“ขออนุญาตหลบฝนหน่อยนะคะ”
ฉันกล่าวก่อนหุบร่มไม้ไผ่และแนบตัวเข้าสู่ร่มหลังคากระเบื้องที่มีชานขนาดเล็กยื่นออกมาพอดีกับตู้กดสินค้าอัตโนมัติ
ซึ่งมีพื้นที่มากพอให้คนๆหนึ่ง ยืนกดสินค้าได้โดยไม่โดนละอองฝน
“เค้าว่าฝนพวกนี้ จะให้ความรู้สึกเย็นสบาย ...น่าเสียดายจังเลยนะคะที่หุ่นยนต์แบบพวกเราไม่ค่อยถูกกับฝนเท่าไหร่
โดนเข้าไปนิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นสนิมซะแล้ว ไม่อย่างนั้นแค่เดินไปซื้อบุหรี่ใกล้ ๆ นี่
แป๊บเดียวก็เสร็จ” ฉันพูดต่อ ขณะเงยหน้ามองหยาดฝนที่จู่ ๆ ก็โปรยลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ฟ้าครึ้ม เต็มไปด้วยเมฆสีดำ ฝนเม็ดใหญ่กระทบพื้นถนนคอนกรีต แรงและเร็วจนเกิดเสียงดังเปะปะ
ด้วยความล้ำหน้าของเทคโนโลยีในยุคปี พ.ศ.2600
และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของมนุษย์และแอนดรอย ทำให้เมื่อมองด้วยตาเปล่า
จึงแทบไม่มีมนุษย์คนไหนอีกแล้วที่สามารถบอกได้ว่าเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีที่มีผิวขาวและแก้มชมพูแดงเรื่อ
ในชุดกิโมโนสีเขียวอ่อนๆ แท้จริงแล้วเป็นแอนดรอย “คน” หนึ่ง
“จริง ๆ ถ้าฝนตกเป็นน้ำมันก็คงจะดีสินะ” ท่ามกลางสายฝนอันอ่อนโยน
แอนดรอยสาวนามมิโดริได้เอ่ยคำอธิษฐานของเธอออกมาข้างๆ ตู้กดสินค้าเก่า
....
"หา
มาดามริชชี่จะเลิกขายบุหรี่แล้วหรอคะ" ฉันกล่าวด้วยความตกใจ
มันเป็นอีกวันหนึ่งที่ฝนตก
และฉันถูกใช้ให้ออกมาซื้อบุหรี่ตามปกติ มันไม่ใช่งานที่ยากเย็นอะไรนัก แต่ข่าวร้ายที่ได้รับคงทำให้ป้าโคเอ็ตสึไม่พอใจ
"ใช่ ฝากบอกยัยแก่นั่นด้วยนะว่าให้เลิกสูบบุหรี่ซักที
ซองนี้เป็นซองสุดท้ายเข้าใจมั้ย" มาดามริชชี่ผู้ชรากล่าวพร้อมกับวางบุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสงบนเคาเตอร์ของร้าน
ก่อนรับเงินลงไปเก็บในลิ้นชัก
"ชิ
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสุดท้ายชั้นจะต้องไปก่อนยัยแก่นั่นตายจริง ๆ "
เจ้าของร้านชำผมหยิกฟูกับแว่นตาทรงเหยี่ยวบ่นพึมพำด้วยใบหน้าเหยเก
มาดามริชชี่เป็นเจ้าของร้านขายของชำร้านสุดท้ายในละแวกนี้ที่ยังเปิดอยู่
ภายในร้านมีสินค้าวางขายมากมายและดูสะอาดสะอ้าน
ปัญหาของร้านชำระบบเก่าเช่นนี้มีเพียงเรื่องเดียว
นั่นคือเหล่าผู้ซื้อสินค้าทยอยแก่ตายจากไป
"ว่าแต่ยัยแก่โคเอ็ตสึสบายดีอยู่รึ?"
