. . . หยาดฝนที่โปรยปราย
ท่ามกลางไอหมอกที่หนาวเย็น กลางเดือน พฤศจิกายน ไม่ได้ช่วยให้ เด็กสาวอายุ 14 ปี
สงบจิตสงบใจลงได้ สายตาทั้งคู่จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่
ที่เปิดอ้าคล้ายเชิญชวน ฝนเม็ดโตๆ
ให้ทอดกายลงเล่นบนพื้นไม้สวยที่ถูกขัดจนขึ้นเงา มือน้อยทั้งคู่ เกาะขอบหน้าต่างแน่น
ถูกละ เธอกำลังรอคอยใครบางคน . . . ใครซักคนที่เธอเรียกว่า พ่อ
ตึง ตึง ตึง เสียงฝีเท้าของเด็กสาวดังชัดเจน
เมื่อถูกเสียงที่คุ้นเคยเรียกอย่างอ่อนโยน “น้ำฝน
ลงมากินข้าวได้แล้วลูก” น้ำฝนอาศัยอยู่กับแม่ แค่ 2 คน มีเพียง . . . เธอกับแม่เท่านั้น . . .
น้ำฝนรักแม่และรักบ้านแห่งนี้ ทุกๆวันที่เธออยู่กับแม่ เป็นวันแห่งความสุข มีบ้างที่เพื่อนๆเคยล้อเธอว่า ลูกไม่มีพ่อ . . . แต่เมื่อน้ำฝนไม่แสดงท่าทางโกรธขึ้ง และยังทำตัวเป็นปกติ มีน้ำใจ และยิ้มให้กับทุกๆคน ไม่นานคนเหล่านั้นก็ลืมและเลิกล้อเธอ
น้ำฝนรักแม่และรักบ้านแห่งนี้ ทุกๆวันที่เธออยู่กับแม่ เป็นวันแห่งความสุข มีบ้างที่เพื่อนๆเคยล้อเธอว่า ลูกไม่มีพ่อ . . . แต่เมื่อน้ำฝนไม่แสดงท่าทางโกรธขึ้ง และยังทำตัวเป็นปกติ มีน้ำใจ และยิ้มให้กับทุกๆคน ไม่นานคนเหล่านั้นก็ลืมและเลิกล้อเธอ
เวลากินข้าว แม่จะสอนเสมอว่าให้เรียกผู้หลักผู้ใหญ่มากินก่อนเสมอ
ถึงแม้ว่า น้ำฝนจะอาศัยอยู่กับแม่ลำพังแค่ 2 คนเท่านั้น . . . เมื่ออาหารพร้อม
คนพร้อมการล้อมวงกินข้าวก็เริ่มต้นขึ้น . . .
ความรักทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ . . .
ความรักทำให้โลกนี้สวยงาม . . . แม่เคยพูดบ่อยๆ ถึงแม้น้ำฝนจะไม่ค่อนเข้าใจแต่ก็จำได้ดี
น้ำฝนชอบใบหน้าของคุณแม่ คุณแม่เป็นคนสวย
แต่ . . .รอยยิ้ม
ในบางครั้งกลับดูเศร้าและหม่นหมอง เหมือนกับช่วงเวลาในครั้งนั้น . . .
น้ำฝนอธิบายไม่เก่ง แต่น้ำฝนเข้าใจ . . .
ฝนยังคงตกอยู่เช่นเดิมทุกวัน
วันเวลาที่ดูเหมือนไม่เคยหยุด กลับค่อยๆ ช้าและ หยุดลง
น้ำฝนยืนอยู่หน้ากระจกเมื่อคราวที่คิดถึงแม่ ถึงแม้ว่าแม่จะจากน้ำฝนไปนานแล้ว
น้ำฝนยังจำแม่ได้ดี หลายคนบอกน้ำฝนหน้าตาคล้ายแม่ แต่น้ำฝน ก็ไม่เข้าใจ . . .
ในวันนั้น ฝนก็ตก. . . เหมือนในวันนี้. .
