Test

Wednesday, December 3, 2014

มหาลัย'ที่รัก

            ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวตุ้บๆที่ยังค้างมาจากการผลของกระทิงแดงและการนอนดึกติดต่อกันมาอย่างยาวนาน “Together we go green” หนังสือค่านิยม 12 ประการของมหาวิทยาลัยเล่มใหม่วางอยู่ข้างๆ ผมค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจากที่นอนฝูกเก่าๆ แสงวันใหม่ที่สาดส่องผ่านช่องว่างของม่านเข้ามาทำให้ห้องสว่างขึ้น เผยให้เห็นละอองฝุ่นในอากาศที่ลอยเป็นลำตามเส้นแสง เสียงนกร้องดังปนกับเสียงท้องร้องให้ความรู้สึกประหลาดๆ แต่อย่างไรก็ตามมันเตือนให้ผมจำได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืน 

            โรงอาหารชั่วคราวแห่งใหม่ที่ผุดขึ้นอยู่ข้างๆหอพักของมหาวิทยาลัยดูคล้ายกับเพิงอะไรสักอย่างที่กางไว้ด้วยผ้าใบสีเขียวผืนใหญ่ เสาเหล็กบางๆตามมุมโอนเอียงแม้ไม่ส่งเสียงแต่ก็ไม่ได้รับประกันความปลอดภัยอะไรมากนัก  ร้านค้ามากมายดูคุ้นตากับเมนูอาหารเดิมๆ เสียงเครื่องจักรที่กำลังทุบโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต หรือกรีนแคนทีน ส่งเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ กรีนแคนทีนเป็นสิ่งก่อสร้างแรกๆที่บุกเบิกนวัตกรรมสีเขียวภายในมหาลัยแห่งนี้ มันถูกสร้างขึ้นมาในปี 2014 จนถึงปัจจุบันก็นับรวมได้เพียง 4 ปีเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามมันเพิ่งถูกตัดสินให้ทุบและสร้างใหม่เนื่องจากวิเคราะห์แล้วว่า มันผลิตมลภาวะมากเกินกว่าที่กำหนดอย่างไรก็ตามถึงโรงอาหารนี่จะเก่าแต่อาหารก็มีราคาถูกและเป็นที่รักของผมและนักศึกษาไส้แห้งทั่วไป

             ผมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง ร้านดูไม่ได้สกปรกมากมายอะไรนัก ผมพยายามไม่จ้องมอง เข้าป่าอย่าพูดถึงงู ไม่อยากเห็นหนูก็อย่าไปจ้องมองท่อระบายน้ำ (และร้านค้า) แม่ค้าชาวอาเซียนพูดภาษาอังกฤษชัดแจ๋วเอ่ยต้อนรับผมรื่นหูกว่าพนักงานเซเว่น เธอแนะนำถึงเมนูอาหารหลากหลายแต่ไม่ได้บอกราคา
ผมยืนนิ่งหัวตื้อตันเกินกว่าจะคิดอะไรออก ผมมองไปที่โต๊ะข้างๆ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ
“ข้าวหมูกระเทียมจานนึงครับ” ผมยังคงสั่งเป็นภาษาไทย

. . . . . . . . . . . . . . . .

            โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุน น้ำตาของผมเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาในขอบตาสีแดงก่ำที่ผ่านการอดหลับอดนอนตรากตรำงานหนักมาอย่างยาวนาน ผมหวนกลับไปคิดถึงพ่อ เวลาบ่ายเช่นนี้พ่อคงหลบแดดอยู่ที่ไหนสักที ไม่สิพ่อทำงานหนักตลอดเวลา ผมพยายามคิดถึงพ่อในแง่ดีๆที่ควรจะเป็น . . . ด้านแม่เล่าก็คงตั้งวงเล่นไพ่ยกขาขึ้นตั้งข้างหนึ่งนุ่งผ้าถุงสีซีดๆ ในความคิด แม่หันควับมาหาผมชี้หน้าด่าอย่างเกรี้ยวกราดถึงคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินภายใต้รั้วยูงทองที่ผมภูมิใจนักภูมิใจหนา ในมือถือไพ่ยังไม่วายสอนผมให้รู้ถึงคุณค่าของเงิน 

ภายในสี่ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ผมเข้าปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอะไรๆเปลี่ยนแปลงไปมากมายทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกปฏิวัติปรับปรุงภายใต้คอนเซ็ปต์ “มหาวิทยาลัยสีเขียว” ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอกว่ามันหมายถึงอะไร มหาวิทยาลัยของเราได้รับรางวัลอนุรักษ์ธรรมชาติได้รับรางวัลประหยัดพลังงานและรางวัลอะไรต่อมิอะไรมากมายนักศึกษาหลายคนแต่งตัวในธีมกรีน คือสวมเสื้อผ้าป่านและใช้ถุงผ้าและบางคนก็เริ่มนำเทรนเสื้อผ้าสีเขียวเข้ามา พร้อมกับโอ้อวดสรรพคุณว่าสามารถช่วยลดปริมาณก๊าสคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ได้

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ไม่รู้ผมไม่รู้ว่ามันดีต่อโลกอย่างไร ผมมองไม่เห็นเพียงแต่สิ่งที่ผมเห็นชัดขณะเอื้อมมืออันสั่นเทา ออกไปรับเงินทอนจากข้าวหมูกระเทียมจานหนึ่ง ธนบัตรใบละร้อยบาทที่จ่ายไปได้รับเงินทอนมาเพียงเหรียญเงินห้าบาทเหรียญเดียวผมรู้ว่าหมู่นี้อะไรๆก็แพง หากแต่ผมไม่คิดว่าราคาอาหารจะขึ้นพรวดพราดถึงห้าบาทสิบบาทภายในไม่กี่อาทิตย์จนผมอดคิดไม่ได้ว่า ต้นเหตุทั้งปวงเกิดจากการปรับปรุงทุกอย่างให้กลายเป็น “มหาวิทยาลัยสีเขียว” ดวงตาสีดำสนิทของแม่ค้าชาวต่างชาติที่มองผมนั้นปราศจากแววตาและความรู้สึกใดๆใช่มันเป็นสถานการณ์ที่ผมไม่อาจจะทำอะไรได้ และในชั่ววินาทีนั้นผมตัดสินใจทรยศต่อมหาลัยที่รัก ก่อนเอ่ยปากออกไปช้า ๆ

“ไม่เอาผักชี คิดเท่าไหร่ครับ” 
. . . . . . . . . . . . . .

          ผมเดินกลับมาที่โต๊ะ จานอาหารของผมไร้ซึ่งผักชี เสียงดังในหัวของผมแว่วๆ 

“สัตว์เอ้ย จานนี้แม่งไม่กรีนเลย”   เหรียญห้าบาทอีกเหรียญในมือถูกกำไว้แน่น ผมรู้สึกผิดต่อธรรมศาสตร์เหลือเกิน

2 comments:

  1. ชอบตรงไม่เอาผักชี 55555
    งานผักชีโรยหน้าก็มา ชอบ

    ReplyDelete

สรุปชีวิต 2022 ไม่อยากจะเชื่อว่าปีชงแต่ก็เป็นปีที่ซวยที่สุด

 จริง ๆ เราไม่ได้เขียนบลอคมานานมากแล้ว แต่รู้สึกชีวิตช่วงนี้มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหี้ยแบบเหี้ย แบบปล่อยวางไม่ได้  1. งานไม่ผ่านโปร ไ...