เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นตั้งแต่สามเดือนก่อน . .
เมื่อฤดูหนาวแห่งเดือนมกราคมมาถึง
ต้นไม้ในโรงเรียนก็พากันผลิดอกเหลืองนวลให้ร่วงหล่น
คล้ายคำอำลาแก่นักเรียนชั้นปีสูงสุด ที่กำลังจะก้าวไปสู่อนาคตนอกรั้วโรงเรียนมัธยมปลาย
ผมไม่ใช่คนที่มีเพื่อนมากนักทั้งๆที่ผมใช้เวลาอยู่ที่
รร. แห่งนี้มาแล้วจนปีสุดท้าย
แต่ถ้าพูดถึงบรรดาสาวๆที่มักมองทอดสายตาให้มาก็นับได้ว่ามาก
และหนึ่งในจำนวนนั้นก็มี “เธอ” อยู่
เธอต่างจากผู้หญิงทั่วๆไปที่คอยเข้ามา “พยายาม”
หาเรื่องพูดคุย ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใครและเรียนอยู่ห้องไหน
แต่ผมมักจะหาเธอพบได้จากสุดขอบสายตา เธอจะอยู่ตรงนั้นเสมอ
เธอมีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายผม
แม้ผมจะไม่ค่อยสนใจเธอเท่าไหร่นักแต่น่าแปลกที่ลึกๆผมกลับรู้สึกได้
ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ขาว ผมที่ดำขลับ จังหวะการเดิน และเหนืออื่นใด
ความเย็นชาต่อสรรพสิ่ง และสังคมมัธยมปลายอันจอมปลอม
ในช่วงเดือนสุดท้ายของการสอบ
แม้ผมจะแทบไม่ได้เข้าไปที่โรงเรียน ทว่าผมกลับยังพบเธออยู่บ่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นในร้านกาแฟ ห้องสมุด หรือ ป้ายรถเมล์ เธอมักจะอยู่ตรงมุมอับสายตาของผม
แต่เป็นผมเองที่มักหันไปมอง รับรู้ได้ถึงระยะห่างที่เริ่มลดลง
เธอเริ่มใกล้ผมมากขึ้น อย่างช้าๆ เงียบเชียบ ราวกับนักล่าแห่งพงไพร ที่ซุ่มอยู่ในมุมที่มืดมิด
เฝ้ารอจังหวะที่ดีที่สุดในการตะปบเหยื่อ
ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ครอบครัวของผมได้รางวัลไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
ทิ้งผมไว้ในบ้านที่กว้างใหญ่เกินไปกับกองหนังสือสูงท่วมหัว
ในช่วงเวลานี้เองที่ระยะห่างของผมกับเธอหดสั้นลงจนเหลือเพียงเอื้อมมือ
ในคืนที่ฝนนอกฤดูพัดกระหน่ำอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นกระชากผมให้หลุดจากความฝัน ก่อนผวาขึ้นจากเตียงหนานุ่มสีหวาน
พร้อมกับหยาดเหงื่อเต็มหน้าในห้องที่แอร์เย็นฉ่ำ
ลำตัวที่ตั้งตรงขมวดเกร็ง หอบหายใจถี่
แม้จำไม่ได้ถึงฝันร้ายที่ผ่านมา แต่ความรู้สึกยังคงส่งผลให้ตัวของผมสั่นไม่หยุด
ละอองฝนที่สาดเข้ามาทางบานหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทในห้องนอน
ทำให้พื้นบริเวณนั้นเจิ่งนอง
ผมค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง
จัดวางตุ๊กตาหลากหลายแบบไว้ในที่ของมัน
สวมรองเท้าแตะฟองฟูสีขาวและเดินไปยังบานหน้าต่างนั้น
แสงจากสายฟ้าสว่างวาบขึ้นเมื่อสายตาเปะปะ กวาดออกไปนอกหน้าต่าง
เธอยืนอยู่ตรงนั้น ภายใต้ลมฝนที่พัดกระหน่ำ
นอกรั้วระเบียงบ้าน!
