Test

Thursday, May 19, 2016

Tom Stoneheart - หัวใจหิน

Tom Stoneheart
Just turn your heart into the stone and you will feel nothing, fear nothing.
That was the last time Tom ever feel, anything.

ในใจของเขายังไม่มีใคร
หากแต่มีซากศพ.


ซากศพของความรักครั้งเก่าๆ กองสุมอยู่ท่วมทั่ว ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ราวกับสุสานที่ไร้คนดูแล 
วิญญาณของซากศพเหล่านั้น หลุดลอยไปไกลแล้ว แต่ซากศพยังไม่จากไป วันดีคืนดีมันกลับลุกขึ้นมาเดินเพ่นพ่านสะเปะสะปะอย่างน่ากลัว ทุกครั้งที่พยายามเผาซากศพเหล่านั้น หัวใจบอบช้ำเจ็บปวด มอดไหม้แทบหลอมละลาย แต่ซากศพนั้นกลับทนไฟยิ่งนัก มันเพียงแค่ล้มตัวลงนอนเป็นซากศพในหัวใจไหม้เกรียม รอวันฟื้นลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ชายหนุ่มล๊อคกลอนลงแน่นหนา แม่กุญแจดอกใหญ่พร้อมปิดเส้นทางเข้า หลุบสายตาลงต่ำ
พูดจาน้อยเท่าที่จำเป็น ยิ้มแย้มพอไม่ให้เป็นคนที่น่ารังเกียจ
เขาไม่กล้าให้ใครเข้าไป และคงไม่มีใครที่อยากจะเข้ามา . . .
แต่ใช่. . . ในใจของเขายังไม่มีใคร
แต่ซากศพไวต่อแสง ไวต่อเสียง และต่อภาพที่เห็น สะพานที่เคยเดินผ่าน ร้านค้าที่เคยนั่งเคียงคู่ ร้านอาหารที่เคยบ่นและวิจารณ์ ทุกอย่างกลับปลุกซากศพขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง จุดเล็กๆหลายจุดเชื่อมต่อกัน หัวใจกับสมองสื่อสารถึงกันตลอดเวลา เขาปิดมันไม่ได้ เมื่อเหล่าซากศพลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาเลือกที่จะไม่สนใจมัน ไม่กำจัด ไม่เผา เพียงแต่ขังเอาไว้เฉยๆ ทนความเจ็บปวดให้ได้จนชาชิน เงยหน้าขึ้นสู่ยอดภูผา บากบั่นปีนสู่หนทางสำเร็จในชีวิต กับหัวใจที่สั่นสะท้าน
ซากศพกัดกินหัวใจจนเป็นแผลอักแสบ นานแล้วที่เขาไม่ได้เปิดเข้าไปในหัวใจ แม่กุญแจขึ้นสนิมถูกปลดออก เสียงร้องโหยหวนของหัวใจดังออกมาจนเขาต้องเร่งเสียงดนตรีจังหวะเร่งเร้าของนักร้องผิวสีให้ดังลั่นกลบเพื่อมิให้เพื่อนร่วมหอพักสะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัว แต่กระนั้นกลิ่นเหม็นก็ยังลอยออกไปไกล
ภายในหัวใจเปลี่ยวร้าง ไม่มีใคร ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ทุกก้าวที่ลึกเข้าไปเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ได้ คบเพลิงด้ามเล็กกระชับแน่นอยู่ในมือที่ผอมเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน ชิ้นส่วนความทรงจำแตกกระจัดกระจายกลายเป็นเศษแก้วทิ่มแทงเลือดเนื้อของหัวใจ เสียงหัวเราะร่าเริงของซากศพดังอยู่ไม่ไกล ดวงตาไร้แววริมผีปากยิ้มแย้ม ขณะกำลังควักเนื้อหัวใจใส่ปาก วิญญาณของซากศพกำลังมีความสุข ชายหนุ่มทราบดี เขาเจ็บปวดและรู้สึกเกลียดสมอง
เขาเกลียดการทำงานของสมอง ที่มักจดจำอะไรที่ไม่ควร ก่อนจะยัดมันบรรจุในหัวใจ เขารู้ดีในส่วนลึกของสมองบอกเขาไว้นานแล้วว่า ซากศพจะไม่มีวันตาย ไม่มีวันหายไป สมองยิ้มเยาะเล็กน้อยด้วยซ้ำก่อนจะตบบ่าเขาอย่างสมเพชและเดินจากไป สมองบอกอีกครั้งก่อนไปว่าช่วยอะไรไม่ได้แล้ว หัวใจอาการหนักเกินไป
หัวใจแห่งนี้เคยเป็นสวนดอกไม้งดงาม เขาใส่ปุ๋ยและรดน้ำใจลงในหัวใจจนดอกไม้นานาพรรณเติบโตงดงาม กว้างไกลสุดสายตา ธารน้ำใจไหลเอื่อย เย็นชุ่มฉ่ำพร้อมที่จะแบ่งปันแก่ใครๆโดยไม่มีวันหมด กลิ่นหอมจางๆลอยตามลม เกสรดอกไม้ปลิวในอากาศจนเสกสีสันให้อากาศดูงดงามราวสายรุ้งหลังเมฆฝน ผีเสื้อตัวใหญ่ปีกบาง บินฉวัดเฉวียนอวดโฉมให้แก่ผู้มาเยือน ผึ้งใจดีมอบน้ำผึ้งสีทองให้หมีคอยชิมและแบ่งปันจิ้งหรีดเสียงหวานที่ร้องเพลงขับขาน ซาบซึ้งไปทั่วทั้งหัวใจ เมฆขาวอวบอ้วนทยอยกันลงมาเยื่อมชมพืชพันธ์หัวใจ ในรูปแบบของเม็ดฝนบางเบา
เธอได้มาเยือนหัวใจเขา และเขาก็ได้ไปเยี่ยมเยียนหัวใจเธอ
เวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเสมอ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาไม่รู้ว่าหัวใจของใครที่ตายก่อนกัน แต่ลงท้ายที่เขาเผาทำลายหัวใจเธอ และเธอก็เผาทำลายหัวใจเขา มันยาก และซับซ้อนเกินกว่าหนังสือกลยุทธ์ใดๆทั้งในธุรกิจและการสงคราม
สมองกลับมาอีกครั้งอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะโยนเงาดำร่างหนึ่งลงมา
ร่างเงาดำค่อยๆลุกขึ้น สมองกระซิบข้างหูของเขาว่าร่างเงานั้นเป็นชาย . . . เป็นเพียงแค่เงามิใช่ซากศพ แม้มิได้รู้จักกันแต่ทันใดนั้นก็ควักเนื้อหัวใจของเขาใส่ปากอย่างเลือดเย็น
ในห้วงคำนึง ซากศพหยุดยืนตรงหน้าร่างเงานั้น ยิ้มแย้มและหัวเราะเบาๆอย่างที่เขาไม่ได้เห็นมานาน ก่อนจะกุมมือร่างเงาดำเอนกายลง ให้ร่างเงาลูบไล้ไปทั่วร่างเปื้อนเลือด เขายืนอยู่ตรงนั้น ส่งเสียงกรีดร้องในขณะที่ซากศพส่งเสียงครวญครางอย่างมีความสุข คบไฟในมือชายหนุ่มร่วงลงสู่พื้นหัวใจ เลือดที่นองพื้นลุกลามติดไฟอย่างรวดเร็วราวกับน้ำมัน เสียงครวญครางยังคงดังกระเส่าดังท่ามกลางกองเพลิง ชายหนุ่มคุกเขาลงกรีดร้องจนแทบสิ้นใจ ในขณะที่สมองออกแรงฉุดกระชากเขาให้พ้นจากกองเพลิง
 . . . .
สมองยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอแม้ว่าเขาจะเกลียดมันมากเท่าไหร่ก็ตาม
ชายหนุ่มยืนมองหัวใจที่ยังคงมอดไหม้ไม่สิ้นสุดอีกครั้งด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน มันเป็นแผลไฟไหม้ที่ไม่มีวันหาย เขาหลับตาน้ำตาไหลออกมาเป็นสายเลือด ขบฟันจนฟันคุดข้างที่ไม่ได้ผ่าส่งเสียงปริแตก
กลิ่นหัวใจไหม้ คล้ายกลิ่นหัวใจไก่เสียบ ไม้ละ 5 บาท
พลันนั้นควันไฟ ม้วนตัวรวมกันกลายเป็นร่างควันหนึ่ง เขายาวคล้ายปีศาจแพะในปรณัมของตะวันตก ถือเคียวยาวคล้ายยมฑูตและมีใบหน้าซุกซ่อนไว้ใต้หน้ากากไอซ์ คริกเกทของเฟรดดี้ แต่ช่วงล่างกลับผอมบางเพราะเป็นแค่กลุ่มควันไฟ
ไม่ทันพูดจา มันยื่นกระดาษม้วนใหญ่คล้ายสัญญาขายวิญญาณในภาพยนตร์ที่เขาเคยดู พร้อมปากกาขนนก
สมองยิ้มเล็กน้อย มันชอบใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า  
“เปลี่ยนหัวใจให้เป็นหิน แล้วเจ้าจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
สัญญาดูไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่แลกเปลี่ยนดูกำไรเกินควร
คล้ายปีศาจแพะฉุกใจนึกขึ้นได้ ทันใดนั้นมันยื่นแท๊บเล็ทอันใหญ่พร้อมโปรแกรมแสกนลายนิ้วมือถึงเบื้องหน้า
ในภาวะสับสน สมองที่ยืนอยู่ข้างๆ คิดอะไรบางอย่างได้ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูถึงเรื่องสำคัญ
“หัวใจไม่ได้มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว”
ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย หัวใจไม่ได้มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้ว
สมองจับหัวแม่มือของชายหนุ่มแนบกับไอแพดสีดำ สัญญาสำเร็จลุล่วง
สมองพยักหน้าพอใจ . . . หัวใจเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมันมานานตลอดชีวิต

. . . . .
 และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจ อันที่จริงนั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขา “รู้สึก” ใดๆก็ตาม
เขาไม่รู้ว่าปีศาจแพะทำตามสัญญาที่ให้ไว้หรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าเขาไม่มีสิ่งที่ต้องการอีกต่อไป
สมองทำหน้าที่ของมันได้ดี เขามีอาหาร มีที่กิน ที่นอน ร่างกายแข็งแรง มีภรรยาที่งดงาม ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
เขาทำงานวันละ 8 ชั่วโมง นอนวันละ 8 ชั่วโมง และทำอะไรต่อมิอะไรที่ต้องทำอีก 8 ชั่วโมง
หลายครั้งที่ผู้คนบอกกับเขาว่า “ไม่มีหัวใจ” เขาปฎิเสธ และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “หัวใจของผมเป็นหิน”
ผู้คนแปลกใจ แต่ไม่มีใครตั้งคำถาม
ผู้คนไม่สนใจ และไม่มีใครตั้งคำถาม
. . . .


No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...