Test

Sunday, March 3, 2019

3/3 อินชอน เพอร์พี่ตรง

วันนี้บินไฟล์ท 708

เป็นไฟล์ทที่เวลาดีที่สุดสำหรับลูกเรือเลยน่ะนะ เพราะทั้งบินไปบินกลับ ไม่ต้องอยู่ดึกเลยสักไฟล์ทเดียว เป็นเวลาสำหรับคนธรรมดาอย่างแท้จริง

เริ่มประชุมตอน หกโมงห้าสิบ เราออกจากบ้านตอน ตีห้าห้าสิบ ถึงในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เราตัดสินใจไม่ไปเอาข้าวสวัสดิการเพราะตอนนี้ลูกเรือทุกคนมาครบเกือบหมดแล้วเหลือแค่สองคนคือผม กับพี่ ซีเนียร์อีกคนหนึ่ง

อาา ถ้าได้ข้าวสวัสดิการ ข้าวราดแกง หรือ อะไรที่มีคุณค่าๆ สักมื้อนึงจะดีแค่ไหนนะ มันคงดีกว่าอาหารลูกเรือแช่เย็นอาบสารกันบูดบนเครื่องมากมายเป็นแน่แท้ ผมคิด และเล่นใหญ่โดยการหลับตาแล้วภาวนาว่า "อาาา"

ล้อเล่นน่ะ ใครมันจะไปทำแบบนั้นกัน

เอาเป็นว่าผมไม่ได้ไปเอาข้าวแล้วก็เสียดายมันมากก็แล้วกัน

วันนี้ผมมีบินกับพี่เพอร์เซอร์พี่ตรง จริง ๆ ก่อนมาไฟล์ทนี้ผมได้ยินมาจากเพื่อน ๆ หลายคนว่าพี่ตรง "เป๊ะ" มาก หลาย ๆ คนยกให้เป็นไฟล์ทที่สุดของตัวเอง

แต่ด้วยความที่ผมใจดีสู้เสือก็เลยยิ้มและทักทายทุกคนรอบโต๊ะ และปลอบตัวเองว่า
"เฮ้ย โทรนัด แกอ่านหนังสือมาดีแล้วน่า วันนี้แกต้องตอบคำถามพี่ตรงได้อยู่แล้วนั่นแหละ"

พี่ตรงที่ผมเจอในแวบแรกนั้นเป็นชายหนุ่มร่างผอมบาง ใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูผอมเกินไป แต่ก็สะอาดสะอ้าน

"โทรนัด ชื่อแปลว่าอะไร"
"แปลว่า โทรนัด ครับ สระโอทอทะหาร รอเรือหนูไม้หันนะกาศ ดอเด็ก ที่แปลว่าโทรนัดน่ะครับพี่"

"งั้นก็อ่านออกเสียงว่า โทรนัด ไม่ต้อง โทร-นัด (รอเรือควบกล้ำ) น่ะซี"

"ใช่ครับ"

"สวัสดีครับออโต้ ไม่ได้เจอกันนานเลย" ผมทักทายออโต้น้องลูกเรือแบช 31 ที่เคยเจอกันเมื่อหลาย ไฟล์ทก่อนในตอนที่น้องเป็น Solo

วันนี้ออโต้ ดูน่ารักเหมือนเดิม ด้วยผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตากลมโตสุกใสและผมดำขลับ ขณะพี่ ๆ ในไฟล์ทหลายคนก็สวยในชุดสีแดงสดแอร์เอเชีย

สิ่งที่ต่างไปของวันนี้คือ ไฟล์ทนี้เรามีผู้ชายแท้ สามคน ซึ่งสามารถเห็นได้ขัดเจนจากโต๊ะบรีฟ ไม่ต้องไปถามไถ่ลับหลังใด ๆ ทั้งสิ้น

