ้นทุกวันเธอยังคงไม่รู้ความจริงนี้ และในวันหนึ่งวันที่ความอดทนสิ้นสุด ความรัก ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยเคลือบแคลง . . .
. . . เขาถามเธออีกครั้งว่าเธอเป็นใครมาจากไหน. . .
พร้อมกับกำชับว่าเขารับเธอได้ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร . . .เธอตัดสินใจพูดความจริง
. . .
เขาคิดว่าเธอบ้า เขาไม่เชื่อเรื่องของเธอเขาขับไล่ไสส่งเธอเด็กหญิงเสียใจมากเธอร้องไห้แทบเป็นสายเลือดและพยายามรั้งเขาไว้
เธอรักเขามากจริงๆ . . . .
เมื่อหญิงสาวเซ้าซี้หนักเข้า ชายหนุ่มก็เริ่มไม่พอใจและเข้าทำร้ายเธอ เธอเจ็บ เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจพาร่างที่อ่อนแรงสูญสิ้นไปหมดทั้งกำลังกายและกำลังใจ ออกเดินซมซานไร้จุดหมาย
อีกครั้ง . . . หิมะเริ่มตกหนักเคล้ากับน้ำตา เธอตัดสินใจกลับบ้าน. . .
เขาคิดว่าเธอบ้า เขาไม่เชื่อเรื่องของเธอเขาขับไล่ไสส่งเธอเด็กหญิงเสียใจมากเธอร้องไห้แทบเป็นสายเลือดและพยายามรั้งเขาไว้
เธอรักเขามากจริงๆ . . . .
เมื่อหญิงสาวเซ้าซี้หนักเข้า ชายหนุ่มก็เริ่มไม่พอใจและเข้าทำร้ายเธอ เธอเจ็บ เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ก่อนจะตัดสินใจพาร่างที่อ่อนแรงสูญสิ้นไปหมดทั้งกำลังกายและกำลังใจ ออกเดินซมซานไร้จุดหมาย
อีกครั้ง . . . หิมะเริ่มตกหนักเคล้ากับน้ำตา เธอตัดสินใจกลับบ้าน. . .
ทางเดินที่คุ้นเคย
. . . ถนนที่เธอเคยผ่าน และบ้านที่เธอเคยอยู่ . . .
ความทรงจำของเธอย้อนกลับมาทำร้ายเธออย่างรุนแรงคล้ายกับบทลงโทษที่เธอลืมความทรงจำเหล่านั้นและหลงไปกับความสุขและความรักอันสวยงาม
บัดนี้บ้านที่เธอเคยอยู่ รกร้าง เงียบเหงาไม่มีใครอาศัยอยู่ไม่มีใครรู้จักเธอและไม่มีตัวตนอีกต่อไป
บัดนี้บ้านที่เธอเคยอยู่ รกร้าง เงียบเหงาไม่มีใครอาศัยอยู่ไม่มีใครรู้จักเธอและไม่มีตัวตนอีกต่อไป
*************
คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่หิมะตกหนักบ้านทุกหลังยังปกคลุมด้วยหิมะสีขาว หญิงสาวคนเดิมกระเสือกกระสนเดินฝ่าความหนาวเหน็บมาพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า เธอหยุดที่ต้นเมเปิ้ลสูงใหญ่ กระดาษแผ่นน้อยๆแผ่นหนึ่ง ลอยตกมาตรงหน้าเธอเธอหยิบมันขึ้นมาดูพร้อมกับมือที่สั่นเทา
น้ำตามากมายที่พรั่งพรูออกมาจนฉันไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ ระบายบนใบหน้าอันขาวซีดของเธอเธอทรุดตัวลงและอ่านข้อความในกระดาษพอได้ใจความว่า“หนูอยากโตเป็นผู้ใหญ่ และ มีความรักค่ะ” . . .
น้ำตามากมายที่พรั่งพรูออกมาจนฉันไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้ ระบายบนใบหน้าอันขาวซีดของเธอเธอทรุดตัวลงและอ่านข้อความในกระดาษพอได้ใจความว่า“หนูอยากโตเป็นผู้ใหญ่ และ มีความรักค่ะ” . . .
เธอค่อยๆทรุดตัวลงต่อหน้าฉัน
ฉันเสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ . . .นอกจากเฝ้าดูและ ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องนี้ ออกไปตามความต้องการของเธอ . . .
ฉันเสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ . . .นอกจากเฝ้าดูและ ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องนี้ ออกไปตามความต้องการของเธอ . . .
สุดท้ายนี้หวังว่าฉันคงไม่ตกหล่นอะไรไป หลับให้สบาย นะสาวน้อย . . .
ราตรีสวัสดิ์
ราตรีสวัสดิ์

No comments:
Post a Comment