เสียงยานคางกล่าว
"สบายดีค่ะ แต่ยังชอบสูบบุหรี่จัด ๆ ในวันที่ฝนตกเหมือนเดิม”
ฉันกล่าวขณะรับบุหรี่บนเคาเตอร์ใส่ตะกร้าที่พกมาด้วย ก่อน
ปัดกิโมโนที่สวมใส่ให้เข้ารูป กระชับร่มไม้ไผ่ในมือขึ้นกาง และก้าวเดินออกไปยังถนนเบื้องหน้า
เสียงเม็ดฝนละเอียดเล็กโปรยปรายลงกระทบร่มกระดาษเคลือบกันน้ำ ดังถี่ต่อเนื่องเบาบางคล้ายเสียงดนตรี
ฉันไม่ชอบฝน จะว่าไปก็ไม่มีแอนดรอยคนไหนที่ชอบฝน เพราะฝนมักจะทำให้ผิวเคลือบเป็นสนิมได้ง่าย
และอาจต้องเข้ารับการรักษาในที่สุด
“ไปก่อนนะคะมาดามริชชี่" ฉันกล่าว
"กางฝนด้วยล่ะ
มิโดริจังระวังจะเป็นสนิมเอานะ" เจ้าของร้านของชำชรากล่าวไล่หลัง
ในระหว่างที่ฉันกำลังครุ่นคิดถึงสถานที่ใหม่ๆ
ที่จะสามารถไปซื้อบุหรี่ให้ป้าโคเอ็ตสึได้ ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกดังขึ้น
“ไอ้เครื่องบ้า
คืนเหรียญออกมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย” ชายหนุ่มคนหนึ่งโหวกเหวก
และทันใดนั้นก็มีเสียงรองเท้าบู้ทหนังปะทะกับเหล็กขึ้นดัง “ปัง!” ก่อนที่มาดามริชชี่จะปรากฏตัวออกมาจากร้านค้า
“ป้า! หัดดูแล
ไอเครื่องกระป๋องนี้ซะบ้างสิ ปล่อยให้กินเหรียญแบบนี้ได้ยังไง” ชายหนุ่มชี้นิ้วโวยวาย
“เครื่องมันก็เก่าแล้วหัดเห็นใจมันบ้างสิ
ใส่เหรียญให้พอดี ๆ
แค่นี้ทำไม่เป็นเรอะ” มาดามริชชี่เดือดดาล
ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายมากไปกว่านี้
ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม ฉันตัดสินใจเดินไปนั่งข้างๆ เครื่องกดสินค้าและยื่นมืออันบอบบางที่ทำด้วยวัสดุสังเคราะห์เอื้อมไปสัมผัสผิวโลหะนั้น
ก่อนจะกล่าวช้า ๆ ว่า “คุณเครื่องกดสินค้า บุหรี่ยี่ห้อเมฆครึ้มฝนพรำราคา 65 บาทรับมา 70 ทอน 5 บาทค่ะ”
ทันใดนั้นบุหรี่ยี่ห้อเมฆครึ้มฝนพรำจำนวนมหาศาลก็ไหลออกมาจากถาดรับสินค้า
จนไหลกองลงมายังพื้นถนน
“โอ้เยี่ยม!” ชายหนุ่มอุทาน ก่อนจะกวาดเอาบุหรี่ทั้งหมดใส่อ้อมแขนแล้วออกวิ่ง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าหัวขโมย
! ตำรวจ
ตำรวจอยู่ที่ไหน!” มาดามริชชี่ตะโกนไล่หลังด้วยความเกรี้ยวกราด
หล่อนต้องการวิ่งตามเจ้าหัวขโมยหากแต่อายุและสังขารต่างไม่เอื้ออำนวย
“ผมนี่แหละตำรวจ
ฮ่ะฮ่า” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม สะบัดชุดกันฝนออกเผยให้เห็นเครื่องแบบตำรวจสีเงิน
เอ่ยขึ้นอย่างสะใจก่อนโกยแน่บจนไม่เห็นฝุ่น
“ทำดีมากค่ะคุณตู้กดสินค้า
แต่คราวหลังไม่ต้องให้เยอะขนาดนั้นก็ได้นะคะ” ฉันกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลายวันถัดมาพายุฝนที่เข้าพัดกระหน่ำประเทศไทยก็ไม่มีวี่แววว่าจะซาลง
ป้าโคเอ็ตสึจึงสูบบุหรี่จัด และต้องการบุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสงหนึ่งซองเสมอในทุก ๆ
วันที่ฝนตก ในไม่ช้าการเข้ามาซื้อบุหรี่กับคุณตู้กดสินค้าจึงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันใหม่ที่ฉันเต็มใจจะทำ
เพราะเมื่อฝนตกหนัก ร่มกระดาษเคลือบก็จะไม่สามารถกันฝนได้ดีเท่าไรนัก ดังนั้นฉันจึงมักจะใช้ข้ออ้างดังกล่าวในหลบฝนและแวะคุย
สารทุกข์สุกดิบกับคุณตู้กดสินค้า ครั้งละนาน ๆ ซึ่งการได้ใช้เวลากับคุณตู้กดสินค้าทำให้ฉันทราบได้ว่า
แท้จริงแล้วคุณตู้กดสินค้ามีสายตาที่ฝ้าฟางและไม่สามารถนับเลขและทอนเงินได้ตามปกติ
...