ผมยาวดำขลับลู่ลงมาปิดบังใบหน้า
เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน ก่อนภาพนั้นจะหายไปเมื่อเสียงฟ้าคำรามดังสนั่น
และความมืดยึดอำนาจของมันคืนอีกครั้ง
ในคืนนั้นผมนอนไม่หลับ
คำถามมากมายพรั่งพรูลงในหัวก่อนจะถูกทับถมด้วยความกลัว
กลัวในคำถามที่ไม่มีคำตอบ
เวลาเดินผ่านเชื่องช้ายิ่งนักภายในบ้านหลังหนึ่งกับคนหนึ่งคน
ผมรู้สึกว่าเธอเข้าใกล้ผมมาทุกขณะที่เข็มวินาทีขยับ
เมื่อผมกำลังดูโทรทัศน์รายการโปรด เธอกำลังทำขนมหวานอยู่ในห้องครัว
เมื่อผมกำลังเดินขึ้นบันได เธอกำลังเปิดโทรทัศน์
แต่งหน้าทาเล็บตามบิ้วตี้กูรูชื่อดังในรายการสำหรับผู้หญิง
เมื่อผมกำลังอาบน้ำ เธออยู่ในห้องนอนข้างๆ เสียงเครื่องเป่าผมกำลังทำงาน
ลิปสติกแท่งใหม่กำลังถูกเปิดออกใช้งานเป็นครั้งแรก
เธอเม้มปากเข้าด้วยกันก่อนจะเกลี่ยสีชมพูเรื่อให้เข้ากันทั่วทั้งริมฝีปากอวบอิ่ม
หยดน้ำอุ่นพร่างพรมลงบนร่างผมเนิ่นนาน
ขณะยืนรับแรงดันน้ำภายใต้ฝักบัว ผมกำลังชั่งใจที่จะออกไปเผชิญหน้ากับเธอ ซึ่งอยู่ห่างจากผมเพียงแค่ประตูกั้น
ภายในห้วงความคิดที่ขมวดเกร็ง จนแทบปริแตก พลันสายตาเหลือบมองไปยังครีมอาบน้ำยี่ห้อต่างๆ
ที่ถูกกล่าวเกินจริงถึงสรรพคุณบำรุงผิว ผมเทพวกมันออกมาจนหมด ผสมเข้าด้วยกัน
และเริ่มอาบน้ำใหม่เป็นครั้งที่ 5
เนื้อตัวของผมแดงซ่าน จากความร้อนของน้ำ ฝ้าจับขึ้นที่กระจกและไอน้ำผุดพรายขึ้นจากทุกอณูในห้องน้ำหรูหรา
ที่ปูพื้นด้วยหินอ่อน ผมหายใจเข้าอย่างอ่อนแรง ก่อนหยิบผาขนหนูสีขาวขึ้นมาทาบกับตัว เสียงเครื่องเป่าผมดับไปนานแล้ว แต่ผมกลับได้ยินเสียงตู้เสื้อผ้าในห้องเปิดเข้าออก คล้ายเธอกำลังลองเสื้อใหม่หลายๆ ตัวที่ผมยังไม่เคยใส่ เกิดเสียงหัวเราะคิกคัก อย่างพอใจเมื่อเธอหมุนตัว สำรวจร่างกายผ่านตู้กระจกเงา
ที่ปูพื้นด้วยหินอ่อน ผมหายใจเข้าอย่างอ่อนแรง ก่อนหยิบผาขนหนูสีขาวขึ้นมาทาบกับตัว เสียงเครื่องเป่าผมดับไปนานแล้ว แต่ผมกลับได้ยินเสียงตู้เสื้อผ้าในห้องเปิดเข้าออก คล้ายเธอกำลังลองเสื้อใหม่หลายๆ ตัวที่ผมยังไม่เคยใส่ เกิดเสียงหัวเราะคิกคัก อย่างพอใจเมื่อเธอหมุนตัว สำรวจร่างกายผ่านตู้กระจกเงา
ผมค่อยๆแง้มประตู เหลือบมองผ่านช่องเล็กๆ
กวาดตาไปทั่วห้อง เสียงนั้นหายไปแล้ว รวมทั้งตัวของเธอ ประตูตู้เสื้อผ้าปิดสนิท
และเครื่องเป่าผมวางอยู่ที่เดิมของมัน ราวกับไม่เคยมีใครจับต้องมาก่อน
ผมกำลังตัวสั่น อาจจะด้วยความกลัว หรือ เริ่มสัมผัสได้ถึงไอเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ถ่ายเทเข้ามาจับผิวกายและเขย่าขั้วหัวใจ
ภายในห้องที่เงียบสนิท
เสียงครางของเครื่องปรับอากาศดังทุ้มแผ่วเบากระจายในอากาศ
คล้ายเสียงคำรามในลำคอของแมวตัวใหญ่ ขณะที่ผมค่อยๆเดินออกไปยังตู้กระจก
แท่งลิปสติกสีชมพูยังวางอยู่ในที่ของมันสภาพใหม่เหมือนตอนที่เพิ่งซื้อมา
ผมเหลือบตามองขึ้นไปยังกระจก ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกโพลง
ไม่มีภาพอะไรอยู่ในกระจกนอกจาก ภาพของเธอ
No comments:
Post a Comment