พี่ไอซ์เป็น scc ที่เป็นเพื่อนแบชเดียวกับพี่ตรง และมีอายุ 32 ปีเท่ากัน

"พี่ไอซ์สวัสดีค่ะ เป็นไงบ้างไปลงแข่งไตรกีฬา" ลูกเรือหญิงคนหนึ่งในไฟล์ททัก
"ไม่ใช่สักหน่อยเค้าเรียกว่า ไอรอนแมน" พี่ไอซ์ตอบ
"แล้วมันต่างจากไตรกีฬายังไงครับ" ผมถาม

"ก็คล้ายกันแต่งานนี้หนักกว่า"
ไตรกีฬาคือการแข่งกีฬาติดต่อกันสามรูปแบบคือ วิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน ผมเคยอ่านเรื่องไตรกีฬาในนิตยสาร สารคดีมาบ้าง จึงพอรู้เรื่องว่าผู้ที่สามารถลงแข่งไตรกีฬาได้นั้นต้องมีต้นขาที่แข็งแรงสำหรับปั่นจักรยาน ปอดที่อึดทนสำหรับการว่ายน้ำ และฝีเท้าที่สม่ำเสมอสำหรับการวิ่งระยะไกล

ต่อจากนั้น พี่ตรงแนะนำตำแหน่งการทำงานในวันนั้น ซึ่งน่าประหลาดตรงที่ผมและรุ่นน้องผู้ชายอีกคนได้ตำแหน่ง P5 P6 ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นตำแหน่งที่น่าสบายที่สุด
พี่ตรงก็ควบคุมการถามเซฟตี้เองทั้งหมดแทน SCC อย่างพี่ไอซ์ 

การถามคำถามเซฟตี้ของพี่ตรงจะเป็นการประยุกต์ และเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้เสมอ หรือถ้าจะบอกอีกแง่ก็คือ ครอบคลุมมากกว่า

ในตอนนั้นผมตอบคำถามของพี่ตรงได้ไม่ถูกเท่าไหร่นัก ผมรู้สึกเสียใจเบา ๆ แต่พยายามเก็บสีหน้าให้ดีที่สุด

หลังจากลงจากไฟล์ทมาในวันนั้นและตัดสินใจออกไปกินข้าวกับพี่ไอซ์ พี่ตรง น้องสองคนจากแบช 31 และ 32 ก็ทำให้ผมได้รู้จักพี่ตรงมากขึ้น

หลังมื้ออาหาร พี่ตรงเล่าให้ฟังถึงความพีคในประวัติการทำงานของเขา ในไฟล์ทครั้งแรก หรือไฟล์ท SNY ไฟล์ทที่ผมแม้พยายามอ่านเท่าไหร่แต่ก็ยังคงพกข้ออ้างของ "ไฟล์ทแรก" ไม่คุ้นเคย ไม่รู้ จำไม่ได้ มาเต็มไปหมด

แต่พี่ตรงกับทำมันได้อย่างยอดเยี่ยม (จากที่พี่เค้าเล่าให้ฟังน่ะนะ)
"พี่ได้คะแนนสามเต็มห้าในทุก ๆ ช่อง ทั้ง ๆ ที่ในวันนั้นพี่ทำทุกอย่างได้ดี ดีกว่าใครหลาย ๆ คนในไฟล์ทนั้น พี่ใช้ภาษาที่เป็น Full Sentense เสมอในขณะที่ลูกเรือคนอื่นหลายคนยังใช้ แค่ วลีแล้วทำไม พี่ถึงได้คะแนน Communication แค่ 3 เต็มห้า การคอมมูนิเคชั่น เป็นเรื่องของการสื่อสารในทีม และนอกทีมมันขึ้นอยู่กับปัจจัยไหนหรอที่เป็นตัวชี้วัดคะแนน" พี่ตรงกล่าว พร้อมพูดถึงตัวชี้วัดการประเมินที่เรียกว่าอินดิเคเตอร์

