"อเมริเกร็ง" ตามที่ชายแก่คนหนึ่ง ที่กำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่างอยุ่กล่าวกับเขา ก่อนที่จะได้รับคำอธิบายเพิ่มเติมว่า ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนที่ค่อนข้างน่ากลัว ผู้คนถูกสิ่งที่เรียกกันว่า "กรดหมาย" ควบคุมแและครอบงำ และทำให้เชื่อว่าเขาจะปลอดภัยภายใต้สิ่งเหล่านั้น ดังนั้นทุกคนจึงทำตัวเหมือนๆกันคล้ายๆกัน เมื่อกล่าวจบชายแก่ก้กระหืดกระหอบวิ่งจากไป
ชายหนุ่มเดินทางรอนแรมต่อไปเรื่อยๆ เขา ขี่ม้า ต่อรถไฟ ลงเรือ และ บอลลูนไฟ เขาพบเจอสถานที่
แปลกใหม่ ทิวทัศน์ที่ต่างๆกันออกไป เช่นภูเขาน้ำแข็ง ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทะเลสาบกว้างกว่าไกลสุดตา และ เส้นบางๆแต่ทว่าไม่มีวันขาด ที่เรียกว่าเส้นขอบฟ้า กั้นอยุ่ระหว่างภูเขาหิมะสีขาวอมชมพูและทะเลสีคราม . . .
เขาเดินทางต่อไปจนพบกับเมืองที่มีแสงสว่างส่องออกมาตลอดเวลาราวกับว่ากลางคืนนั้นไม่มีอยู่จริง เสียงดนตรีและแสงไฟ นำเขาไปพบกับ คนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งแต่งตัวแตกต่างอย่างยิ่งกับคนที่เขาเคยพบเห็น พวกเขาเต้น และดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาเรียกที่แห่งนี้ว่า "อเมริมันกันส์"
เวลาผ่านไปหลายวันชายหนุ่มก็สังเกตได้ว่าถึงคนเหล่านี้จะมีตาเป็นประกาย แต่แววตาของพวกเขากลับว่างเปล่า . . . ชายหนุ่มคิดได้ดังนั้นก็จากมา . . . ที่นี่ยังไม่ใช่สถานที่ที่เขาต้องการ
แต่ทว่าเขายังกลับไม่ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กระเป๋าของเขาพองโตเต็มไปด้วยความทรงจำและประสบการณ์แต่มันก็เบาลง เบาเกินกว่าที่จะกลับบ้านได้ . . .
หลังจากเข้าทำงานในร้านอาหารกับเพื่อนคนดังกล่าว ได้ หนึ่งอาทิตย์ เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งจาก Bust ( เด็กเก็บโต๊ะ ) ไปเป็น Wait ( บริกร ) พร้อมกับได้รับ ถาดวิเศษประจำตำแหน่ง . . .
ถาดวิเศษนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะบ่งบอกทักษะและประสบการณ์ของ บัส และ เว็ท คนนั้นๆ เว็ทที่ทักษะสูงจะสามารถทำอะไรบางอย่างที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ด้วยถาดวิเศษของตนเอง เคยมีคนกล่าวถึง สตีฟ* เว็ทในตำนานที่ใช้ถาดวิเศษต่อสู้กับโจรที่ปล้นร้านอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถจับโจรได้ในที่สุด แต่สิ่งที่เว็ทเกือบทุกคนกลัวมากที่สุดกลับไม่ใช่โจรหรือลูกค้าที่เมา . . . สิ่งที่เว็ททุกคนกลัวมากที่สุดกลับเป็นลูกค้าชนิดหนึ่งที่ถูกเรียกว่า "อาบัง"
"อาบัง" ส่วนใหญ่แฝงตัวมาในรูปของแขกผิวดำ มีลักษณะที่เหมือนกันคือ
1.เรื่องมาก จู้จี้ ช่างสังเกต คนเหล่านี้จะไวต่อสิ่งผิดปกติทุกอย่างในทางลบ ( เส้นผมบนเก้าอี้ ต้องการอาหารทุกอย่างมีรสชาติ แต่ห้ามใส่ น้ำปลา และเครื่องปรุงใดๆ )
2. โวยวายเสียงดัง และกินอาหารมูมมาม สามารถทำอาหารทุกอย่างหกได้ โดยไม่มีข้อยกเว้น
3. ข้อนี้สำคัญที่สุด อาบังจะมีทักษะที่เรียกว่า "ตีหัว" เป็นทักษะที่ไม่สนใจโลกหรืออะไรใดๆ . . ตามมารยาทแล้ว ถ้าหากไม่มีอะไรผิดปกติ หรืออะไรร้ายแรง คนทั่วไปจะให้ทิปประมาณ 15% ของราคาอาหาร (เป็นธรรมเนียมของคนประเทศนี้) แต่มนุษย์ อาบังจะให้ น้อยจนถึงไม่ให้เลย
จากที่กล่าวไปแล้วข้างต้นถึง "ถาดวิเศษ" จะทำให้ทราบว่า ถาดวิเศษใช้สำหรับทุกอย่าง ทั้งเสริฟอาหาร เก็บจาน เก็บเศษอาหาร ดังนั้นในวันที่ยุ่งๆ ถาดจะสกปรกมาก จึงมีกฏเหล็กข้อหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมา
แต่ความคิดนั้นก้เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อ "อาบัง" สองคนยังไม่ลุกไปไหน และไม่เรียกบิล . . . พวกเขานั่งคุยกันอย่างออกรส . . เมื่อเวลา สี่ทุ่ม ครึ่ง ชายหนุ่มก้ทนไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าที่ยิ้มแย้มถูกปั้นมาอย่างดีก่อนจะเดินเข้าไปทำทีสอบถามความเรียบร้อย . . . สิ่งที่ได้กลับมาคือ ออเดอร์ ของหวาน!!
นั่งอยู่ตั้งนานไม่สั่ง . . .
เขาหายเข้าไปพักใหญ่ก่อนจะ กลับออกมาพร้อมกับถาดวิเศษ เต็มไปด้วย ของหวาน ทุกอย่างเรียบร้อย สวยงามและฉับไว
เมื่อเวลาห้าทุ่ม เว็ทประสบการณ์สูงคนหนึ่ง ก็เดินออกไปวางบิลแก่อาบังสองคนนั้น . . .
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ ถาดวิเศษ!! ถูกนำไปรอง จานขนมหวานสวยหรู ตรงหน้าอาบัง!!
หลังจากวันนั้นทุกคนเก็บเรื่องนี้ไปเล่าสู่กันฟังอย่างสนุกปาก และคำถามที่ทุกคนสงสัยก้ยังถูกคาดเดากันไปต่างๆนาๆ
"อาบังทนกินทั้งอย่างนั้นเข้าไปได้ยังไง"
บ้างก็ว่าเพื่อจะหาเรื่องให้ทิปน้อยๆ บ้างก็บอกว่ามันโง่ บ้างก็บอกว่าไม่มีสุนทรีย์คงกินน้ำตาลแทนน้ำปลา( อาบังส่วนใหญ่กินน้ำปลาไม่ได้ )
ในค่ำคืนนั้น ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่ยิ้มเล็กๆที่มุมปากก่อนจะนำถาดวิเศษเข้าไปเก็บที่เดิม . . .
*สตีฟ เป็นนามสมมุติ
** ด้วยความเคารพ ลูกค้าแขกผิวสีที่ประพฤติตัวดี สุภาพก้ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในสังคม
ถาดวิเศษ จะต้อง ล่องหนได้ และ ไม่ปรากฎแก่สายตาของลูกค้า มันจะต้องไม่เป็นที่สนใจ ใดๆ โดยเว็ทจะต้องใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าไปทางอื่น (เช่นหน้าตาและคารม)
ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง ชายหนุ่มนั่งมองนาฬิกา มันเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว ร้านกำลังจะปิด
. . . หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน . . . ทันใดนั้นแขกผิวดำสองคนก้เดินเข้ามา เขาหายใจเข้าหนึ่งทีก่อนจะยิ้มและเดินไปต้อนรับ . . . พยายามสลัดคำว่า "อาบัง" ออกไปจากหัว อย่างน้อยชายสองคนนี้ก้แต่งตัวดี . . .
