ชายหนุ่มค่อยๆหันหลังกลับไปมอง ในขณะที่รายชื่อนักแสดงและบรรดาผู้ที่มีส่วนร่วมทั้งหลายจบลง ทั้งโรงนี้ ไม่มีใครอีกแล้ว ยกเว้นเขา กับ เด็กตรวจตั๋ว ที่กำลังนั่งคอยแขกคนสุดท้ายออกไปอย่างไม่รีบร้อนนัก มันก็ไม่ใช่ว่าเขาสนใจใคร่รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ของนักแสดงคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ หรือว่าจะ สนใจซาวน์เอฟเฟกต์ การแต่งหน้า ก็ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่ เขาแค่ไม่รู้จะไปไหน . . . นั่งนิ่งๆในโรงก็ดีเหมือนกัน. . . .แอร์เย็น เบาะ นุ่มสบาย
ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว . . . รถที่จะอาศัยกลับบ้านหมดตอน 4 ทุ่ม . . . ยังมีเวลาเหลือเฝือ สำหรับนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย และหาอะไรใส่ท้อง
ภาพยนตร์ รักโรแมนติกที่เพิ่งผ่านสายตาเขาไปเมื่อครู่ชื่อว่า About time นำแสดงโดยนักแสดงหลายคน . . . ไม่รู้ว่าชื่ออะไรกันบ้าง รู้แต่ว่าพระเอกผมสีส้มๆ สูง แขนขายาวเก้งก้าง ( ก็ตามที่พระเอกแนะนำตัวเองในเรื่องนั่นแหละ ) . . . เนื่อเรื่องคร่าวๆเกี่ยวกับ ครอบครัวหนึ่งที่ผู้ชายมีความสามารถพิเศษในการย้อนเวลา แต่ก็ย้อนได้เฉพาะที่จำได้ และ ตัวเองเคยเห็นเท่านั้นแหละนะ ก็เข้าใจง่ายดี ไม่งั้นหัวสมองที่โล่งๆไม่รู้จะเอาไปคิดอะไรดีของเขา อาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่ย้อนไปดูการกำเนิดโลก กำเนิดพระเยซู หรือ แอบดูมาลิลีน มอนโร อาบน้ำ
มันเป็นหนังที่ดีทีเดียว เพราะว่านอกจากจะทำให้รู้สึกดีในระหว่างที่ดู มันยังเอื้อให้เขาคิดอะไรๆมากขึ้นเกี่ยวกับชีวิตของเขาเอง . . . ถ้าย้อนเวลาได้ . . . เขาจะทำอะไร
หนังสอนให้เรารู้ว่า ควรใช้ชีวิตให้คุ้ม เหมือนกับได้ย้อนเวลาไปแก้ไขมันอีกครั้งแล้ว! (ใช่ เหมือนคำลงท้ายที่เป็นตำนานอย่าง นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า . บลาๆ. . มันสื่อได้ชัดเจนมาก ไม่ต้องคิดเพียงแค่ตั้งใจฟัง ) หนังเรื่องนี้ยังทำให้เขารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว จนอดไม่ได้ที่จะยกมือมาเกาหลังคอ และทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เขากำลังคิดถึงประเด็นหลักอีกประเด็นที่หนังพยายามจะสื่อ . . . ครอบครัว . . . ครอบครัวที่อบอุ่น มีพี่สาวมีน้องชาย มีหลาน มี ลูก และแน่นอนต้องมีภรรยา . . .
อายุอานามของเขาถ้าดูจากใบหน้าก็อาจจะเดาเอาได้ว่าถึงวัยที่ควร แต่งงานมีภรรยาได้แล้ว แต่ทว่าคำที่ใกล้คำว่าภรรยามากที่สุดเช่น คำว่าแฟน เขาก็ยังไม่รู้จักมัน
ถนนที่มีผู้คนขวักไขว่ และ แสงไฟแยงตา เขามั่นใจว่าการจะหาแฟนซักคนเป็นสิ่งที่ไม่ยาก แต่ถ้าหากแฟนคนนั้นจะต้องกลายมาเป็น ภรรยา สิ่งๆนั้นกลับดูไม่มีหวังเลยสำหรับเขา . . . .ทั้งๆที่สิ่งเขาต้องการก้เพียงแค่ ผู้หญิงคนนึงหน้าตาธรรมดาๆไม่ต้องสวยมาก นิสัยคล้ายๆกัน ไปด้วยกันได้ . . . และ จะอยู่กับเขาแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว.