“ช่วงนี้ตู้กดสินค้ามีลูกค้าเพิ่มขึ้นนะป้าโคเอ็ตสึ”
ชายวัยกลางคนร่างหนา กับผมย้อมสีทองชี้ตั้งคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน ในบาร์สีทึมที่อวลอากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเบียร์ราคาถูก
และควันบุหรี่
ประกายวาบของไฟจากปลายบุหรี่สว่างขึ้นในความมืดของบาร์
หากเพ่งตามองให้สายตาปรับตัวกับความมืดได้จะพบกับเงาร่างผอมสูงทว่าค่อมโค้งของหญิงเจ้าของร้าน
ในชุดกิโมโนนั่งไขว่ห้างสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์อยู่ด้านหลังเคาเตอร์เครื่องดื่ม
หญิงดังกล่าวหรี่ตาลง
ก่อนเพ่งสมาธิไปกับการดูดบุหรี่จนทำให้แสงวาบจากปลายบุหรี่ วูบลงเล็กน้อยก่อนจะสว่างวาบขึ้นตามเดิม
เมื่อหล่อนเป่าควันออกจากปากอย่างเคยชิน ก่อนตอบรับสั้น ๆ ดังอืมห์
“มิโดริไปไหนล่ะ”
ชายผมทองกล่าวต่อ
“ไปซื้อบุหรี่”
หญิงที่สูบบุหรี่พลันยืดหลังขึ้น ปรากฏใบหน้ายับยู่จากวัยอันผันผ่านทว่ายังคงมีเค้าความงดงามที่ยังคงมองเห็นได้ในแสงสลัวของบาร์แห่งนั้น
“หมู่นี้นังเด็กนั่นชอบไปซื้อบุหรี่นาน
ๆ ...และเชื่อมั้ยล่ะ คนรอบคอบอย่างมิโดริกลับซื้อยี่ห้อผิดมาได้ทุกทีที่ไป ไอ้ตู้กดสินค้าเก่าๆนั่น
คงกดออกมาผิดๆ ถูกๆ เหมือนเดิม” โคเอ็ตสึกล่าวต่อพลางเหลือบสายตาไปยังบุหรี่ยี่ห้อเมฆครึ้มฝนพรำ
บนเคาท์เตอร์ รูปเมฆฝน สีสันสดใส บนหน้าซองดูคล้ายกับขนมหวานอะไรสักอย่างมากกว่าควันบุหรี่สีดำ
“มีคนพูดกันว่า
มิโดริใช้เวลาพูดคุยกับเจ้าเศษเหล็กนั่น” ชายผมทองกล่าวขณะเงยหน้าขึ้นมองป้าโคเอ็ตสึด้วยสายตากึ่งหลับกึ่งตื่น
ก่อนยกขายาวเก้งก้างขึ้นมาวางบนเก้าอี้ไม้ระดับเอวดูท่าทางผ่อนคลาย
“อา
ความรักงั้นรึ” โคเอ็ตสึกล่าวต่อพลางทอดสายตาเบื่อหน่าย ไปยังร่องรอยของผู้ที่จากไปอย่างเร่งร้อน
จนเปิดประตูอ้าทิ้งไว้
จนเปิดประตูอ้าทิ้งไว้
....
“เครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อควายบิน ราคา 40
บาทรับมา 30 บาท ทอน 10 บาทค่ะ” ฉันกระซิบคุณตู้กดสินค้า
เคร้ง
เสียงเครื่องดื่มชูกำลังไหลลงมาในช่องรับสินค้า ผู้ซื้อรับสินค้าและเงินทอนครบถ้วนก่อนเดินจากไป
“เยี่ยมมากค่ะ
คุณตู้กดสินค้า เห็นมั้ยคะ ถ้าพยายามคุณก็ทำได้ ไม่มีใครดูถูกคุณหรอกค่ะ”
มิโดริกล่าวขณะนั่งยอง ๆ ลงข้างตู้กดสินค้าเก่า
ที่บัดนี้ดูสะอาดตาขึ้นกว่าก่อนด้วยได้รับการใส่ใจและขัดถูจากแอนดรอยสาว
ในวันฝนตกเช่นนี้มิโดริรู้สึกราวกับว่าเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องคอยมานั่งข้างๆ
ตู้กดสินค้าเพื่ออะไรสักอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ
ทันใดนั้นที่ด้านปลายสุดของมุมถนน
มิโดริก็สังเกตเห็นนายตำรวจหนุ่มในชุดกันฝนสีเทาเดินเข้ามา
เธอไม่ชอบนายตำรวจคนนี้เลยถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนายตำรวจที่ชอบดื่มน้ำส้มคั้น แต่ก็ชอบสูบบุหรี่จัดและใช้ความรุนแรงกับตู้กดสินค้า
“คุณตู้กดสินค้า
รีบแกล้งเสียเร็วเข้าค่ะ” มิโดริกระซิบ
“หืมม์
เจ้าเศษเหล็กนี้ยังใช้การได้อยู่มั้ย” นายตำรวจเดินเข้ามาถามมิโดริ
ก่อนก้มดูไฟติดๆดับๆ ของเครื่องกดสินค้า
“ไม่...”
มิโดริกล่าวยังไม่ทันขาดคำ นายตำรวจก็หยอดเหรียญลงไปยังตู้กดสินค้า
“อย่ามาหลอกชั้นให้ยากเลย
เห็นคนแถวนี้เค้าคุยกันว่ามันทำงานได้ปกติแล้วนี่ ฮ่าฮ่า แกนั่นแหละเอาบุหรี่ออกมาให้ชั้นเยอะๆซะสิ”
นายตำรวจกล่าวก่อนเขย่าตู้กดสินค้าจนสั่น ดัง ค่อกแค่ก
“หยุดนะ! คุณกำลังทำเค้าเจ็บ” มิโดริลุกขึ้นโวยวาย
“ห๊ะ!! เจ้าตู้กดสินค้าเนี่ยนะเจ็บ เธอนี่ท่าจะบ้า” ตำรวจหนุ่มหัวเราะ
อ้าปากกว้าง
ทันใดนั้นบุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสงซองหนึ่งก็หล่นออกมาในช่องรับสินค้า
ตำรวจหนุ่มเห็นดังนั้นจึงล้วงมือลงไปหยิบทันที
“โอ๊ย!” เสียงเจ้าหน้าที่หนุ่มร้องดังขึ้นเมื่อฝาปิดช่องรับสินค้างับมือของตนเข้าเต็มแรง
ก่อนจะ รัวหนีบมือของเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็วราวรัวกระสุนปืน
ในที่สุดเจ้าหน้าที่หนุ่มก็ถอนมือที่เขียวช้ำจากการกระหน่ำหนีบของตู้กดสินค้าเก่า
ออกมาได้สำเร็จพร้อมซองบุหรี่ และเดินจากไปด้วยสีหน้าบูดบึงและคำสถบมากมาย
“คุณตู้กดสินค้ากล้าหาญมากเลยค่ะ”
เธอเอ่ยชม เธอเอนหลังลงบนกำแพงข้างๆ ตู้กดสินค้าก่อนเงยหน้าขึ้นมองหยาดฝนที่เริ่ม
ซา หากฝนตกนานพอ เธออาจจะได้ใช้เวลางีบหลับสักพักหนึ่งข้างๆ คุณตู้กดสินค้า
ในบ่ายวันนั้น แม้ฝนตกปรอยๆ
นานหลายชั่วโมงแต่ในที่สุดพระอาทิตย์ก็โพล่ออกมา
สายลมเย็นพัดมวลเมฆฝนให้เคลื่อนคล้อยออกไปอย่างช้าๆ พร้อมหยาดฝนที่ค่อยๆ
ซาลงจนจางหาย เหล่าแมลงตัวเล็กต่างพากันบินออกมาหากินเช่นเดียวกับแมลงปอตัวใหญ่สีสันสดใสที่ออกมาไล่กินเหล่าแมลงตัวเล็ก
แมลงปออ่อนล้าตัวหนึ่งที่จับเหยื่อไม่ได้เลยค่อยๆ