หลังจากนำรายการอาหารไปส่งให้พ่อครัวแล้วเหล่าเว็ททั้งหลายก็ มารวมตัวกันนินทาอาบังกันอย่างออกรส . . . ถ้าหากเป็นเว็ทที่ทำมานาน เกือบทุกคนจะมีทัศนะคติที่ไม่ดีกับคนแขก ผิวดำ . . . แต่สำหรับชายหนุ่ม เขารู้สึกเฉยๆ และขอบคุณด้วยซ้ำ ที่จะมีอะไรมาให้คุยเล่นขำๆ แก้เซ็งเวลาเบื่อ . .
. . . หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน . . . ทันใดนั้นแขกผิวดำสองคนก้เดินเข้ามา เขาหายใจเข้าหนึ่งทีก่อนจะยิ้มและเดินไปต้อนรับ . . . พยายามสลัดคำว่า "อาบัง" ออกไปจากหัว อย่างน้อยชายสองคนนี้ก้แต่งตัวดี . . .
แต่ความคิดนั้นก้เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อ "อาบัง" สองคนยังไม่ลุกไปไหน และไม่เรียกบิล . . . พวกเขานั่งคุยกันอย่างออกรส . . เมื่อเวลา สี่ทุ่ม ครึ่ง ชายหนุ่มก้ทนไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าที่ยิ้มแย้มถูกปั้นมาอย่างดีก่อนจะเดินเข้าไปทำทีสอบถามความเรียบร้อย . . . สิ่งที่ได้กลับมาคือ ออเดอร์ ของหวาน!!
นั่งอยู่ตั้งนานไม่สั่ง . . .
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ ถาดวิเศษ!! ถูกนำไปรอง จานขนมหวานสวยหรู ตรงหน้าอาบัง!!
. . . . ถาดนั้นไม่ได้ถูกวางบนเคาเตอร์ ! . . . ถาดนั้นไม่ได้ถูกสังเกต และเป็นจุดสนใจ แต่. . . ถาดนั้นวางอยู่ตรงหน้าลูกค้า!! ( ถึงจะเป็นอาบังก้เถอะ )
และดูเหมือนอาบังทั้งสองจะเพิ่งรู้ตัวตอนที่ถูกทัก !! ยังดีที่ในวันนั้นทุกคนเห็นเป็นเรื่องตลก . . จึงไม่มีใครถือสาหาความอะไร . . .
อาบังจากไปแล้ว และให้ทิป 8% ต่ำกว่าปกติ แต่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับอาบัง . . .
อาบังจากไปแล้ว และให้ทิป 8% ต่ำกว่าปกติ แต่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับอาบัง . . .
หลังจากวันนั้นทุกคนเก็บเรื่องนี้ไปเล่าสู่กันฟังอย่างสนุกปาก และคำถามที่ทุกคนสงสัยก้ยังถูกคาดเดากันไปต่างๆนาๆ
"อาบังทนกินทั้งอย่างนั้นเข้าไปได้ยังไง"
บ้างก็ว่าเพื่อจะหาเรื่องให้ทิปน้อยๆ บ้างก็บอกว่ามันโง่ บ้างก็บอกว่าไม่มีสุนทรีย์คงกินน้ำตาลแทนน้ำปลา( อาบังส่วนใหญ่กินน้ำปลาไม่ได้ )
ในค่ำคืนนั้น ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่ยิ้มเล็กๆที่มุมปากก่อนจะนำถาดวิเศษเข้าไปเก็บที่เดิม . . .
*สตีฟ เป็นนามสมมุติ
** ด้วยความเคารพ ลูกค้าแขกผิวสีที่ประพฤติตัวดี สุภาพก้ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในสังคม
No comments:
Post a Comment