Test

Wednesday, July 15, 2015

กระต่ายบนดวงจันทร์


เรื่องที่ 1 ในชุด ธารตะวัน ลมหนาว และดาวตก 


“หนูจะเอากระต่ายๆ” เด็กหญิงธารตะวันฉุดเสื้อผู้เป็นมารดาไว้ขณะที่เดินผ่านตลาดสดในตัวเมืองสงขลา กรงกระต่ายสีฟ้าสดสวยบวกกับลูกกระต่ายตัวเล็กสีขาวขนปุกปุยคล้ายดึงดูดให้เธอไม่สามารถไปไหนได้ไกลกว่าการวนรอบร้านขายกระต่ายแห่งนั้น

“มันยังเด็กเกินไปลูก” แม่ของเธอกล่าวขึ้นเสียงดุๆ วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้วจากการทำงานมาทั้งวัน เธอยังหาเมนูอาหารที่ต้องการไม่ได้ และที่สำคัญรายการโปรดทางโทรทัศน์ของเธอก็กำลังจะมาถึงแล้วในไม่กี่ชั่วโมง

“หนูจะเอากระต่ายๆ” เด็กหญิงส่งเสียงงอแง และลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น เธอจะร้องไห้ให้ดังที่สุด จนกว่าแม่ของเธอจะสนใจ กระต่ายในกรงช่างดูน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตาอะไรอย่างนั้น

หลังจากที่ร้องไห้จนเสียงแหบ แม่ของเธอไม่อยู่ที่นั่นแล้ว เด็กหญิงมองซ้ายขวาก่อนจะลุกขึ้นเดิน เสียงเรียกหากระต่ายกลับกลายเป็นเสียงร้องไห้หาผู้เป็นแม่แทน แม่ใจแข็งกว่าพ่อมา เธอรู้ และเธอก็ตั้งใจว่าจะโกรธแม่ไปอีกหลายวันทีเดียวเชียว

            เมื่อรถยนต์ดับเครื่อง เธอลงจากรถโดยที่ไม่ยอมช่วยคุณแม่ถือของเช่นทุกครั้ง และโผเข้ากอดบิดาที่คอยอยู่หน้าประตูบ้านเต็มแรง เธอร้องไห้อีกครั้งกับผู้เป็นพ่อ พ่อใจดีและรักเธอมากกว่าคุณแม่ เธอเชื่อเช่นนั้น

            “หนูอยากได้กระต่าย” ธารตะวันเล่าให้พ่อของเธอฟังในค่ำคืนที่ทั้งคู่ขึ้นมายืนดูดาวด้วยกันบนดาดฟ้า แม้คืนนี้ไม่ค่อยมีดาวเท่าไรนักแต่ก็มีพระจันทร์กลมโต เปล่งประกายอยู่บนยอดฟ้า
            “กระต่ายบนนั้นนะหรือ” พ่อของเธอถามขึ้น และชี้นิ้วไปยังดวงจันทร์
            “จริงด้วยค่ะ! มีกระต่ายอยู่บนพระจันทร์” เธออุทานขึ้นด้วยความตื่นเต้น เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าบนพระจันทร์จะมีกระต่ายตัวใหญ่อาศัยอยู่
            “มีซิ แถมกระต่ายบนนั้นก็เป็นกระต่ายที่สวยมากด้วย” บิดายังคงกล่าวต่อขณะอุ้มเธอขึ้นมา
            “พ่อขาทำไมกระต่ายอยู่บนพระจันทร์” ธารตะวันถาม ผู้เป็นบิดาหัวเราะเบาะๆ เขาชอบแววตาของลูกสาวในเวลานี้มาก แววตาที่บ่งบอกถึงความพร้อมที่จะเปิดรับทุกสิ่งในโลกแห่งจินตนาการ

            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในแถบประเทศขั้วโลกเหนือ ท้องทุ่งลำธารและทุกอย่างในละแวกนั้นกลายเป็นน้ำแข็ง อากาศหนาวเย็นจัดจนเสื้อกันหนาวที่ดีที่สุดในบ้านของเรายังไม่สามารถปกป้องเราได้ ณ ที่นั้นยังมีกระต่ายตัวหนึ่งเป็นกระต่ายหิมะที่งดงามมาก มันมีใบหูที่ยาวลำตัวอวบป้อมและหางยาว ใช่แล้วกระต่ายในเวลานั้นยังมีหางที่ยาวอยู่มากและที่สำคัญ หางนั้นเป็นหางที่มันภูมิใจที่สุดและสวยที่สุดในทุ่งน้ำแข็งแห่งนั้น
            และเพราะเหตุนี้เอง กระต่ายจึงเป็นสัตว์ที่ชอบดูถูกสัตว์ตัวอื่นๆเสมอ
            “เจ้านกหางกุด วันนี้จะไปไหนจ้ะ” มันเอ่ยถาม
            “สวัสดีกวางมูส วันนี้เธอลืมพกหางมาหรือจ้ะ” กระต่ายแซวกวางมูสหางกุดตัวหนึ่งที่บังเอิญเดินหลงฝูงมา กวางมูสหนุ่มหงุดหงิดมากและพยายามวิ่งไล่ แต่อย่างไรก็ตามกระต่ายนั้นเร็วมาก จนปัญญาที่มูสหนุ่มจะตามได้ทัน มันจึงได้แต่โมโหแล้วเดินจากไป

            หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเฝ้าดูพฤติกรรมของกระต่ายอยู่นานจนในที่สุดมันก็คิดแผนแก้เผ็ดกระต่ายได้ และแกล้งเดินลอยชาย ออกมาจากที่ซ่อนตัว ตามคาดเมื่อมันเดินมาพบกระต่าย กระต่ายก็ส่งเสียงเย้ยหยันเรื่องพวงหางของมัน
            “หางของฉันสวยสู้เธอไม่ได้หรอกจ้ะ แต่หางของฉันใช้ตกปลาได้” หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กล่าวขึ้น
            “จริงหรือ” กระต่ายพูดขึ้น มันไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรทำนองนี้มาก่อนมันรู้เพียงแต่หมาจิ้งจอกชอบกินปลามากเท่านั้น
            “จริงสิ นี่ไงฉันกำลังจะไปตกปลาที่แม่น้ำพอดี เธอจะไปกับฉันไหมเล่า”
            “แต่จะว่าไป หางสวยๆของเธอคงตกปลาไม่ได้หรอก” หมาจิ้งจอกกล่าวพลางหัวเราะเสียดัง
            กระต่ายรู้สึกว่าตัวเองเสียหน้าก็ไม่ยอม จึงตะโกนออกไปบ้างว่าหางของมันก็สามารถตกปลาได้เช่นกัน ดังนั้นกระต่ายและหมาจิ้งจอกจึงออกเดินทางไปยังธารน้ำแข็งด้วยกัน

            เมื่อมาถึงลำธาร หมาป่าได้ทำการเจาะรูสองรูบนพื้นลำธารด้วยฟันคมกริบของมัน และเมื่อพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างบนฟากฟ้า หมาป่าและกระต่ายก็หย่อนพวงหางของมันลงในรูธารน้ำแข็งพร้อมกัน แต่อันที่จริงหมาป่าไม่ได้หย่อนหางตัวเองลงไปเลยแม้แต่น้อย มันรู้ดีว่าน้ำเย็นในฤดูหนาวเช่นนี้หนาวเย็นเสียยิ่งกว่าอะไร มันจึงเพียงนั่งทับไปบนรูเท่านั้น ส่วนกระต่ายนั้นจะว่าไปแล้วเป็นสัตว์หากินในเวลากลางวัน และในค่ำคืนเช่นนี้มันแทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย

            เวลาผ่านไปกระต่ายก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันรอแล้วรออีกว่าเมื่อไรปลาจะงับหางของตนเองเสียที
            “หมาจิ้งจอก เธอได้ปลาหรือยัง” กระต่ายส่งเสียงหนาวสั่น ถามในความมืด
            เงียบกริบไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากหมาจิ้งจอก
            อันที่จริง หมาจิ้งจอกกลับโพรงอันอบอุ่นไปนอนนานแล้ว และกำลังฝันถึงเช้าอันสดใสในฤดูร้อน
            เมื่อกระต่ายรู้ตัวว่าถูกหลอกมันก็ยกหางของตัวเองขึ้น อนิจจา พวงหางอันสวยงามกลายเป็นน้ำแข็งไปเสียแล้ว และเมื่อมันออกแรงดึง แรงขึ้น และแรงขึ้น พวงหางสวยก็ขาดลงไปในธารน้ำแข็ง มันร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดปริ่มว่าจะขาดใจ

 ดวงจันทร์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สงสารกระต่ายมาก จึงทอดตัวลงไปรับกระต่ายขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง ปลอบประโลมและยอมให้กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามเคียงคู่กับมันไปตลอดกาลบนฟากฟ้า

“น่าเสียดายนะคะ กระต่ายเลยหางด้วน” เด็กหญิงพูดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อเล่าจนจบ เธอมองดวงจันทร์บนฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปทางบิดาอีกครั้ง
ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า “หนูอยากได้กระต่ายค่ะ” 

No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...