เด็กๆหน้าตามอมแมมในเสื้อผ้าเก่าๆ บ้างขาด บ้างปะ และบ้างก็ไม่ได้ใส่ ต่างซ่อนตัวอยู่ตามมุมและซอกหลืบต่างๆของโกดัง คอยหาช่องส่องดูเพื่อนที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาพวกมันทีละคนๆ ด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ เกมส์ซ่อนหาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว . . . .
ในวันที่อากาศในประเทศไทยยังคงร้อนขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง เหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดขึ้นมาจนเต็มใบหน้าปนกับผงปูนขาวที่ลอยอยู่ในอากาศจนเยิ้ม เสียงวิ่งตึงตังของเด็กน้อยที่ผ่านหน้าไป ทำให้ขมับของมันขมวดเกร็งจนแทบจะปริแตกออก บนใบหน้าเหี้ยมเกรียม ผิวดำคล้ำและตาแดงก่ำ มันซ่อนตัวอยู่ในช่องแคบๆบนชั้นลอยแห่งนี้มาเป็นเวลานานหลายชั่วโมงแล้วในชุดผ้าเก่าๆที่มีคราบเลือดเกรอะกรัง . . . . มันไม่ได้กำลังเล่นซ่อนหาอยู่ หากแต่กำลังหลบซ่อนตัว!
ชีวิตของมันมาไกลเกินกว่าจะหยุดอยู่เพียงแค่นี้ ในมือข้างซ้ายกำถุงแพรใส่เพชรเม็ดเขื่อง ส่วนในมือขวามีเศษกระเบื้องแตกที่คมพอจะสามารถปลิดชีพของเด็กคนหนึ่งได้ โดยที่ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา หากว่ามัน "จำเป็น" ต้องทำจริงๆ
เพชรเม็ดนี้ ตัวมันเองและเพื่อนวางแผนขโมยมันมาอย่างยากลำบากหากเทียบกับการใช้เงินสกปรกที่ได้มาจากการโกงประชาชน เพื่อนทั้งสองของมันต่างถูกยิงตายในขณะหลบหนี เหลือเพียงแต่มันเท่านั้น เพชรเม็ดนี้จะเป็นความหวัง เป็นชีวิต แก่ครอบครัวของตัวมันและผองเพื่อน
ทันใดนั้น เสียงวิ่งของเด็กชายคนหนึ่งก็ตรงเข้ามาทางชั้นลอยของโกดัง ที่มันใช้หมอบซ่อนตัวอยู่ เสียงวิ่งนั้นช้าลงและช้าลงจนค่อยๆเปลี่ยนเป็นเดินใกล้เข้ามาทุกขณะ ชายหนุ่มใจหายวูบเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื้อของตน
"โป้ง. . . . ไอ้เมฆ"
ใกล้กันนั้น เด็กชายหน้าตาหาเรื่องคนหนึ่งเดินออกจากที่ซ่อนอย่างเซ็งๆ หน้าซึมๆกับไหล่ที่ห่อเหี่ยวทำให้เด็กชายเมฆดูตัวเล็กลงไปอีก
เมฆ คือชื่อของมันเช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ “ไอ้เมฆ” อีกต่อไป ชื่อของมันกลายเป็น “เสือเมฆ” มานานแล้วในหมู่พรรคพวก มันจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าครั้งแรกที่ถูกเรียกว่าเสือเมฆ นั้นผ่านมานานแค่ไหน แต่มันยังจำได้ดีถึงวันที่ บ้านและครอบครัวถูกเผาไล่ที่ในคืนที่ฝนตก มันเป็นการเผาไล่ที่ที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลายชีวิตสูญไปในกองเพลิง อีกหลายชีวิตก็อยากจะหายไปในกองเพลิงเช่นกันเมื่อเทียบกับภาระอันหนักอึ้งที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และในวันเกิดปีที่ 14 ในปีนั้นก็เป็นวันแรกที่มันลุกขึ้นมาจับปืน
