หลายปีผ่านไป
ผม ปิดบริษัท
ทำงานกินเงินเดือน อยู่ในบริษัท ที่มั่นคงแห่งหนึ่ง
ชีวิต เปลี่ยนไป
ความคิด เปลี่ยนไป
ผมไม่รู้หรอกว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ดี
เพราะบางครั้ง การเดินในเส้นทางใหม่
ต้องใช้เวลา
ไม่มีใครบอกได้ว่า ก้าวแรกในเส้นทางใหม่
จะทำให้ชีวิตดีขึ้น
เพื่อนๆ แยกย้าย
แต่ก็ยังติดต่อกันมาเสมอ
ริมน้ำ กลายเป็นนักเขียนชื่อดัง ผมไม่ได้เจอเธอบ่อยนัก
เธอออกเดินทาง ชีวิตของเธอคือการเดินทาง
หลายครั้งที่ผมถามถึงเหตุผล
เธอบอกเพียงสั้นๆว่า
เธอยังหา 'บ้าน' ไม่เจอ
ผมกลับมามองดูตัวเอง
ในคืนที่มืดมิด ผมเดินกลับ 'บ้าน'
'บ้าน' ที่แปลสั้นๆ ว่าที่นอน ที่ๆมีไว้เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาหนึ่ง
ที่เรียกว่า กลางคืน
ไฟในบ้านสว่าง
เขายังมีครอบครัวอยู่
อย่างน้อยก็ยังมีใครที่ รอเขากลับบ้าน
คนที่เขาต้องดูแล
มันเป็นเหตุผลที่ต้องมีชีวิตอยู่
. . . . หรือไม่ก็เป็น หลักฐานว่า เขายังมีชีวิตอยู่ . . .
แต่วันนี้ต่างออกไป
เขาพบพิมพ์ฟ้าที่บ้าน
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น . . .
ที่ประจำของเธอ . . .
เราคุยกัน
ดูเหมือนเราจะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้
เธอพูดถึงชีวิตของเธอในต่างแดน
ผมพูดถึงชีวิตของผม
ถึงแม้มันจะไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงมากก็ตาม
เธอมาทำงาน และจะกลับไปอีกไม่นาน . . .
และในวันนี้เธอมีเรื่องสำคัญจะคุยกับผม . . .
เธอบอกกับผมว่า
เธอรักผมมากแค่ไหน
ใช่ถึงแม้มันจะเป็น สิ่งที่เธอวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น
หากแต่ เมื่อเวลาผ่านไป การแสดงที่แนบเนียน
ได้เปลี่ยนเป็นความจริง
เธอซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างของผมไว้
ความอ่อนโยน
ความรัก
ผมหลับตา
ผมจะไม่ร้องไห้อีกต่อไป
ชีวิตที่ผ่านมา ผมอยู่ได้
และ มีความสุข
. . . พอสมควร . . .
ผมจะไม่กลับไปอีก มันเป็นการเดิมพันที่อันตรายถึงชีวิต
ผมเหมือนกับคนที่ถูกมีดปักไว้ที่หน้าอก
ห่างจากหัวใจ ไม่มากเท่าไหร่
ผมอาจจะสามารถถูกมีดเล่มอื่นปักซ้ำได้
แต่ต้องไม่ใช่เล่มเดิม
. . ผมยิ้มให้เธอ . .
กล่าวปฏิเสธไป อย่างนุ่มนวล
เธอยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดที่ผมเคยเห็น
แต่ ผมคงไม่เปลี่ยนใจ
ก่อนจากไปเธอบอกกับผมสั้นๆว่า
พิมพ์ฝนหายดี แล้ว และ มีรักใหม่กับหมอหนุ่ม อ้วนๆคนหนึ่ง
ผมเดาว่าเธอคงหมายถึงเตียงพัง
. . .
. .
ก็ดี
.
เพื่อนทุกคนบอกกับผมว่า
ผมตัดสินใจถูกแล้วที่ไม่กลับไป
. . .
ผมก็ว่าอย่างนั้น . . . ยกเว้นริมน้ำ ผมติดต่อเธอไม่ได้ . . .
เธออาจกำลังสู้กับงูอนาคอนด้า อยู่ซักที่ในแอฟริกา . .
ในวันสุดท้าย ก่อนที่พิมพ์ฟ้าจะบินไปต่างประเทศอีกครั้ง
ผมได้พัสดุกล่องหนึ่ง
ขนาดเล็ก สถาพกล่องยับเยิน
จ่าหน้าซองมาจาก ประเทศ แอฟริกาใต้
และลงชื่อว่ามาจากริมน้ำ
" รีบไป ไว้ขอบคุณวันหลัง " ประโยคสั้นๆ ที่แนบมากับหมึกเลือน จนแทบอ่านไม่ออก
ในกล่องเยินๆนั้น มีกล่องเล็กๆอยู่ . . .
ในกล่องเล็กๆนั้น มีแหวนอยู่ . . .
แหวนของเขา แหวนที่พวกเขาไปซื้อด้วยกัน . . .
แหวนที่เขาคิดว่าจะไม่ได้เห็นมันอีก หลังจากที่ขว้างทิ้งไป ในวันนั้น . . .
ผมถือแหวนไว้ในมือ วิ่งไป
. . . .
. . .
มันเป็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุด
และเป็นใบหน้าที่มีความสุขที่สุด ในหลายปีที่ผ่านมา
ของเขา . . .
ริมน้ำยิ้มที่มุมปากเล็กๆ
ก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาในบ้าน . . .
ลักยิ้มไม่เห็นเธอ . . .
เขาคงไม่เห็นอะไรไปมากกว่า พิมพ์ฟ้า . . และ แหวนวงนั้น
. . .
. .
เธอปลดกระเป๋าสัมภาระออก
ค่อยๆหยิบจดหมายที่ไม่ได้ส่งออกมา . . .
นอนแผ่หรา อย่างหมดแรง
หยิบจดหมายขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนจะฉีกมัน . . .
เงยหน้ามองฟ้า . . .
. . . เพราะใครสักคนเคยบอกเธอไว้ว่า เงยหน้ามองฟ้า แล้ว น้ำตาจะไม่ไหล . . .
Test
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด
จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้ 1. งานไม่ผ่านโปร ไ...
-
คุณเศร้ามั้ย? ถ้าคุณเศร้า เราน่าจะเข้ากันได้นะ ผีย่อมเห็นผี คนเศร้ามักจะดึงดูดคนเศร้าได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องบอกผมก็ได้ว่าคุณเศร้าด้ว...
-
เขียนนวนิยายเรื่องแรกจบแล้วเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ (พร้อมกับราคา krypto ตกไปเกือบ 10%) ถึงจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่ก็จบแล้ว ทำให้รู...
No comments:
Post a Comment