เราจอดรถแปรงฟันริมทาง . . . จะว่าไปมันก็อาจเป็น การแปรงฟันในสถานที่ที่สวยที่สุดที่เราเคยแปรงเลยก็ได้ . . . แต่ถึงวิวจะสวยอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้กินยาสีฟันเข้าไป . .
เราจอดรถ ถ่ายรูป ก่อนจะเจอชายสูงอายุคนหนึ่ง เข้ามาจอดข้างๆ และเสนอตัวถ่ายรูปให้พวกเราสองคน ชายคนั้นบอกกับพวกเราว่า เขาชื่อ แช๊ค กำลังจะไปเมือง Gridwood ( เมืองทางผ่านไปยัง Seward ) ในเมืองนั้นเขามีหุ้นส่วนกับเพื่อนศิลปินหลายคน เปินร้านขายศิลปะอยู่ . . . ก่อนจากกัน เขาก็ให้ของทีระลึกชิ้นเล็กๆไว้กับเรา . . . และกำชับด้วยวลีเด็ดว่า Cheap food, Good Art . . .
ด้วยความน่าสนใจของวลีเด็ดดังกล่าว พวกเราจึงแวะเข้าไปใน Gridwood หลังจากปรึกษากันชั่วระยะเวลาหนึ่ง . . . เราสอบถามแผนที่จาก พนักงานดูแลป่าเพราะเราหา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไม่เจอ และใช้เวลาไม่นานในการ หาร้านศิลปะ เจ้าของวลีเด็ด Cheap food,Good Art เราคุยกับ แช๊คอยู่พักใหญ่
จะว่าไป เขาก็อาจจะเป็นฝรั่ง คนแรกในอลาสก้า ที่เรารู้สึกว่า "จน" ( ไม่นับ Homeless ที่เราเคยพบ ) อย่างไรก็ตามเรายังรู้สึกอยู่เสมอว่า เขาเป็นคนที่มีความสุข คนหนึ่ง
เขาโชว์ภาพหลายๆภาพให้เราดูจากกล้องของเขา . . . อื้ม มันสวยดี แต่อย่างไรก็ตามพวกเราไม่มีเงินสำหรับ สิ่งเหล่านี้ เราจาก แช๊คมา พร้อมกับความเห็นของเขาที่ว่า เขาทำดีกับเราขนาดนี้เพราะ เขาหวังว่าเราจะดีตอบ เมื่อวันหนึ่งเขามาเยือนประเทศไทย . . . เขาพูดตรงดี
บางครั้ง มันก็มีเส้นบางๆคั่นระหว่างคำพูดตรงๆ กับคำพูดที่ไม่ควรพูดออกไป
ภาษาเป็นแค่เครื่องมือของการสื่อสาร มิใช่ การสื่อสารโดยตรง
ดังนั้น การใช้ภาษา จึงไม่ค่อยจำเป็นนักในบางสถานการณ์ . . . ที่เปรียบเสมือนมี คำพูดลอยอยู่ในอากาศ . . . ไม่ต้องพูดอะไรก็มองเห็นได้
เราขับรถต่อไปจนถึง Seward เมืองชายฝั่งที่งดงาม ขึ้นชื่อเรื่อง การลงเรือออกไปดู ปลาวาฬ Beluga ปลาวาฬแปลกๆ ที่ ส่งเสียงร้อง ได้มากที่สุด จนได้ ฉายาว่า นกขมิ้นแห่งท้องทะเล เมืองแห่งนี้ไม่ค่อยมีคน เพราะยังไม่ใช่ ฤดูท่องเที่ยว ( อีกตามเคย ) แต่ก็ไม่ได้ร้างจนเกินไป . . .
บนกำแพงของบ้านหลังหนึ่งเขียน และ ตกแต่งเป็นตัวอักษร และ รูปภาพของ ตำนานในการกำเนิดโลกของ เรา โดยส่วนใหญ่แล้วจะมี อีกา เป็นพระเอกและ แซลมอน เป็นนางเอก ( สัตว์ทั้งคู่ ) ทำให้พวกเรารู้ว่า คนที่นี่ นับถืออีกา มากแค่ไหน . . . .
หลังจากที่พวกเรา กินขนมปังถูกๆมานาน ในที่สุด ตบะก็แตก
พวกเราจัด มื้อใหญ่ ที่สุดเท่าที่เราเคยกิน
ปู อลาสก้า และ ปลาอะไรสักอย่าง
รวมราคาแล้ว ประมาณ 40 $
มันทำให้พวกเรารู้ว่า ปูอัดของจริง ยังมีอยู่บนโลกนี้
เนื้อ นุ่ม สีเหมือนปูอัด ขนาดใหญ่พอๆกับปูอัด
แต่มันคือเนื้อปูจริงๆ!! จิ้มด้วยน้ำจิ้ม เนย หอม มัน
แต่ รับ'ทาน แบบไม่จิ้มก็ได้ รสชาติ หวาน ของเนื้อ ปู เน้นๆ
ความรู้สึก ผ่านทางลิ้น กระตุ้นความคิดได้ว่า ถ้า สดกว่านี้ ก็คงเป็นปูเป็นๆแล้ว แน่นอน . . .
ขาปู 4 ขาและก้ามอีก 1 รวมน้ำหนักได้ 1 กิโล
ถูกเสิรฟมาพร้อมกับ อุปกรณ์ แกะ ปู ครบชุด . . . จนดูเหมือนอาวุธมากกว่าอุปกรณ์กินปู
. . . ถ้ามันลำบากขนาดนี้ น่าสงสัยเหลือเกินว่า คนสมัยก่อน เค้ากินไอปูยักษ์ นี้กันได้อย่างไร . . .
วันต่อมาพวกเรา ไปเที่ยวพิพิธพันธ์ สัตว์น้ำ Alaska
ทุกอย่างดูใช้งานได้ และน่าสนใจ ปุ่มทุกปุ่มมีให้กด และ ไม่เสีย
พนักงานมีน้อย แต่เดินบริการได้อย่างทั่วถึง
ลูกแมวน้ำขี้เล่น ที่ว่ายโชว์ตลอดเวลา
เด็ก ผมทอง เอาโบว์ล่อแมวน้ำ ให้ส่ายหัวตาม
นกดำน้ำลงไปกินปลา
เหยี่ยวที่พยายามพุ่งลงไปจับปลาแต่ทั้งหมดที่ได้คือการล้าง กงเล็บ
หนุ่มสาว ชาวไทย คู่หนึ่ง
ลูกหลานของ หนู เอเชีย ที่ติดไปกับเรือ เมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว ปรับตัวและออกล่าไข่นกทะเล
จนเป็นปัญหาที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึง
ปะการัง น้ำตื้น ที่เจ้าหน้าที่อนุญาติให้จิ้มได้
เราออกจาก Seward เมื่อเวลา ประมาณ 11 นาฬิกา . . . เป้าหมายใหม่ ตามคำบอกของนักท่องเที่ยว ชาวไทย สองคน
"Homer สวยกว่านี้เยอะเลย . . . "
บ้านพักคนงาน อดีตห้องใครสักคน ใครสักคนนั้นยังไม่ย้ายของออก . . .
ตีหนึ่ง ครึ่งของวันพุธที่ 9 เดือน 4 เข้าสู่ Springs อย่่างเป็นทางการ .
อ่านเพลินดี =)
ReplyDeleteขอบคุณครับ xD
ReplyDelete