"เล่นตำรวจจับโจรกันดีกว่า" เด็กชายเมฆกล่าว
"ข้าเป็นตำรวจเอง" เด็กชายเมฆตะโกนก้องพลางยกปืนของเล่นที่ทำด้วยไม้เล็กๆอันหนึ่งชี้ขึ้นฟ้า ประกาศศักดิ์ดาต่อเพื่อนฝูง
"มันต่างกันกับซ่อนหายังไงวะ" ไอ้แกละเพื่อนสนิทตัวสูงโย่งกล่าว
"ก็ข้ามีปืนไง" เด็กชายเมฆยิ้มปากกว้าง
"ห้ามแอบดูละก็นับให้ถึงร้อยนะโว้ย" เสียงบรรดาเพื่อนๆ ตะโกนไล่หลังดังออกไปเรื่อยๆพร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆหลายคู่
เด็กชายรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจที่หนักหน่วงขึ้น ลมหายใจที่กระชั้นถี่ เขาชอบการเป็นผู้ล่ามากกว่าผู้ถูกล่า ปืนไม้ในมือกระชับแน่น ราวกับมันจะสามารถลั่นไกปลิดชีวิตใครสักคนได้จริงๆเพียงแค่เขา เปล่งวาจาออกไป
"99 100 " เมื่อสิ้นเสียงนับสุดท้ายเด็กชายเมฆหันกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเอามือจับผมยุ่งๆทำท่าตบหมวกให้เข้าที่ทั้งๆที่ไม่มีหมวกอยู่ ใช้เข่าย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเดินช้าๆเลียนแบบดาราหนังคาวบอยชื่อดัง ผิดกันแต่เพียงในฉากหน้าของมันนั้นไม่มีทุ่งกว้างและฝูงสัตว์
* * * * * * * * * * * * *
"โป้ง ไอ้แกละ!" เด็กชายเมฆตะโกนก้อง ลั่นปืนไม้ใส่เพื่อนสนิทที่หมอบคลานอยู่หลังกล่องไม้ใหญ่
"มึงนี่เก่งจริงๆไอ้เมฆ มึงน่าไปเป็นตำรวจนะ" ไอ้แกละกล่าว ส่ายหน้าและลุกขึ้นจากหลุมที่ซ่อนตัว
เด็กชายเมฆเดินยิ้มแววตามั่นใจ ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังตัวแจ
"โป้ง ไอ้กล้วย!" เด็กชายเมฆลั่นไกปืนอีกเป็นนัดที่สองก่อนจะยกปืนไม้ขึ้นมาเป่าควันในจินตนาการที่ลอยขึ้นมาจากปลายกระบอกปืน
"โป้ง!"
. . .
. .
.
* * * * * * * * * * * *
เสือเมฆที่หมอบซ่อนตัวอยู่มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด มันนึกชื่นชมเด็กชายเมฆภายในใจ ตอนเด็กๆมันก็ใฝ่ฝันที่จะเป็นตำรวจเช่นเดียวกัน แต่เหตุการณ์ในชีวิตหลายๆอย่างมิได้เอื้ออำนวยให้เป็นเช่นนั้น เลือดที่หลั่งออกจากบาดแผลบริเวณขาที่ถูกยิงเริ่มส่งกลิ่นคลื่นเหียน สายตาของมันเริ่มพร่ามัว แต่ลมหายใจแผ่วเบาก็ยังย้ำเตือนให้รู้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่
เสือเมฆเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้ม ความมืดเป็นเพื่อนกับมันเสมอมาทั้งในจิตใจและการใช้ชีวิต เมื่อรัตติกาลมาเยือนและท้องฟ้ามืดสนิท มันจะหายตัวไปจากสถานที่แห่งนี้. . .
