. . . . ในค่ำคืนที่อากาศเย็นสดชื่นคืนหนึ่ง มันเป็นอากาศที่ดีที่สุดในรอบปี ไม่หนาวจนเกินไปและไม่ร้อนจนเกินไป ใช่ มันเป็นช่วงที่ฤดูหนาวกำลังจะหมดและ ฤดูฝน กำลังจะเข้ามา . . .
ค่ำคืนมืดสนิท และ ถึงจะ ไม่มีแสงดาว แต่ยังมีแสงจันทร์นวล กับแสงสว่างจากเสาไฟ ส่องให้เห็นเป็นเงาลางๆของ ชายหนุ่มคนหนึ่ง . . .กำลังเดินเข้ามาตามทางที่ปูด้วยหินอ่อน ในสวนสาธารณะแห่งนี้ . . . สวนสาธารณะ ประจำเมือง บอสตัน เมืองในรัฐ แมทซาซูเสท ประเทศ สหรัฐอเมริกา
สวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ในช่วงเวลากลางวันจะมีผู้คนมากมายผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย ทั่ง "มั่งมี" และ "ไม่มี" นับเป็นจุดท่องเที่ยวจุดหนึ่งที่น่าสนใจในทุกๆคู่มือการท่องเที่ยว และเว็บไซต์ต่างๆ
เมื่อเดินลึกเข้าไป . . . ภายในจะมีดอกไม้ต่างๆที่เริ่มบานรับฤดูฝน. . . ดอกไม้ ต้นไม้ ที่นี่จะผลิดอกก่อนจึงจะออกใบ . . .
เมื่อเดินลึกเข้าไป จะเจอสะพาน และ สระน้ำ ขนาดกลาง ที่มีเรือให้พายได้หรือจะแค่ดู . . ก็ย่อมได้
และเมื่อเดินให้ลึกเข้าไปอีก จนถึงจุดที่เราเริ่มจะกลัวความมืดและอันตรายถ้าหากยังคงจะพอมีอยู่บ้างภายในสวนที่เงียบสงบแห่งนี้เราจะเจอ . . . .
ม้าหมุน . . .
เป็นม้าหมุนจริงๆ ที่ประกอบด้วย ม้าทำจากวัสดุ คุณภาพดี เล่นแล้ว ไม่เกิดอันตราย ถ้าหากไม่เอาหน้าเข้าไปกระแทกมันแรงๆ หรือ กระโดดเอาหน้าลงฟาดกับพื้น . . .
มันเป็นม้าหมุนที่นิ่งสนิท และ ดูแปลกที่ แปลกตา ราวกับว่า สวนสนุก และเครื่องเล่นอื่นๆได้จงใจลืมมันเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ . . . มันไม่มีแม้กระทั่งสายไฟ เชื่อมไปยังที่ใดๆ เหมือนกับเครื่องเล่นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วไป
ชายหนุ่มมองมันและเดินเข้าไปใกล้ขึ้น เขามองมัน และ ตัดสินใจเดินไปที่ประตู ประตูดูเหมือนล๊อคอยู่ . . . ทว่าเมื่อเขาเอื้อมมือไปแตะ มันก็เปิดออกอย่างไม่ยากเย็น . . .
ประตูไม่ได้ล๊อค . . .
สภาพทุกอย่างดูใหม่ลวดลายและสีสันยังคงสามารถมองเห็นได้ในยามค่ำคืนทุกอย่างเชิญชวนให้เขาก้าวเขาไปข้างใน มันอาจจะเป็นการบุกรุก . . แต่ในเมื่อประตูไม่ได้ล๊อค มันจะเป็นการบุกรุกไปได้อย่างไร
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก้าวเข้าไป ยังทางเดินสู่ม้าหมุน . . .
ทันใดนั้นแสงสว่างก็สว่างจ้าขึ้น!
ชายหนุ่มผงะ ชั่วขณะ
หลอดไฟทุกดวง แสงสีสัน สว่างจ้าขึ้นในยามค่ำคืน ม้าหมุนทุกตัว ตกแต่งประดับประดาด้วยอัญมณีปลอมหลากหลายสีสัน บ้างสี่เหลี่ยมจตุรัส บ้างเป็นสีเหลี่ยมคางหมู บ้างสามเหลี่ยม . . .สะท้อนแสงแวววับ ม้าทุกตัวสวยงามราวกับมีชีวิต ทุกอย่างสะอาดตา
เขามองซ้ายขวา และ เมื่อมั่นใจแล้ว ว่าไม่มีสายตาคู่ใดจับจ้องอยู่ . . .
ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าไปยังบริเวณ ม้าหมุนอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นแผ่นเหล็กกลมที่อยู่บนพื้น ก็เริ่มหมุน . . .
เขาเริ่มตกใจ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ม้าหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ . . . จนเขาต้องเอื้อมมือไปจับม้าตัวหนึ่งที่ใกล้ตัว เพื่อยึดไว้ไม่ให้ล้ม
แต่ทันใดนั้น พื้นที่ที่เขายืนอยู่ก็ค่อยๆหายไป . . .
และด้วยความตกใจชายหนุ่มจึงตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนม้า
ม้าหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนเขาไม่สามารถ แยกแยะ สิ่งที่เห็นภายนอกรอบม้าหมุนได้อีกต่อไป
ก่อนที่เขาจะหมดสติไป สิ่งที่เขามองเห็นก็คือ ภาพภายนอกของสวนสาธารณะ คนกำลังเดินถอยหลัง และ เวลาที่กำลังถูกอะไรบางอย่างดูดกลับ . . .
. . .
. .
"Its didn't lock " เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น ก่อนจะพลักประตู ทางเข้าม้าหมุนออกช้าๆ เขารู้สึกตัวและ ค่อยๆลืมตาปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"Anyway I jumped in " ผมเห็นตนเองกล่าวตอบ
รอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้น บนใบหน้าของทั้งผมและเธอ
ม้าหมุนเป็นของเล่นที่น่าสนใจ . . . มันอาจจะไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นมากนัก
แต่มันจะหมุนกลับมาที่เดิมเสมอ . . . และหมุนไปจนกว่าเราจะพอใจ
ม้าหมุนที่ดีจะไม่หลุดออกมาจาก ฐานของมัน
ผมเพิ่งรู้จักเธอได้ไม่นาน . . . คำว่าไม่นานของผมในครั้งนี้หมายถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อน
หลังจากเดินเตร็ดแตร่ออกมาจาก พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ บอสตั้น หรือชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า
Museum of Fine Arts , Boston (MFA)
ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนดี จึงเดินเล่นในเมืองเรื่อยๆ จนมาพบกับเธอ . . ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาดูออกว่าเป็นคนเอเชีย เธอกำลังกางแผนที่ . . . แผนที่และสายตาที่มองอย่างไม่แน่ใจนัก เป็นสิ่งที่ค่อนข้างบ่งบอกว่า เธอเป็นนักท่องเที่ยว . .
หลังจากเดินตามหลังมาสักพัก เพื่อรวบรวมความกล้า ผมเข้าไปถามเธอ เราคุยกันและตัดสินใจเดินเที่ยวด้วยกันในที่สุด ถึงแม้มันจะยาวนานแค่ ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม
เธอเป็นคนเกาหลี (แต่ไม่ได้ศัลยกรรม) เธอรู้จัก ประเทศไทยผ่าน นิชคุณ
เธอรู้จักคำว่า สวัสดี และ ขอบคุณ
ผมรู้จักประเทศเกาหลีจากเพื่อนและจากซีรีย์ประโยคที่เพื่อนๆพูดเล่นกันและพยายามทำท่าให้เหมือนโดยไม่รู้ความหมายถูกนำมาลองใช้งานจริง ได้ผล
ฮัมซานิดาแปลว่า ขอโทษ
และอันยองอาเซโยแปลว่า สวัสดี
เราสองคนพูดภาษาอังกฤษกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างชมซึ่งกันและกัน แต่เราก็ได้ข้อสรุปเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เราทั้งสองคนอาจจะเก่งทั้งคู่ รึ อาจจะ ไม่ได้เรื่องทั้งคู่ก็ได้ เพราะเราพูดกันรู้เรื่อง
เราเดินเล่นกันตามแต่ใครจะเห็นอะไรเวลาผ่านไปรวดเร็วพวกเราคุยกันทั้งเรื่องมีสาระอย่างการงาน การเรียน และ ทั้งเรื่องไม่มี สาระ อย่าง สัตว์ตัวไหนร้องยังไง . .