ร่อนปีกอ่อนกับลำตัวสีเขียวทับทิมสดใสลงมาเกาะบนจมูกของแอนดรอยสาวที่กำลังหลับอย่างเป็นสุข
ทันใดนั้นเธอพลันลืมตาตื่นขึ้น
ดวงตาพร่ามัวของเธอค่อยๆ
แจ่มชัดขึ้นหลังจากการกระพริบตาถี่ๆ กันสามสี่ครั้ง ก่อนยิ้มออกมาอย่างเป็นสุขเมื่อเธอเห็นสายรุ้งขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าและแมลงปอตัวหนึ่งค่อย
ๆ บินจากผละไปจากจมูกผิวสังเคราะห์นุ่มนิ่มของเธอ
“หลับสบายมากเลยค่ะ
คุณตู้กดสินค้า ขอบคุณที่ช่วยดูแลระหว่างฉันหลับนะคะ” มิโดริกล่าว
ก่อนลุกขึ้นปัดฝุ่นละอองและจัดกิโมโนสีเขียวอ่อนของตนให้สวยงาม
“ไว้พบกันใหม่ในวันที่ฝนตกนะคะ”
เธอกล่าว ทันใดนั้นก็มีเสียงไอค่อกแค่ก และเสียงดังกุกกักมาจากตู้กดสินค้า
บุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสงซองหนึ่งพลันหล่นลงมาในช่องรับสินค้า
“อ้า
บุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสง” มิโดริกล่าวอย่างดีใจ
ในที่สุดคุณตู้กดสินค้าของเธอก็กดบุหรี่ยี่ห้อที่ป้าโคเอ็ตสึชอบที่สุดออกมาได้
หลังจากที่ได้บุหรี่ยี่ห้อเมฆครึ้มฝนพรำติดต่อกันมาหลายซอง
“ขอบคุณมากนะคะ
คุณตู้กดสินค้า” หญิงสาวโค้งคำนับ ก่อนยื่นมือออกไปหยิบสินค้าในช่อง แต่ในขณะที่เธอหันตัวกลับนั้น
ช่องรับสินค้ากลับหนีบปลายกิโมโนของเธอเอาไว้แน่น มิโดริยืนนิ่ง เธอเข้าใจความรู้สึกของคุณตู้กดสินค้าดี
เธอเองก็ไม่อยากจากไปเช่นกัน ทว่าเธอออกมานานเกินไปแล้ว
และป้าโคเอ็ตสึคงกำลังเป็นห่วงเธอ
มิโดริแหงนหน้ามองดูฟ้า
พระอาทิตย์ฉายแสงจ้าท้องฟ้าสดใส เธอทำท่าสูดอากาศเข้าปอดลึกแม้ไม่รู้สึกถึงลมหายใจใดๆ
แต่มาตรวัดความชื้นและอุณหภูมิ ก็ทำให้เธอเข้าใจดีว่า ฤดูฝนกำลังจะจากไป
และเวลาที่เธอจะได้มาหลบฝนกับคุณตู้กดสินค้าต่างเหลือน้อยลงทุกที มิโดริรู้สึกเศร้าทว่าเธอกลับไม่มีน้ำตาจะร้องไห้
...
ในบ่ายวันที่มีอากาศสดใส
ณ ในบาร์เก่าๆของป้าโคเอ็ตสึ ชายผมทองนั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะอย่างสุขสบาย ประกายแสงของดวงอาทิตย์ที่ลอยสูงขึ้นในท้องฟ้า
ทำให้อุณหภูมิห้องอุ่นขึ้นอย่างช้าๆ ใบหน้านั้นเงยขึ้นรับแสงแดดลำเล็กๆ ลำหนึ่งที่เล็ดลอดเข้ามาทักทายร่องรอยความเหี่ยวย่นของใบหน้าผ่านหน้าต่างเล็กๆ
ในบาร์ชั้นใต้ดิน ชายคนนั้นหาวขึ้นฝอดใหญ่ก่อนบิดขี้เกียจด้วยการยืดแขนทั้งสองไปด้านหลังจนเกิดเสียงดังกร๊อบ
“อรุณสวัสดิ์
มิโดริจางง” ชายหนุ่มผมทองกล่าวทักทายขึ้นเมื่อเห็นแอนดรอยสาวที่ก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้อยู่บริเวณนั้น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ
คุณทรงศักดิ์” มิโดริกล่าว
“เธอรู้ข่าวที่เค้าโละเจ้าตู้กดสินค้าไปรึยังนะ”
ทรงศักดิ์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เวลานี้ยังคงเช้าเกินไปสำหรับการตื่นนอนของเขาในวันหยุดสุดสัปดาห์
“รู้แล้วค่ะ” มิโดริชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบคำถามคนสนิทของป้าโคเอ็ตสึ