เมฆบนฟ้าที่กำลังก่อตัวหนักขึ้นและเตรียมพร้อมจะปลดปล่อยสายฝนลงมาดับร้อนบนโลกเบื้องล่าง ส่งเสียงคำรามเบาๆ แต่ก็ดังพอให้กลุ่มเด็กๆเริ่มรู้สึกตัว ว่าบัดนี้ถึงเวลากลับบ้าน
"ไอ้เล็กหายไปไหนวะ" เด็กชายเมฆพูดขึ้นหลังจากเดินนับหัวเพื่อนๆที่นั่งเล่นกันอยู่ ใจและปืนไม้ในมือร้อนฉ่า ราวกับได้ลั่นกระสุนออกไปจนรังเพลิงแทบจะลุกไหม้
ไอ้เล็ก เป็นน้องชายแท้ๆของมันที่เพิ่งจะอายุได้ 7 ขวบและได้รับอนุญาติให้ออกมาเล่นกับแก๊งเด็กๆแถวบ้านได้ไม่นาน เด็กชายเมฆถึงแม้จะมีอายุได้ 10 ปี แต่ก็นับเป็นผู้ปกครองให้น้องชายแล้วในสถานที่แห่งนี้
"พวกมึงกลับไปก่อนเลย ไอ้แกละฝากบอกแม่กูด้วยว่าเดี๋ยวกูเจอไอ้เล็กแล้วจะตามไป" เด็กชายเมฆสั่งเพื่อนรักก่อนจะเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อน บ่ายหน้ากลับไปยังสนามเด็กเล่นหรือโกดังร้างที่บัดนี้เมื่อทอยสายตาไปก็กลับกลายเป็นสถานที่แปลกตา มืดมิดและน่ากลัวอย่างที่มันไม่เคยคาดคิดมาก่อน
* * * * * * * * * *
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และหยาดฝนเริ่มโปรยปราย เสือเมฆก็ใช้ความมืดเป็นผ้าคลุมผืนใหญ่ปกป้องตนเองจากสายตาของผู้คน มันยังใช้เสียงฝนที่ตกลงมากระทบกับหลังคาโกดังอย่างหนักเก็บงำฝีเท้าและเสียงใดๆที่อาจเกิดจากการเคลื่อนไหว
เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลที่ฉีกขาดเจิ่งนองลงปนกับน้ำฝนที่สาดใส่ในโกดังร้าง ขณะเสือเมฆเดินทว่าแรงปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อซึ่งขับดันมันมาตลอดชีวิตแห่งการเป็นโจรก็ยังช่วยให้มันมีแรงเดินต่อ
ในขณะที่เสือเมฆกำลังลากขาที่บาดเจ็บของตนเองค่อยๆปีนลงมาจากที่หลบซ่อนตัว ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆกำลังเดินใกล้เข้ามา เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังเป็นจังหวะเนิบช้าท่ามกลางเสียงฝน
* * * * * * * * * * * *
เด็กน้อยตัวเล็กคนหนึ่งกำลังเดินอย่างตื่นกลัวเข้ามาภายในโกดัง สองตาสอดส่ายหาทางเพื่อนที่รู้จักและเหนือสิ่งอื่นใด พี่ชายคนเดียวของมัน!
เสียงฝนว่าดังแล้วทว่า เสียงหัวใจของมันกลับเต้นดังกว่า น้ำตาที่ไหลออกมาจากสองตาเริ่มเอ่อล้นจนต้องใช้มือปาดซ้ำไปมา ปากที่เหยเกเริ่มเปล่งเสียงไม่ได้ศัพท์ออกมา ถูกต้องมันกำลังร้องไห้และที่สำคัญ มันกำลังกลัว !
ในตอนนั้นเองที่ ไอ้เล็กหยิบเอาปืนไม้ที่พี่ชายให้ไว้ขึ้นมากอด พี่ชายเป็นฮีโร่ในใจของมันเสมอ และมันจะกล้าหาญขึ้นเมื่อมีอาวุธที่พี่ชายให้มา!
