Test

Thursday, March 26, 2015

3 นาที

“ 3 นาทีเท่านั้นแล้วราคาของนาฬิกาชิ้นนี้จะมากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่าครับ”


เทคนิคการขายของที่แปลกประหลาดของชายมอซอคนหนึ่งทำให้ผมต้องหยุดชะงัก

        ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้มักจะคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา เช่นกันกับสินค้าที่มีมาให้เลือกอย่างหลากหลาย ดังนั้นการทำตัวให้เป็นจุดสนใจจึงเป็นเทคนิกการขายที่ยอดเยี่ยม และผมก็ต้องยอมรับว่า ชายแก่คนนี้ทำได้ดีเลยทีเดียว เช่นกันกับการแต่งตัว ด้วยชุมคลุมยาวสีหม่นๆที่เหมือนกับพ่อมดผู้วิเศษทั้งหลายราวกับหลุดออกมาจากนวนิยายดีๆสักเรื่อง


        “1000 บาทเท่านั้นครับหากท่านซื้อมันไปในเวลานี้” ชายแก่ยังคงแกว่งไกวนาฬิกาพกในมือไม่หยุดหย่อน ดูขัดกับเคราสีขาวที่ยาวลงมาถึงทรวงอก  สายของนาฬิกาเป็นสีทองเช่นเดียวกับตัวเรือนสีทองเก่าๆ ที่ฉลุลายแปลกๆเอาไว้ผมมองไม่ถนัดนัก แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมันมากมาย ท้องฟ้าที่ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝนมาตั้งแต่เช้าทำให้ อากาศร้อนอบอ้าว ผมละความสนใจไปจากชายแก่ และล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบเงิน สำหรับค่า สตรอเบอรรี่โยเกิต ร้านตรงข้าม

ได้อะไรเย็นๆมาสักหน่อยก็คงจะดี . . .


          แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไร ชายแก่ มอซอก็สร้างความแปลกใจให้กับฝูงชนอีกครั้ง เขากล่าวโฆษณาออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศษ ภาษาฝรั่งเศษแบบที่คนที่จบจากประเทศฝรั่งเศษอย่างผมฟังรู้เรื่องและชัดถ้อยชัดคำทุกๆคำ เรียกว่าเขาพูดมันออกมาราวกับเป็นภาษาแม่เลยก็ไม่ผิดมากนัก

          ผมสบตากับเขา ไม่สิในบรรดาคนหลายสิบคนที่มุงดูเขาอยู่ ผมรู้สึกว่า เขาต่างหากที่สบตากับผม


“แล้วมันทำอะไรได้บ้างละ” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามเป็นภาษาฝรั่งเศษ สายตาปนความเย้ยหยันไปในตัว ชายคนนั้นดูมั่นใจเหลือเกินว่า ชายมอซอไม่น่าจะตอบคำถามของเขาได้

        “มันทำได้มากกว่าที่คุณคาดคิดมากมายนัก” ชายมอซอยิ้มก่อนกล่าวเสียงดังฟังชัด ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้ยินผิดไป เสียงดังชัดถ้อยชัดคำหากแต่มิได้ อธิบายความหมายของมันออกมาเลย
           “เหลืออีก 1 นาทีเท่านั้น นาฬิกาพกเรือนนี้จะเพิ่มราคาขึ้นเป็น 2000 บาท” ชายแก่คนนี้ดูมีความสามารถมากกว่าที่จะมาหลอกขาย นาฬิกาพกเก่าๆ ที่ตลาดแห่งนี้ และหากจะมองไป การแต่งกายของเขาก็มิได้ มอซออย่างที่ผมมองเห็นตอนแรก . . . มันเป็นผ้าคลุมยาวเก่าๆ คล้ายจะบอกว่ามันดูคล้ายกับพ่อมดก็คงไม่ผิดไปมากนัก

