เรื่องที่ 1 ในชุด ธารตะวัน ลมหนาว และดาวตก
“มันยังเด็กเกินไปลูก”
แม่ของเธอกล่าวขึ้นเสียงดุๆ วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้วจากการทำงานมาทั้งวัน
เธอยังหาเมนูอาหารที่ต้องการไม่ได้
และที่สำคัญรายการโปรดทางโทรทัศน์ของเธอก็กำลังจะมาถึงแล้วในไม่กี่ชั่วโมง
“หนูจะเอากระต่ายๆ” เด็กหญิงส่งเสียงงอแง
และลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น เธอจะร้องไห้ให้ดังที่สุด จนกว่าแม่ของเธอจะสนใจ
กระต่ายในกรงช่างดูน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตาอะไรอย่างนั้น
หลังจากที่ร้องไห้จนเสียงแหบ
แม่ของเธอไม่อยู่ที่นั่นแล้ว เด็กหญิงมองซ้ายขวาก่อนจะลุกขึ้นเดิน
เสียงเรียกหากระต่ายกลับกลายเป็นเสียงร้องไห้หาผู้เป็นแม่แทน แม่ใจแข็งกว่าพ่อมา
เธอรู้ และเธอก็ตั้งใจว่าจะโกรธแม่ไปอีกหลายวันทีเดียวเชียว
เมื่อรถยนต์ดับเครื่อง
เธอลงจากรถโดยที่ไม่ยอมช่วยคุณแม่ถือของเช่นทุกครั้ง
และโผเข้ากอดบิดาที่คอยอยู่หน้าประตูบ้านเต็มแรง เธอร้องไห้อีกครั้งกับผู้เป็นพ่อ
พ่อใจดีและรักเธอมากกว่าคุณแม่ เธอเชื่อเช่นนั้น
“หนูอยากได้กระต่าย”
ธารตะวันเล่าให้พ่อของเธอฟังในค่ำคืนที่ทั้งคู่ขึ้นมายืนดูดาวด้วยกันบนดาดฟ้า
แม้คืนนี้ไม่ค่อยมีดาวเท่าไรนักแต่ก็มีพระจันทร์กลมโต เปล่งประกายอยู่บนยอดฟ้า
“กระต่ายบนนั้นนะหรือ”
พ่อของเธอถามขึ้น และชี้นิ้วไปยังดวงจันทร์
“จริงด้วยค่ะ! มีกระต่ายอยู่บนพระจันทร์”
เธออุทานขึ้นด้วยความตื่นเต้น
เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าบนพระจันทร์จะมีกระต่ายตัวใหญ่อาศัยอยู่
“มีซิ
แถมกระต่ายบนนั้นก็เป็นกระต่ายที่สวยมากด้วย” บิดายังคงกล่าวต่อขณะอุ้มเธอขึ้นมา
“พ่อขาทำไมกระต่ายอยู่บนพระจันทร์”
ธารตะวันถาม ผู้เป็นบิดาหัวเราะเบาะๆ เขาชอบแววตาของลูกสาวในเวลานี้มาก
แววตาที่บ่งบอกถึงความพร้อมที่จะเปิดรับทุกสิ่งในโลกแห่งจินตนาการ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในแถบประเทศขั้วโลกเหนือ
ท้องทุ่งลำธารและทุกอย่างในละแวกนั้นกลายเป็นน้ำแข็ง อากาศหนาวเย็นจัดจนเสื้อกันหนาวที่ดีที่สุดในบ้านของเรายังไม่สามารถปกป้องเราได้
ณ ที่นั้นยังมีกระต่ายตัวหนึ่งเป็นกระต่ายหิมะที่งดงามมาก
มันมีใบหูที่ยาวลำตัวอวบป้อมและหางยาว
ใช่แล้วกระต่ายในเวลานั้นยังมีหางที่ยาวอยู่มากและที่สำคัญ
หางนั้นเป็นหางที่มันภูมิใจที่สุดและสวยที่สุดในทุ่งน้ำแข็งแห่งนั้น
และเพราะเหตุนี้เอง
กระต่ายจึงเป็นสัตว์ที่ชอบดูถูกสัตว์ตัวอื่นๆเสมอ
“เจ้านกหางกุด
วันนี้จะไปไหนจ้ะ” มันเอ่ยถาม
“สวัสดีกวางมูส
วันนี้เธอลืมพกหางมาหรือจ้ะ”
กระต่ายแซวกวางมูสหางกุดตัวหนึ่งที่บังเอิญเดินหลงฝูงมา
กวางมูสหนุ่มหงุดหงิดมากและพยายามวิ่งไล่ แต่อย่างไรก็ตามกระต่ายนั้นเร็วมาก จนปัญญาที่มูสหนุ่มจะตามได้ทัน
มันจึงได้แต่โมโหแล้วเดินจากไป
หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเฝ้าดูพฤติกรรมของกระต่ายอยู่นานจนในที่สุดมันก็คิดแผนแก้เผ็ดกระต่ายได้