* * * * * * * * * * * *
เสือเมฆใจหายแวบเมื่อเงาของเด็กชายคนหนึ่งเดินตามรอยเลือดเข้ามา เด็กทั่วไปหากเห็นเลือดแล้วก็มักจะหนีไปไม่คิดชีวิต ทว่าเด็กชายคนนี้กลับเดินตามรอยเลือด! เสือเมฆคิดก่อนจะหลบเข้าข้างคอนเทนเนอร์ทรงกลมขนาดใหญ่ใกล้ๆกัน ทว่า มันไม่สามารถห้ามเลือดจากบาดแผลไม่ให้หยดลงพื้นได้
"ไอ้เล็ก แกหรือเปล่าวะ" เสียงเล็กที่ยังไม่แตกเนื้อหนุ่มของเด็กชายตะโกนเข้ามา
สมองของเสือเมฆกำลังคิดอย่างหนัก มันหันซ้ายหันขวามองหาที่หลบซ่อนตัวแห่งใหม่ แต่ยังไม่ทันที่สายตาของมันจะพบกันอะไรที่เข้าท่า เท้าที่เจ็บก็สะดุดเข้ากับท่อนเหล็กที่วางอยู่ เสียงของมันแม้ไม่ดังมาก แต่ก็ดังพอที่จะเร่งฝีเท้าของเด็กชายให้ใกล้เข้ามาได้
"บ้าฉิบ" เสือเมฆสถบก่อนจะลากเท้าหลบเข้ามุมตู้คอนเทนเนอร์ ที่พึ่งสุดท้ายเบื้องหน้า
"ไอ้เล็ก?" เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาเข้ามาพร้อมเสียง
เสียงหัวใจของเสือเมฆดังจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ในขณะที่เด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ ตั้งแต่มันเกิดมา มันเคยปล้น ฆ่ามาแล้วนับไม่ถ้วน แต่มันไม่อยากฆ่าเด็ก . . เด็กที่ใช้ปืนไม้เป็นอาวุธ!
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา
เด็กชายนั้นหันขวับมาทางมันพอดี !
"อ๊ะ!"เสียงเด็กชายส่งออกมาดังสั้นๆ
เสือเมฆเอื้อมมือออกไปคว้าคอเด็กชายเข้ามา มือหนึ่งปิดปากอีกส่วนมือข้างที่ถือเศษกระเบื้องก็ล็อคคอมันไว้แน่น
"อยู่เงียบๆ! ไม่งั้นมึงตาย!" เสือเมฆขู่
ร่างเล็กดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆนิ่งและสั่นเทาด้วยความกลัว
ร่างนั้นไม่มีแม้แต่ปืนไม้
* * * * * * * * * *
"พี่เมฆ?" ไอ้เล็กเด็กชายที่กำลังยืนร้องไห้กอดปืนไม้อยู่กลางโกดังหันขวับไปทางเสียงร้อง
"พี่เมฆ?" มันส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ปาดน้ำตาและวิ่งไปยังต้นเสียง
แต่ภาพที่ไอ้เล็กเห็นกลับไม่ใช่สิ่งที่มันคิด
ภาพของชายตัวใหญ่ที่มีเลือดเปรอะเปื้อนตามลำตัวทำให้ไอ้เล็กขี้แย ตะเบ็งคอร้องไห้ออกมาสุดเสียง
"ไอ้เวรเอ้ย" เสือเมฆสถบ และในวินาทีที่เสือเมฆขยับตัวนั่นเอง เด็กชายที่ถูกมันล๊อคคอก็กัดแขนของมันเข้าเต็มแรง!
"โอ้ย!!" เสือเมฆสะบัดแขน พริบตานั้นเศษกระเบื้องคมกริบในมือก็ตวัดออกไป!
