Test

Wednesday, August 6, 2014

เรื่องเล่า ระหว่างทาง : Sean


    "Tom Tom where you go last night , I go JimThai* and I eat Pad-Thai " เสียงเพลงที่ดัง ควบคู่กับเสียงโลหะกระทบกัน ดังออกมาจากในครัว ของร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในย่าน มิลฟอร์ด เจ้าของเสียงเป็นชายร่างใหญ่ ผิวคล้ำนิดๆ อวบอย่างมากจนอาจเรียกได้ว่า อ้วน กำลังทำผัดไทย อย่างอารมณ์ดี เหงื่อที่ซึมออกมาตามร่างกายกับความร้อนในครัว ดูจะไม่สามารถทำอะไรกับ เชฟ ผัดไทย ที่ชื่อ Sean  (อ่านว่า Shawn , ฌอน ) คนนี้ได้

*ชื่อร้านอาหารที่ฌอนและผมทำงานอยู่ นามสมมุติ

    ฌอนเป็นชายร่างใหญ่ ตัวอ้วนกลม สัญชาติ อเมริกัน เชื่อชาติ ลาว พูดได้ สามภาษา อังกฤษ ลาว สเปนิช ( ภาษาไทย เฉพาะคำหยาบบางคำ ทีผมไปสอน และ ได้ยินจากเพลงของวงไทเทเนี่ยม ) เขามีรอยยิ้มที่สดใส ร่าเริงอารมณ์ดี และเป็นมิตรกับทุกคน

   รอยสักอาจจะเป็นสิ่งที่แย่ในสายตาของใครหลายๆคน แต่สำหรับณอน รอยสักที่มีอยู่ทั่วทั้งตัว มันเป็นทั้งสิ่งที่ฉุดเขาให้ขึ้นมาสู่ งานสุจริต สู่ การเป็นมือผัดไทย ในร้านแห่งนี้

  "เจ้าของร้านรับผมเข้าทำงานเพราะรอยสักนี่แหละ" ฌอนเล่าให้ผมฟังในช่วงบ่ายแก่ๆของวันหนึ่ง
ในขณะที่ผมกำลังง่วนอยู่กับการ พับผ้ากันเปื้อนสำหรับมื้อเย็น . . . วันนี้ไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก
"เขาว่ามันทำให้เขารู้ว่า ผมทนงานหนักได้ ทนความเจ็บปวดได้" ฌอนตอบเมื่อผมถามถึงเหตุผล

ฌอนเคยอยู่ในแก๊งอันธพาลแห่งหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่า มันสมควรเรียกว่า "อันธพาล" หรือไม่เพราะ คำว่า Gang ในภาษาอังกฤษไม่ได้แปล ตรงตัวขนาดนั้น ดังนั้นผมจึงขอ รบกวนให้คุณผู้อ่านทุกๆท่าน พิจารณากันเอาเองว่า Gang ในที่นี้ สามารถแปลได้ว่า "แก๊งอันธพาล" หรือไม่

ในแก๊งของ ฌอน เป็นแก๊งที่ถูกก่อตั้งโดย คนอเมริกันเชื้อสายลาว หรือจะพูดไปก็คือคนลาวแท้ๆแต่มาเกิดที่อเมริกา นั่นเอง โดยสมาชิก ของแก๊งนี้มีจำนวนมากกว่า สองหมื่นคน และ กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วทั้งอเมริกา ตัวเลขนี้อาจดูน้อยหากเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศอเมริกา แต่ แก๊งนี้ก็นับว่าเป็นแก๊งที่ใหญ่ที่สุดอันดับต้นๆในอเมริกาเลยทีเดียว
     โดย สิ่งที่แก๊งนี้ทำนอกจาก เดินเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แล้วก็มี อาชญกรรม เกือบทุกรูปแบบ รวมถึงแบบ ที่เป็นที่นิยมเช่น ปล้น ขโมย ยกพวกตีกัน ( ยิงกัน ) และ ขายยาเสพติด

    การเข้าแก๊งแห่งนี้ก็มิใช่ทำได้โดยง่าย ฌอนเล่าให้เราฟังว่า มันมีอยู่สามขั้นตอน ได้แก่