เขาจำความคิดขณะที่เดินออกมาจากโรงหนังได้อย่างแม่นยำ. . . เขากลัวการที่จะต้องอยู่คนเดียว ทั้งๆที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การไม่ได้แต่งงานหรืออยู่เป็นโสดไปตลอดนั้น จะเป็นปัญหาอะไรมากมาย . . . . การเห็นภาพครอบครัวที่น่าอิจฉา ครอบครอบที่ดี ที่มีความสุข . . มันก็เหมือนกับเห็นอะไรที่ดีๆ แล้วเราอิจฉา อยากจะมีบ้าง . . . ไม่ใช่ไม่เคยเห็น เพียงแค่ครั้งนี้มัน ชัดเกินไป ดีเกินไปเท่านั้นเอง
เฟรนช์ฟราย สีเหลืองแท่งบางยี่ห้อ แม๊คโดนัลด์ ถูกซื้อมาวาง เขาเลือกโต๊ะ ที่หน้าร้านเพื่อที่จะได้รับลมจากภายนอก แน่นอน ควันรถด้วยเป็นของแถม . . . . เสียงดนตรีดังมาจากร้านเหล้าฝั่งตรงข้าม บรรยากาศดีทีเดียว เขาคิดก่อนจะดูดกินเกลือที่ติดอยู่ที่นิ้ว . . .
ถ้าหากสมมุติ ว่า บนโลกนี้มีคนที่ย้อนเวลาอย่างนั้นได้จริง . . . เฟรนช์ฟรายในถุงนี่ . . . ถูกเขากินไปแล้วกี่ครั้งกันนะ . . . โอ้ย ดูดนิ้วนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เลย. . . .
ขณะที่ลุกขึ้นและกลับหลังหันเพื่อที่กำลังจะเดินออกไป เขาก็ชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เดินสวนมา โค้กที่หญิงสาวคนนั้นถือมา หกรดเสื้อของชายหนุ่มอย่างจัง ทั้งเขาและเธอกล่าวขอโทษซึ่งกันและกัน ทั้งคู่มองตากันชั่วอึดใจนึง รอยยิ้มตามมา และนำไปสู่ บทสนทนา . . .
เป็นเวลาเกือบ สี่ทุ่มแล้วที่ชายหนุ่มกำลังเดินทางกลับ เขาข้ามถนนที่รถราโล่งมากขึ้น เช่นเดียวกับความเร็วที่มากขึ้น เขา มองซ้าย มองขวา ไม่มีรถผ่านมา เขาก้าวเดินออกไป
ชายหนุ่มข้ามมาถึงอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย ในหัวสมองยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับ หญิงสาวที่เพิ่งจากมา เขากำลังคิดเล่นๆว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะทำให้การพบกันครั้งแรกดีกว่านี้ ประทับใจกว่านี้ . . เขาเริ่มเห็นดีเห็นงามกับการย้อนเวลามากขึ้นๆ ในโลกที่เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านมาเพียงครั้งเดียวและจะผ่านไป ทุกวินาทีต้องตัดสินใจ การได้ทำอะไรใหม่อีกครั้ง ย่อมเป็นการดี . . . .แน่นอน ถ้าไม่โง่จนเกินไป
เขามองย้อนกลับไปยังทิศทางที่เดินจากมา ตรงกลางถนน เขาเห็นกระดาษใบเล็กๆตกอยู่ และเมื่อหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา ตรวจดูเขาก้มั่นใจว่ามันเป็นตั๋วหนังของเขา เขาตัดสินใจเดินกลับไป
พยานหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างบอก เป็นเสียงเดียวกันว่า รถยนต์สีดำคันนั้นขับฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็ว . . . เร็วจนชนเอาร่างของชายผู้หนึ่งปลิวไป จากถนน
พยานที่ตาดีบางคนยังกล่าวอีกว่า ชายหนุ่มพยายามก้มเก็บอะไรสักอย่าง . . .
เป็นเวลาเกือบ สี่ทุ่มแล้วที่ชายหนุ่มกำลังเดินทางกลับ เขาข้ามถนนที่รถราโล่งมากขึ้น เช่นเดียวกับความเร็วที่มากขึ้น เขา มองซ้าย มองขวา ไม่มีรถผ่านมา เขาก้าวเดินออกไป
ชายหนุ่มข้ามมาถึงอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย ในหัวสมองยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับ หญิงสาวที่เพิ่งจากมา เขากำลังคิดเล่นๆว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะทำให้การพบกันครั้งแรกดีกว่านี้ ประทับใจกว่านี้ . . เขาเริ่มเห็นดีเห็นงามกับการย้อนเวลามากขึ้นๆ ในโลกที่เหตุการณ์ทุกอย่างผ่านมาเพียงครั้งเดียวและจะผ่านไป ทุกวินาทีต้องตัดสินใจ การได้ทำอะไรใหม่อีกครั้ง ย่อมเป็นการดี . . . .แน่นอน ถ้าไม่โง่จนเกินไป
เขามองย้อนกลับไปยังทิศทางที่เดินจากมา ตรงกลางถนน เขาเห็นกระดาษใบเล็กๆตกอยู่ และเมื่อหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา ตรวจดูเขาก้มั่นใจว่ามันเป็นตั๋วหนังของเขา เขาตัดสินใจเดินกลับไป
พยานหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างบอก เป็นเสียงเดียวกันว่า รถยนต์สีดำคันนั้นขับฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็ว . . . เร็วจนชนเอาร่างของชายผู้หนึ่งปลิวไป จากถนน
พยานที่ตาดีบางคนยังกล่าวอีกว่า ชายหนุ่มพยายามก้มเก็บอะไรสักอย่าง . . .
No comments:
Post a Comment