สัตว์มันก็ร้องเหมือนกัน ทุกๆที่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ยินมันว่าอย่างไร . . . มันขึ้นอยู่กับการตีความ
เช่นกันกับทุกๆสิ่งในโลกนี้ มันขึ้น อยู่กับการตีความ ของเราเอง หรือ จะของใครก็ ตาม
เราติดฝนในโบสถ์ที่ปิด . . .
เราคุยกัน ถ่ายรูปกัน และเล่นน้ำฝนด้วยกัน
เธอเดินทางคนเดียวในอเมริกามาเกือบสิบเดือนแล้ว . . .
ส่วนผมไม่ถึงสองเดือนและมี M&M เป็นเพื่อนเสมอ . . .
เมื่อถึงเวลา ผมเดินไปส่งเธอที่โรงแรมเรากล่าวคำอำลากัน
เป็นภาษาอังกฤษ
มันไม่ใช่ทั้งภาษาของเธอและภาษาของผม . . . แต่เราก็ใช้มันเพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเข้าใจผม และ ผมเข้าใจเธอ
"Its a good day"
"Indeed its a very good day"
สถานีรถไฟ South station อยู่ใกล้ๆ รถไฟรอบสุดท้ายกำลังจะออกในไม่ช้า . . .
แต่บางอย่างก็บอกผมให้เดินกลับไปยังม้าหมุนอีกครั้ง . . .
ผมไม่เข้าใจแต่บางครั้งเราก็ต้องเลือกที่จะเดินต่อหรือย้อนกลับไป
อนาคตของบางคนอยู่ข้างหน้าแต่บางครั้งอนาคตของคนบางคนก็อยู่ข้างหลัง
อยู่ในอดีต . . .
. . . .
. .
ภาพขาวโพลนในขณะที่ความคิดของผมย้อนกลับมา
ในวันนั้นหลังจากที่เราแยกจากกันผมยังคงติดต่อเธอ . . .
ผมกลับมาไทยและเธออยู่ที่เกาหลี
ผมจะไม่เล่าว่าเพื่อนพูดอย่างไรเมื่อผมจีบสาวเกาหลี . . .
ใช่ ผมก็ยังคงติดต่อเธอเรื่อยมา
ปีถัดมา
สองปีถัดมา
สี่ปีถัดมาเราแต่งงานกันเธอสวมชุดขาวผมสวมชุดดำ ในโบสถ์ ที่บอสตั้น ที่ที่เรานั่งติดฝนด้วยกัน
( ทั้งที่จริงๆในวันนั้น ฝนก็ไม่ได้ตกหนักขนาดนั้น . . . )
แปดปีถัดมา
และ 40 ปีผ่านไป . . . ที่เราใช้ชีวิตร่วมกันผมและเธอเรามีชีวิตที่ดี เรามีรอยยิ้มและน้ำตา เราไปเที่ยวด้วยกัน เราทะเลาะกัน เรามีลูกๆและครอบครัวของเรา . . .
เรามีชีวิตที่ดีด้วยกัน
จนวันสุดท้าย
. . .
. .
.
ผมไม่รู้เลยว่าผมย้อนกลับมายังเส้นทางสายนี้กี่ครั้งและมันเป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว . . . ที่ผมจากเธอมา นานแค่ไหนแล้วที่ผมจากเธอมาตลอดกาล . . .
ในครั้งนี้ผมตัดสินใจไม่เดินย้อนกลับไปอีก . . .
ผมกำตั๋วในมือไว้แน่น . . . ผมคงต้องเดินทางไกล อีกครั้ง . . . ผมบ่ายหน้าไปยังสถานีรถไฟ . .
. . .
น้ำตาของผมไหลรินลงมาอาบแก้มเมื่อมือผมสัมผัสมือที่คุ้นเคย . . .
คราวนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวอีกต่อไป . . .
. . . และ เราจะขึ้นรถไฟสายนี้ไปด้วยกัน . . .
. . .
. .
"Its didn't lock"
"Anyway , I jumped in"
"Its a good day"
"Indeed , Its a very good day"
. . .
. .
Credits
Boston public park
Boston south station
Museum of Fine Arts Boston
Me
Minnie
Memorial day
Trinity church
and The marble seat with 'this' labeled
" Love is The partner of the Journey of a life .
If my love could hold you back from death you 'll stay with me forever . "
From Jim to Jane who always sit beside her
I was here!
ReplyDelete: ) If so I just send a message to you
Delete