           “ผมขอดูลายของมันหน่อย” เสียงชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ คำตอบที่ได้ ทำให้ฝูงชนต้องแปลกใจอีกครั้ง

             “เสียใจด้วย หนุ่มน้อย นาฬิกาพกล้ำค่าเรือนนี้ มีไว้สำหรับคนใจกล้าเท่านั้น” ชายมอซอกล่าวยิ้มๆเป็นภาษาอังกฤษ ในมือของเขายังคงไม่คลายสายสร้อยนาฬิกา เสียงนาฬิกาพกยังคงดังติ๊ก ติ๊ก อยู่อย่างสม่ำเสมอ และอีกครั้งที่ชายมอซอมองมาทางผม ผมสำรวจตัวเองและถามคำถามง่ายๆกับตัวเอง ผมมองไปที่ผู้คนรอบข้าง มองไปที่ร้านขายสตรอเบอรี่โยเกิต ผมได้คำตอบ ผมยังไม่ถูกสะกดจิต และ ในวินาทีนั้น ผมตัดสินใจซื้อนาฬิกาเรือนนี้มาด้วยราคา 1000 บาท


              เสียงนาฬิกายังคงดังอย่างสม่ำเสมอ . . . . มันเป็นนาฬิกาที่มีปุ่มกดอยู่เพียงปุ่มเดียวไว้สำหรับตั้งเวลา สีทองฉลุลายเถาวัลย์ ไม่มีคำอธิบายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาฝรั่งเศษหรือภาษาไทย หน้าปัดหรือก็เป็นกระจกที่ไม่มีอะไรพิเศษตัวเลข 12,3,6,9 สีดำนูนขึ้นมาเล็กน้อยจากพื้นหลังสีขาวก็ไม่ได้ดูแปลกตาอะไร ผมพยามยามมองหารายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่น่าจะเป็นจุดเด่นในตัวมันแต่อย่างไรก็ไม่พบและในขณะที่ผมกำลังลงบันไดเลื่อนของรถไฟฟ้าใต้ดินกรุงเทพมหานคร ฯ สถานี จตุจักร ผมก็มั่นใจว่าผมโดนหลอกเข้าให้แล้ว


            ผมพบกับเธอในขณะที่กำลังรอรถไฟอยู่ ภาเป็นแฟนเก่าของผมในสมัยมหาลัยฯ บางครั้งโชคชะตาก็ชอบเล่นตลกกับความทรงจำ มันมักไม่ยอมให้เราลืมอะไรที่อยากจะลืมได้ง่ายๆ . . . เรายิ้มให้กันและทักทายกันตามประสาของคนที่ไม่ได้สนิทกันมากมายอะไรนัก. . . ไม่อีกต่อไป


           เหลือบมองไปยังป้ายบอกเวลาของรถไฟ อีก 3 นาที รถไฟขบวนถัดไปจะมาถึง แต่ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงเหมือนรถไฟกำลังใกล้เข้ามา เสียงของมันดังขึ้นเรื่อยๆแต่ทันใดนั้นทุกอย่างก็นิ่งสนิท. . .น่าแปลกที่ไม่มีใครขยับตัว หรือ มีทีท่ารับรู้ใดๆ ไม่มีรถไฟใดๆที่มาถึง ทุกอย่างรอบข้างนิ่งสนิท ไม่มีเสียงใดๆนอกจากเสียงจังหวะวินาทีของนาฬิกา ! ลมหายใจของผมเหมือนกับขาดห้วงไปอึดใจหนึ่ง


          ผมรู้สึกตัวจากเสียงของคนจำนวนมากที่ทยอยกันออกมาจากรถไฟที่เพิ่งมาถึงทั้ง 2 ขบวน ผมเงยหน้ามองป้ายบอกเวลา . . .เวลา 3 นาทีเมื่อสักครู่กลายเป็น 0 ! เวลาของผมหายไป 3 นาที?