เธอรู้ดีว่าในวันก่อนที่เธอไม่ได้ไปหาคุณตู้กดสินค้านั้น
เกิดเหตุการณ์อันน่ากลัวที่เรียกว่า “ไฟฟ้าลัดวงจร”
จนทำให้เครื่องกดสินค้าไม่สามารถรับคำสั่งในการเลือกซื้อสินค้าใดๆ ได้
และช่างซ่อมคนหนึ่งลงความเห็นว่า
ตู้กดสินค้านั้นเก่าและเสียหายมากเกินกว่าจะเยียวยาใดๆ ได้
“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่า
เค้าจะเอาเจ้าตู้กดสินค้าไปไว้ที่ไหน” ชายหนุ่มกล่าวต่อ
มิโดริเงียบแทนคำตอบ
การขนย้ายตู้กดสินค้าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในค่ำคืนหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าผู้ขนย้ายเป็นใคร และขนไปตอนไหน แต่หากตอบตามความจริง
เธอรู้ดีว่า “ไม่มีใครสนใจ” ตู้กดสินค้าเก่าๆ ที่ใช้งานไม่ได้
“แต่ฉันรู้”
ทรงศักดิ์ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก ก่อนสบตานิ่ง มันเป็นสายตาที่ไม่สามารถระบุถึงความหมายใดๆ
ได้ ใบหน้ามันย่องของทรงศักดิ์นั้นไม่ใช่ใบหน้าที่แสดงออกถึงความสุข แต่ก็ไม่ใช่ใบหน้าที่มีความทุกข์
ทว่าเป็นใบหน้าที่ว่างเปล่า เพียงแค่มีรอยยิ้มลวงหลอกแต่งแต้ม อย่างไรก็ตาม แอนดรอยสาวก็เบิกตากว้างขึ้น
พลันความหวังก็ปรากฏขึ้นในใจ
...
ฤดูฝน
ในปีนั้นยาวนานกว่าทุกปี และเย็นวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฝนตกหนัก ลมพัดแรง เปลี่ยนท้องฟ้าสีเทาเป็นมืดสนิท
ณ บริเวณลานเทขยะเครื่องใช้ไฟฟ้า เสียงเม็ดฝนหล่นปะทะซากโลหะ ดังปุปะ มิโดริและชายหนุ่มผมทองยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน
ร่มกระดาษในมือมิโดริ เปียกยุ่ยและเริ่มขาดเป็นรู ทว่าผมสีทองของชายวัยกลางคนยังคงตั้งชี้ตามปรกติมิได้เอนลู่ตามสายฝนแต่อย่างใด
สายตาทรงศักดิ์แน่วนิ่ง บุหรี่ที่คาบในปากนั้นเปียกทว่ายังมีกลุ่มควันเล็ก ๆ
เล็ดลอดออกมา
“คุณตู้กดสินค้า
คุณตู้กดสินค้า อยู่ที่ไหนคะ” มิโดริตะโกน แม้เธอรู้ดีว่าจะไม่มีเสียงใดๆ ที่จะตอบโต้ออกมา
ทว่าความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้โปรแกรมไว้พลักดันให้เธอตะโกนออกไปอย่างไม่รู้ตัว
เสียงฟ้าผ่า
ดังจากฟ้าเบื้องบน ดูห่างไกลทว่าทรงพลัง แอนดรอยสาวเดินตามทรงศักดิ์ เข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของสุสานอิเล็กทรอนิกส์
รอบข้างของเธอล้วนประกอบด้วยความตายที่มนุษย์พากันเรียกว่าเศษเหล็ก
มิโดริไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด ทว่ากลับปรากฏแววตาความเศร้าขึ้นในใจ
ในวันหนึ่งวันที่เธอเหนื่อยล้าและไม่เป็นที่ต้องการ ร่างกายบางส่วนของเธอจะถูกเททิ้งไว้
ณ ที่แห่งนี้ และความทรงจำของเธอจะถูกลบหายไป
ทรงศักดิ์หยุดยืน
ณ ที่แห่งหนึ่ง เบื้องหน้ามี ร่างของตู้กดสินค้าเก่าถูกวางทิ้งไว้ระเกะระกะ
เปียกฝนและดูผุพัง กระจกที่แตกด้านหน้าเผยให้เห็นสินค้าบางส่วนด้านในที่เสียหายจนไม่มีใครสนใจจะหยิบออกมา
มิโดริผวาเข้าหาตู้กดสินค้าทรุดตัวลงกับโลหะเย็นเยียบ และร้องไห้