"แม้กระทั่งคะแนนถุงเท้าพี่ยังได้สามเต็มห้า ถุงเท้านี่พี่ซื้อใหม่เลยนะ ไม่มีรอยขุยสีขาวใด ๆ แล้วพี่ต้องทำยังไงหรอถึงจะได้คะแนนเต็ม" พี่ตรงกล่าวอย่างมีอรรถรส

"น้องตรงวันนี้เย็นแล้ว น้องช่วยเซ็นเอกสารประเมินไปก่อนแล้วกัน แล้วจะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน" ซุปเปอร์ไวเซอร์ คนหนึ่งเข้ามาไกล่เกลี่ย
"ในเมื่อวันนั้นหัวหน้างานที่พี่คุยด้วยไม่สามารถอธิบายถึงอินดิเคเตอร์ ที่ใช้ประเมินได้ พี่ก็เลยไม่เซ็น"
พี่ก็กลับบ้านไป แล้ววันรุ่งขึ้นพี่ก้ไม่มาบิน

"พวกเค้าโทรมาถามพี่ว่า น้องตรง โอเวอร์สเลปหรือเปล่าคะ ? พี่ก็บอกว่าเปล่า พี่ไม่อยากบิน แล้วบอกว่า ในเมื่อหัวหน้างานไม่สามารถประเมินงานตามจริงได้ จะให้พี่จะเรียนรู้ยังไงได้ ?"

แต่นั่นก็เป็นครั้งเดียวนะที่พี่มิสไฟล์ท

นอกจากนั้นพี่ตรงยังเล่าถึง พี่วุฒิ พี่เพอเซอร์อีกคนที่อายุ 47 ปี พี่วุฒิเป็นคนที่พี่ตรงนับถือที่สุด "กล้าเปิดเผยทุก ๆ เรื่องกับพี่วุฒิ" และเป็น คนที่ "ใจเย็น ไม่เคยคิดร้ายกับใคร"

"นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพี่วุฒิไม่เคยใช้ ครีมใด ๆ ทาหน้าเลยแม้กระทั่งครีมกันแดด แต่ดูหน้าพี่วุฒิสิ ดูเอิบอิ่ม ดูยิ้มมีความสุขอยู่ตลอด" พี่ตรงบอกผม

ผมเคยบินกับพี่วุฒิครั้งหนึ่งและคิดว่านั่นเป็นความจริง แต่ไม่ใช่ครีมกันแดดหรือครีมใด ๆ เลยเนี่ยนะ ?
ผมไม่เชื่อ ไม่น่าเป็นไปได้ กับลูกเรือที่ผิวมีความสำคัญในการทำงานและมีเงิน มีโอกาสมากมายในการซื้อเครื่องสำอางราคาถูกคุณภาพดี

เอาเถอะ หลังจากวีรกรรมในครั้งนั้น และครั้งต่อ ๆ มา พี่ตรงก็สามารถเติบโตในเส้นทางของอาชีพลูกเรือได้อย่างดี ทั้งจาก TAA MAA ก่อนย้ายกลับมาที่ไทยอีกครั้งในฐานะเพอร์เซอร์ สุดเป๊ะของ ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์

ทั้งนี้การได้รู้เรื่องราวที่มาที่ไป ของคน ๆ หนึ่งและเหตุผลที่คน ๆ หนึ่งมีนิสัยอย่างหนึ่งทำให้เราเข้าใจเค้ามากขึ้น และนอกจากนี้ยังทำให้เรา สามารถปรับตัวได้ดีขึ้นอีกด้วย

สิ่งสำคัญที่ผมชอบที่สุดอย่างหนึ่งที่พี่ตรงเล่าให้ฟังคือ

การเป็นลูกเรือ นอกจากจะเป็นการเดินทางไปยังที่ใหม่ ๆ ค้นพบที่ใหม่ ๆ แล้วการค้นพบ พบเจอผู้คนร่วมอาชีพที่มีที่มาหลากหลายก็เป็นการ ค้นพบในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

ขอจบเรื่องยาวให้สั้นแค่นี้แล้วกัน : )

No comments:

Post a Comment

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...