         รถไฟทั้งสองขบวนจอดพร้อมกัน ผู้คนทยอยกันเดินออก วันนี้คนบางตา รถไฟสายที่ผมจะไปอยู่ทางซ้ายและภากำลังเดินไปทางขวา ผมหันซ้ายและสะดุดเข้ากับอะไรสักอย่าง เธอหัวเราะคิกคัก ผมเงยหน้ามองก่อนจะยิ้มและวิ่งตามเธอเข้าไปในรถไฟ . . .  คนละสายกับที่ผมต้องการ


       เมื่อผมวิ่งเข้าไปในรถไฟ คล้ายกับเวลาได้หยุดลงอีกครั้ง และ ทุกสิ่งหยุดนิ่งและเงียบสงัด ยกเว้น เสียงนาฬิกา


       ภายในรถไฟดูแปลกตาออกไปราวกับผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน ผมพยายามจะเอื้อมมือไปจับเสาเมื่อรถไฟโคลง ทว่ามือผมกลับผ่านเสาไปคล้ายเป็นอากาศธาตุ และสายตาผมก็พบว่ามีตัวผมอีกคนนั่งอยู่ข้างๆภา เราทั้งคู่ดูแก่ขึ้นมากรวมทั้งเครื่องแต่งกายที่ดูคล้าย "ลุง" กับ "ป้า" ที่พวกเราเคยหัวเราะใส่ เธอกล่าวทักทายกับตัวผมอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ ราวกับไม่ได้พบกันมานานแสนนาน            เราถามไถ่ถึงชีวิตของกันและกัน เธอแต่งงานแล้ว และกำลังมีลูกคนที่ 3 ส่วนผมโสด เวลาผ่านไปร่วมสิบปีนับจากที่เราเจอกันบนรถไฟใต้ดินครั้งนั้น เธอเล่าให้ฟังอย่างรื่นเริง ดูเธอจะดีใจมากที่พบผมอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นออกมาจากตัวผม ผมสังเกตเห็นผู้ชายที่น่าสมเพศคนหนึ่ง จากตัวผมที่นั่งอยู่ข้างเธอในเวลานั้นความรักที่มีต่อภาในตัวของผมยังคงไม่จากไปไหนแม้กาลเวลาผ่านไปนับสิบปี!


     ผมและภาคุยกันอยู่พักใหญ่ก่อนรถไฟจะเคลื่อนถึงสถานีถัดไป เธอเดินออกไปเช่นเดียวกันกับผม


      เวลาหยุดลงอีกครั้ง น่าแปลกที่ตัวผมย้อนกลับมายังสถานีเดิม ผมเห็นตัวผมเองยืนอยู่ตรงนั้น เวลาบนป้ายบอกเวลาเป็น 3 นาทีก่อนรถจะมา ถึงแม้ในคราวนี้ผมจะได้ยินเสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาพกเรือนเดิม หากแต่เวลาบนป้ายค่อยๆ ลดลงและทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของผมหยุดนิ่ง ถ้าผมเดาไม่ผิด ผมมีเวลาอีก 3 นาทีก่อนที่ทุกอย่างจะขยับอีกครั้ง

      ผมมองซ้ายมองขวา มันต้องเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใหญ่เกินไปจนผมมองเห็นมัน และไม่เล็กเกินไปจนทำให้ผมเหยียบผ่านมันไปเฉยๆ ด้วยความว้าวุ่นทำให้ผมไม่พบอะไรเลยที่จะเป็นวัตถุชิ้นนั้นได้ . . . เวลาบนป้ายค่อยๆถอยหลังลงจนใกล้เลข 0และเสียง ติ๊ก ติ๊ก ของนาฬิกาพกยังดังอยู่อย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่กำลังจะสิ้นหวัง ประกายตาผมวูบขึ้นวาบหนึ่ง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปคว้านาฬิกาพกสีทองมูลค่า 1000 บาทในกระเป๋ากางเกง . . . .




2 comments:

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...