ร่างนั้นเบิ่งตาโพลง สองมือจับกุมคอตนเองที่เลือดพุ่งทะลักก่อนจะทรุดฮวบลงไป โดยไม่ทันมีเสียงร้องใดๆเล็ดลอดออกมา
ภาพตรงหน้าทำให้ไอ้เล็กที่กำลังร้องไห้อยู่ ตะเบ็งเสียงหนักขึ้นไปอีก ขาของมันสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ถึงแม้จะมีม่านน้ำตาที่บังหน้าอยู่ มันก็ยังเห็นว่า ร่างของเด็กที่ล้มลงไม่ใช่พี่ชายของมันแต่กลับเป็น "ไอ้แกละ" เพื่อนสนิทของพี่มัน!
ร่างของเสือเมฆทรุดลง จ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา . . .
มันทำลงไปแล้ว มันฆ่าเด็ก เด็กที่ไม่มีแม้แต่ปืนไม้เป็นอาวุธ
ฝนยังคงตกมาอย่างหนักแต่ตอนนี้มันไม่รู้แล้วว่าเสียงอะไรที่ดังกว่ากัน เสียงฝนที่ยังคงรัวเร่งลงบนหลังคาสังกะสี เสียงร้องไห้ของเด็กชายตัวเล็กตรงหน้ามัน หรือ เสียงกรีดร้องของหัวใจตนเองที่กำลังสูญสิ้นความเป็นคน ใบหน้าของมันแดงก่ำ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังร่างไร้วิญญาณราวกับไม่เชื่อสายตา ก่อนจะค่อยๆหันไปยังอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ตรงหน้ามัน
เสือเมฆพาร่างเปื้อนเลือดเดินตรงมายังไอ้เล็ก บัดนี้มันไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ขาอีกต่อไป มีเพียงแผลในใจเท่านั้นที่เจ็บปวดเกินจะทานทน มันกัดฟันจนแทบจะแตก ข่มความกลัวและอารมณ์พลุ่งพล่าน . . . . มันอยากกลับบ้าน และมันจะทำทุกอย่างที่ต้องทำ . . . น้ำหนักของเพชรเม็ดใหญ่ในกระเป๋ากางเกงถ่วงให้สติของมันกลับมาอีกครั้ง
"ไอ้เล็ก!" เสียงที่คุ้นเคยทำให้ไอ้เล็กหันขวับไปทางต้นเสียง พี่ชายมันปรากฎตัวแล้ว! พร้อมกับชาวบ้านที่ตามมาหลายสิบคน เด็กชายเมฆวิ่งมาถึงตัวน้องชาย ภาพเบื้องหน้าทำให้ตัวของมันสั่นเทา . . . อย่างไรก็ตามมันกลับยกปืนไม้ขึ้นมาด้วยแขนเล็กทั้งสองที่สั่นไหวจนแทบควบคุมไม่อยู่ . . . ดวงตาปวดร้าวจ้องมองเข้าไปในดวงตาแดงฉานของฆาตกร ที่กำลังใกล้เข้ามา
"โป้ง!" เด็กชายเมฆคำรามออกมาสุดเสียง! แววตาเกรี้ยวกราด
พริบตาที่เสียงเปล่งออกมาจากปากของเด็กชาย ก็คล้ายกลับมีกระสุนพุ่งออกมาจากปืนไม้ทะลุตัดขั้วหัวใจของเสือเมฆเข้าอย่างแม่นยำ จนมันรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรง มันเซ ภาพที่เห็นเริ่มขาดหายลมหายใจขาดห้วงและค่อยๆล้มลง เสียง "โป้ง" ดังสะท้อนไปมาในหัวของมัน ก่อนที่สติจะดับวูบไป
* * * *
"เราได้วิสามัญ คนร้ายเรียบร้อยแล้วครับ" นายตำรวจหนุ่มได้เปิดแถลงข่าวถึงคดีที่ปิดลงได้ก่อนจะลุกขึ้นไปรับมอบซองใส่ "สินน้ำใจ" จากนักการเมืองชื่อดังเจ้าของเพชรเม็ดเขื่อง ที่มาพร้อมในชุดสูทแพงระยับใบหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพทุกสำนัก
No comments:
Post a Comment