.น้ำฝนไม่ค่อยรู้จักคุณพ่อ. . .เรื่องที่เกี่ยวกับคุณพ่อไม่เคยถูกพูดออกมาจากปากของคุณแม่
ส่วนในความทรงจำน้ำฝนจำได้เพียงลางๆเท่านั้น
แต่น้ำฝนไม่เคยนำมาคิดและเป็นกังวลไปกับมัน
น้ำฝนเคยบอกรักคุณแม่หลายครั้ง
ทุกครั้งคุณแม่จะกอดน้ำฝนแน่นๆและกระซิบคำว่ารักเบาๆ มือของคุณแม่อ่อนนุ่น
ผมของคุณแม่มีกลิ่นหอมจางๆ
ปลาในอ่างน้ำว่ายวนไปวนมา ก่อนจะฮุบอาหารชิ้นโต
ที่น้ำฝนโยนลงไป . . . ปลามันจะรู้ไหมนะว่าตัวมันว่ายน้ำวนไปวนมา ที่เดิม. . .
น้ำฝนสงสัย มันเคยคิดถึงข้างนอกและปลาอื่นๆบ้างไหมนะ แต่เอ๊ะ! ไม่แน่
ปลามันอาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าตัวเองเลยด้วยซ้ำ . . . เพราะปลามันไม่มีกระจก ถ้าสมมุติว่า ปลารักบ่อน้ำหน้าบ้านน้ำฝน . . .
มันคิดที่จะจากไปบ้างหรือเปล่า ไปจากสิ่งที่มันรัก . . .
เรือนไทยในยามพลบค่ำ กับ สายฝนที่โปรยปราย
ดูเศร้า อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รถจักรยานคันน้อยถูกหยุดอยู่ริมถนน . . . สายลม
เด็กหนุ่ม อายุ 17 ปี กำลังมองเรือนไทยแห่งนี้ด้วยดวงตาที่สงบนิ่ง . .
เขาชอบเรือนไทยแห่งนี้ และทุกๆอย่างของมัน
และเขาก็ชอบโดยที่ไม่ได้หวังจะเป็นเจ้าของ เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถดูแลมันได้ . .
. เขามีความสุขแค่เพียงได้มอง . . . แค่นี้ก็เพียงพอ
เรือนไทยแห่งนี้ดูสะอาดอยู่เสมอ
สิ่งที่น่าแปลกก็คือถึงแม้เขาจะพยายามสังเกต บ่อยเพียงใด
เขากลับไม่เคยเห็นเจ้าของหรือ ผู้อยู่อาศัยเลยสักครั้ง
บ้านแทบจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของคน
บ้านที่ดีเป็นที่อยู่ของหัวใจ . . .
หัวใจเป็นสิ่งที่บอบบางและเข้มแข็งได้ในเวลาเดียวกัน
หัวใจยังต้องการความอบอุ่นและความชุ่มฉ่ำในเวลาเดียวกัน . . .
น้ำตาจะสวยงามเสมอหากเป็นน้ำตาที่บริสุทธิ์
น้ำตาที่บริสุทธิ์คืออะไร . . . แล้วอย่างไรจึงจะเรียกได้ว่าน้ำตาไม่บริสุทธิ์ . . . น้ำฝนเล่า? หากน้ำตาของฟ้า หยดลงมาเป็นน้ำฝน . . .
เพียงกระทบถูกผิวบางเบาแล้ว น้ำฝนจะยังเป็นน้ำตาที่บริสุทธิ์ หรือ ไม่ ในวันที่แม่จากไป
แม่เอ่ยถึงพ่อให้น้ำฝนฟังเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย และบอกกับน้ำฝนว่า “ ให้รอคุณพ่อ.
. . ”
น้ำฝนไม่รู้หรอกว่า คุณพ่อเป็นใคร
หรือหน้าตาอย่างไร คุณแม่ไม่ได้บอก . . .น้ำฝนก็ไม่ได้ถาม . . . น้ำฝนคิดเอาเองว่า
คุณแม่อาจจะไม่มีคำตอบ . . .
. . . . บางที การรอคอยสิ่งที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็อาจจะดีกว่า . . . การรอคอยใครสักคนที่ไม่มีวันกลับมา . . .
. . . . บางที การรอคอยสิ่งที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็อาจจะดีกว่า . . . การรอคอยใครสักคนที่ไม่มีวันกลับมา . . .
มีตอนต่อป่ะ
ReplyDeleteชอบตรงที่บอกว่าบ้านเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของคนนะ
ในขณะเดียวกันคนก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของบ้านเหมือนกัน (:
มีแต่ยังไม่เสดด ; D
Delete