หนุ่มใหญ่ยืนนิ่งกลางสายฝน
เสียงฝนตกผสานกับเสียงร้องไห้ฟังดูเข้ากันราวกับคู่ดูโอ้นักร้องเสียงดีและนักกีตาร์ยอดฝีมือ
ทรงศักดิ์หยุดยืนและสอดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนตัดสินใจนั่งลงบนซากตู้เย็นเก่าๆ หยิบบุหรี่ชื้นๆ
ขึ้นมาคาบไว้ในปากและจุดไฟ แสงไฟวูบวาบของไฟแชคสว่างในอากาศครู่หนึ่งก่อนดับลง
ไม่ว่าเขาจะพยายามป้องไฟด้วยอุ้งมือมากแค่ไหน แต่ บุหรี่นั้นยังคงไม่ติดไฟ
“ถ้าเธอพอใจแล้วเมื่อไหร่ก็รีบกลับบ้านซะละ
ถึงน้ำตาที่เธอร้องมันจะไม่มีจริง แต่ฝนพวกนี้จะทำให้เธอเป็นสนิม” ทรงศักดิ์กล่าว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
ขอแค่วันนี้ วันเดียวเท่านั้น” มิโดริเอ่ยทั้งๆ ที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา
“ฤดูฝนผ่านไปแล้ว
เธอก็ควรจะเปิดใจรับดวงอาทิตย์ได้แล้วนะ คุณตู้กดสินค้าของเธอ ...
ก็บอกเธอแล้วนี่” ชายผมทองกล่าวก่อนพ่นควันบุหรี่ออกไปทางด้านหลัง
มิโดริที่ร้องไห้อยู่จึงพยุงตัวขึ้นมา
จ้องมองไปยังตู้กดสินค้า
ที่จู่ๆก็เริ่มสั่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก่อนบุหรี่ยี่ห้อหนึ่งจะถูกพ่นออกมาจากช่องกระจกที่ชำรุด
มันเป็นบุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสง ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ถึงครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอกับคุณตู้กดสินค้า
ในวันนั้นเธอได้รับบุหรี่ยี่ห้อตะวันฉายแสง
ไม่ใช่ยี่ห้อเมฆครึ้มฝนพรำที่เธอเคยได้มาโดยตลอด
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ขอแค่วันนี้
วันเดียวเท่านั้น...
คุณทรงศักดิ์ฉันขอเวลาอยู่กับคุณตู้กดสินค้าตามลำพังได้มั้ยคะ” มิโดริกล่าว และกำซองบุหรี่ไว้แน่น
เค้นชิปประมวลผลทั้งมวลเพื่อตีความความรู้สึกที่เธอเข้าใจว่ามันคือ “ความรัก”
ทรงศักดิ์ลุกขึ้น
โยนก้นบุหรี่เปียกชื้นลงพื้นก่อนขยี้ด้วยปลายเท้า และเดินจากไป
ทิ้งแอนดรอยสาวไว้เบื้องหลัง ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ดีเพียงพอสำหรับเขา
เสียงร้องไห้และเสียงฝนตกกระทบผิวโลหะ เป็นความรู้สึกที่สดใหม่และยอดเยี่ยม
พลันนั้นเขารู้สึกถึงสายฝนที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกสัมผัส ราวกับสายฝนในค่ำคืนนี้มิได้หลั่งลงเพื่อมวลมนุษย์อีกต่อไปหากแต่เป็นหยดน้ำมันเพื่อปลอบโยน และเฉลิมฉลองให้กับการก้าวผ่านความรู้สึกของ สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่บนผืนดิน
พลันนั้นเขารู้สึกถึงสายฝนที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกสัมผัส ราวกับสายฝนในค่ำคืนนี้มิได้หลั่งลงเพื่อมวลมนุษย์อีกต่อไปหากแต่เป็นหยดน้ำมันเพื่อปลอบโยน และเฉลิมฉลองให้กับการก้าวผ่านความรู้สึกของ สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่บนผืนดิน
No comments:
Post a Comment