และแกล้งเดินลอยชาย ออกมาจากที่ซ่อนตัว ตามคาดเมื่อมันเดินมาพบกระต่าย
กระต่ายก็ส่งเสียงเย้ยหยันเรื่องพวงหางของมัน
“หางของฉันสวยสู้เธอไม่ได้หรอกจ้ะ
แต่หางของฉันใช้ตกปลาได้” หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กล่าวขึ้น
“จริงหรือ”
กระต่ายพูดขึ้น
มันไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรทำนองนี้มาก่อนมันรู้เพียงแต่หมาจิ้งจอกชอบกินปลามากเท่านั้น
“จริงสิ
นี่ไงฉันกำลังจะไปตกปลาที่แม่น้ำพอดี เธอจะไปกับฉันไหมเล่า”
“แต่จะว่าไป
หางสวยๆของเธอคงตกปลาไม่ได้หรอก” หมาจิ้งจอกกล่าวพลางหัวเราะเสียดัง
กระต่ายรู้สึกว่าตัวเองเสียหน้าก็ไม่ยอม
จึงตะโกนออกไปบ้างว่าหางของมันก็สามารถตกปลาได้เช่นกัน ดังนั้นกระต่ายและหมาจิ้งจอกจึงออกเดินทางไปยังธารน้ำแข็งด้วยกัน
เมื่อมาถึงลำธาร
หมาป่าได้ทำการเจาะรูสองรูบนพื้นลำธารด้วยฟันคมกริบของมัน
และเมื่อพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างบนฟากฟ้า
หมาป่าและกระต่ายก็หย่อนพวงหางของมันลงในรูธารน้ำแข็งพร้อมกัน
แต่อันที่จริงหมาป่าไม่ได้หย่อนหางตัวเองลงไปเลยแม้แต่น้อย
มันรู้ดีว่าน้ำเย็นในฤดูหนาวเช่นนี้หนาวเย็นเสียยิ่งกว่าอะไร
มันจึงเพียงนั่งทับไปบนรูเท่านั้น
ส่วนกระต่ายนั้นจะว่าไปแล้วเป็นสัตว์หากินในเวลากลางวัน
และในค่ำคืนเช่นนี้มันแทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย
เวลาผ่านไปกระต่ายก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
มันรอแล้วรออีกว่าเมื่อไรปลาจะงับหางของตนเองเสียที
“หมาจิ้งจอก
เธอได้ปลาหรือยัง” กระต่ายส่งเสียงหนาวสั่น ถามในความมืด
เงียบกริบไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากหมาจิ้งจอก
อันที่จริง หมาจิ้งจอกกลับโพรงอันอบอุ่นไปนอนนานแล้ว
และกำลังฝันถึงเช้าอันสดใสในฤดูร้อน
เมื่อกระต่ายรู้ตัวว่าถูกหลอกมันก็ยกหางของตัวเองขึ้น
อนิจจา พวงหางอันสวยงามกลายเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว และเมื่อมันออกแรงดึง แรงขึ้น และแรงขึ้น พวงหางสวยก็ขาดลงไปในธารน้ำแข็ง มันร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดปริ่มว่าจะขาดใจ
ดวงจันทร์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
สงสารกระต่ายมาก จึงทอดตัวลงไปรับกระต่ายขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง
ปลอบประโลมและยอมให้กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามเคียงคู่กับมันไปตลอดกาลบนฟากฟ้า
“น่าเสียดายนะคะ กระต่ายเลยหางด้วน”
เด็กหญิงพูดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อเล่าจนจบ เธอมองดวงจันทร์บนฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะหันกลับไปทางบิดาอีกครั้ง
ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า “หนูอยากได้กระต่ายค่ะ”
ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า “หนูอยากได้กระต่ายค่ะ”
No comments:
Post a Comment