1. ทดสอบทางร่างกาย สู้กับคนในแก๊งแบบ 3 ต่อ 1 ต้องอยู่ในบริเวณที่กำหนดให้ ห้ามตาย ห้ามสลบ จนกว่าจะครบ 3 นาที ห้ามใช้อาวุธ

2. ทดสอบใจ จะมีคนระดับสูงในแก๊งขับรถพาผู้สมัครออกไปในที่ชุมชน เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง คนขับจะส่งปืนให้ ผู้สมัครที่นั่งอยู่ข้างๆคนขับ โดยให้มองตรงไปข้างหน้า ยื่นปืนออกไปนอกหน้าต่าง และ ยิงจนกว่าจะหมดแม๊ก ** ฌอนบอกกับเราว่า การทดสอบนี้ทำให้เขานอนไม่หลับไปเกือบ 3 อาทิตย์เลยทีเดียว

3. ขั้นสุดท้าย เป็นขั้นตอนที่ฌอนบอกว่าง่ายที่สุด นั่นคือการปล้น แอบเข้าบ้านคนตอนกลางคืน และ ขโมยเงินออกมา โดยทางแก๊งจะมีปืนให้

หากมีคนถามว่า วิธีการเข้ายากขนาดนี้ เข้าไปแล้วมันได้อะไร . . .
สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือ ปืน เงิน และ สิทธิในการขาย ยาเสพติด . . .

หลายปีที่ฌอนเข้าไปอยู่ในแก๊งและพาตัวเองไปสู่ตำแหน่ง ระดับที่ค่อนข้างสูง สิ่งที่เขาได้รับก็คือ การสูญเสียเพื่อนสนิทไป เนื่องจากเอาตัวไปรับกระสุนแทน การขายยาเสพติด การได้เงินเป็นกอบเป็นกำ การเอาปืนที่ถือว่าเป็นอาวุธสงคราม ยิงถล่มบ้านคู่อริ การต้องอยู่อย่างหวาดระแวง การย้ายบ้าน และ ติดคุก

ในปีที่ผ่านมาฌอนตัดสินใจลาออกจากแก๊ง . . .
การเข้าแก๊ง นับว่ายา่กแล้ว การออกจากแก๊งบางทีอาจจะยากกว่า

ฌอนบอกกับผมว่า การออกจากแก๊งมีสองกรณีเท่านั้น
1 . ตาย
2. เกือบตาย ( โดนรุม 5 คนเป็นเวลา 5 นาที )

โดยที่เราสามารถสังเกตได้ว่า กรณีที่ หนึ่งกับสองนั้น จะค่อนข้างอยู่ใกล้กันมากทีเดียว

เหตุผลที่ฌอนตัดสินใจ ลาออกจากแก๊ง เขาบอกกับผมว่า
เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัว และ เขารู้สึกว่าเพื่อนๆในแก๊งไม่ค่อยมีใครจริงใจกับเขา

**อย่างไรก็ตามฌอนชอบบ่นให้ผมฟังเสมอว่า ทำงานได้เงินน้อย กลับไปขายโคเคนดีกว่า : D

เรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้รับรู้มา ยังมีอีกมาก แต่อย่างไรก็ตาม ผมตัดสินใจที่จะไม่ส่งต่อ
ด้วยเหตุผลส่วนตัว

อย่างไรก็ตามบทความนี้อาจจะดูเหมือนไม่ได้มีอะไร แทบจะเป็นเพียงรายงานตามข้อเท็จจริงเท่านั้น ท่านผู้อ่านบางทีสามารถพบบทความรายงานข่าวแบบนี้ได้ตามรายการโทรทัศน์ หรือ ข่าวทั่วไป หากแต่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผมจะพบเหตุการณ์แบบนี้ด้วยตัวของผมเอง มันจึงน่าสนใจสำหรับผมมาก
( หวังว่าจะน่าสนใจสำหรับท่านผู้อ่านด้วยเช่นเดียวกัน )

ปล.เรื่องที่ผมเขียนขึ้นนี้ ถูกเขียนขึ้นจากความทรงจำ ดังนั้น ตัวเลขบางอย่างอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง ผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ขอบคุณครับ
ขอบคุณมาก ฌอน
Don't worry hum I got you!





 

No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...